คู่มือสนามบินทุ่งมหาเมฆ


 คู่มือสนามบินทุ่งมหาเมฆ นี้คือ ตัวอย่าง(โมเดล)ของคู่มือสนามบิน Aerodrome Manual ส่วนบทที่ 4 เฉพาะในหัวข้อที่ 6 และ 17

จัดทำขึ้นโดยสำนักมาตรฐานสนามบินกรมการบินพลเรือน
เพื่อ
ให้สนามบินใช้เป็นแนวทางการเขียนคู่มือการดำเนินงานสนามบิน  

 

รายละเอียดประกอบด้วย
  • วิธีปฏิบัติการตรวจสอบ 
  • ตรวจพินิจวิเคราะห์หาแนวทางแก้ไขเฉพาะหน้า 
  • และการแก้ไขแบบยั่งยืนที่สาเหตุที่แท้จริง 
  • การวางแผน
  • กำหนดความถี่ 
  • ระยะเวลาการดำเนินการบำรุงรักษาอุปกรณ์เครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ 
  • ตลอดจนวิธีการและแบบฟอร์มการบันทึกผลการตรวจวัด  
  • ลำดับขั้นการรายงานแก้ไขและติดตามการแก้ไขระยะยาว 
 
     โดยอย่างน้อยสนามบินทุกสนามบินควรพยายามอย่างยิ่งที่จะดำเนินการจัดให้มี  อย่างน้อยตามที่ระบุในทุกหัวข้อในโมเดลนี้ (เอกสารองค์การการบินพลเรือน เลขที่ 9774 ICAO Doc.9774 Aerodrome Manual) และเพิ่มเติมได้หากต้องการโดยไม่ทำให้คุณลักษณะหลักๆของอุปกรณ์ต่างๆเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ไม่ปลอดภัยหรือทำให้ความปลอดภัยลดลง

 4.6 เครื่องช่วยการเดินอากาศด้วยทัศวิสัยและระบบไฟฟ้าสนามบิน

  (VISUAL AIDS AND AERODROME ELECTRICAL SYSTEM)

 

ขอบเขต

  รายละเอียดที่กล่าวถึงในหัวข้อนี้ จะเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการจัดการเพื่อให้บรรลุผลการตรวจสอบและการดำเนินการบำรุงรักษาเครื่องช่วยการเดินอากาศด้วยทัศนวิสัย และระบบไฟฟ้าสนามบิน ที่ติดตั้งภายในท่าอากาศยานทุ่งมหาเมฆ

 

 วัตถุประสงค์

 

·  เพื่อกำหนดขั้นตอนการตรวจสอบเครื่องช่วยการเดินอากาศด้วยทัศนวิสัยและระบบไฟฟ้าสนามบิน ในช่วงเวลาที่มีการบินและนอกเวลาที่มีการบิน ตลอดจนถึงเอกสารรายการที่ใช้ในการดำเนินการตรวจสอบ(Checklist)

·  เพื่อกำหนดวิธีการรายงานผลการตรวจสอบและวิธีการดำเนินการภายหลังพบข้อบกพร่อง

·  เพื่อจัดการการบำรุงรักษาให้มีประสิทธิภาพ ทั้งการบำรุงรักษาประจำ และการบำรุงรักษาในเวลาฉุกเฉิน

·  เพื่อจัดการเกี่ยวกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ซึ่งรวมถึงรายละเอียดวิธีการใช้งานและการจัดการกับข้อบกพร่องบางส่วนและทั้งหมดของระบบ

·  เพื่อกำหนดรายละเอียดบุคคลที่มีหน้าที่รับผิดชอบการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบเครื่องช่วยการเดินอากาศด้วยทัศนวิสัย,ระบบไฟฟ้าสนามบิน ซึ่งประกอบด้วย ชื่อ ตำแหน่ง หมายเลขโทรศัพท์ ที่สามารถติดต่อได้ระหว่างเวลาทำการและหลังเวลาทำการ

มาตรฐานอ้างอิงและเอกสารที่เกี่ยวข้อง 

·  ICAO ANNEX 10 (Volume I)  AERONAUTICAL TELECOMMUNICATION
·  ICAO ANNEX 14 (Volume I,II) AERODROME DESIGN AND OPERATION
·  ICAO DOCUMENT 9157-AN/901 (AERODROME DESIGN MANUAL) PART 4,
·  ICAO DOCUMENT 9137-AN/898 (AIRPORT SERVICE MANUAL) PART9,  AIRPORT MAINTENANCE PRACTICES
·  มาตรฐานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
·  แผนภาพแสดงตำแหน่งเครื่องช่วยการเดินอากาศด้วยทัศนวิสัย
·  เอกสารตรวจสอบเครื่องช่วยการเดินอากาศด้วยทัศนวิสัย

รายละเอียดทั่วไปเครื่องช่วยการเดินอากาศด้วยทัศนวิสัยและระบบไฟฟ้าสนามบิน

  ท่าอากาศยานทุ่งมหาเมฆ มีการติดตั้งเครื่องช่วยการเดินอากาศด้วยทัศนวิสัย โดยมีคุณสมบัติและเกณฑ์การติดตั้งตลอดจนแนวทางการจัดการบำรุงรักษา ตรงตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) โดยเครื่องช่วยการเดินอากาศด้วยทัศนวิสัยที่ติดตั้ง ประกอบด้วย

-  ถุงกระบอกทิศทางลม (WIND DIRECTION INDICATOR)

-  ไฟแสดงสัญญาณ (SIGNALLING LAMP)

-  ไฟหมุนบอกตำแหน่งสนามบิน (AERODROME BEACON)

-  ไฟกระพริบบอกชื่อสนามบิน (IDENTIFICATION BEACON)

-  ระบบไฟนำร่อง (APPROACH LIGHTING SYSTEM)

-  ระบบไฟทางวิ่ง (RUNWAY LIGHTING SYSTEM)

-  ระบบไฟทางขับ (TAXIWAY LIGHTING SYSTEM)

-  ระบบไฟนำร่อน (PRECISION APPROACH PATH INDICATOR SYSTEM)

-  ไฟเตือนสิ่งกีดขวาง (OBSTACLE LIGHTING)

4.6.1 การดำเนินการตรวจสอบ เครื่องช่วยการเดินอากาศด้วยทัศนวิสัยและระบบไฟฟ้าสนามบิน

 

  ท่าอากาศยานทุ่งมหาเมฆได้ดำเนินการจัดให้มีการตรวจสอบเครื่องช่วยการเดินอากาศด้วยทัศนวิสัยและระบบไฟฟ้าสนามบินซึ่งแสดงการจัดการตรวจสอบดังตารางต่อไปนี้

 

ประเภทอุปกรณ์

รายการตรวจสอบ

รายการตรวจสอบ

หมายเหตุและ

มาตรฐานอ้างอิง

ในเวลาปฏิบัติการบิน

ความถี่

นอกเวลาปฏิบัติการบิน

ความถี่

ติดตั้ง

Annex 14

ถุงกระบอกทิศทางลม

(wind Direction Indicator)

1.ตรวจสอบการหันเหได้ตามทิศทางลม

2.ตรวจสอบการฉีกขาดของถุงกระบอกลมและความซีดจางของถุงกระบอกลม

3.ตรวจสอบไฟส่องถุงลม

4.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุกวัน

1.ตรวจสอบจารบีหล่อลื่นบริเวณจุดหมุน

2.ตรวจสอบสีขาวของวงกลม โดยรอบถุงลมว่าซีดจางหรือไม่

3.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุก  3 เดือน

 

5.1.1

ปืนฉายสัญญาณ (Signaling Lamp=Signal light gun)

-

-

1.ตรวจสอบการแสดงแสงสี แดง เขียว และ ขาว

2.ตรวจสอบการกดสัญญาณกระพริบเป็นรหัสมอสได้

3.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุก15 วัน

(บวท.)

 

5.1.3

ไฟหมุนบอกตำแหน่งสนามบิน   (Aerodrome Beacon= Rotating Beacon )

1.ตรวจสอบ ไฟสีเขียวสลับขาว (ถ้ามีเที่ยวบินกลางคืน)

2.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุกวัน

1.ตรวจสอบแสงไฟสีเขียวสลับขาว  20-30 ครั้งต่อนาที

2.ตรวจสอบเสียงดังที่ผิดปกติ ขณะหมุน

3.ตรวจสอบจารบีหล่อลื่นบริเวณจุดหมุน

4.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุก 15 วัน

(บวท.)

 

5.3.3

ประเภทอุปกรณ์

รายการตรวจสอบ

รายการตรวจสอบ

หมายเหตุและ

มาตรฐานอ้างอิง

ในเวลาปฏิบัติการบิน

ความถี่

นอกเวลาปฏิบัติการบิน

ความถี่

ติดตั้ง

Annex 14

ระบบไฟนำร่อง

(Approach Lighting System)

1.ตรวจสอบจำนวนดวงไฟใช้งานได้ 85 % สำหรับ (cat I) และ 95 % สำหรับ (cat II)

2.ตรวจสอบดวงโคมไฟดับติดกันไม่เกิน 2 โคม

3.ตรวจสอบความผิดเพี้ยนของแนวดวงโคม

4.ตรวจสอบวัชพืชปกคลุมดวงโคม

5.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุกวัน

1.ตรวจสอบโครงสร้างโลหะของดวงโคม ให้ปราศจากสนิม สีไม่ลอกจาง แนวดวงโคมไม่ผิดเพี้ยน

2.ตรวจสอบเลนส์ แผ่นสะท้อนแสง ข้อต่อ ปลั๊ก สายไฟ ให้สะอาดและอยู่ในสภาพเรียบร้อย

3.ตรวจสอบการทำงานของ Brightness step ให้ใช้งานได้เป็นปกติในทุก step

4.วัดค่าความต้านทานสาย โดยใช้เครื่องมือวัดและทำการบันทึกค่า

5.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุกเดือน

Simple

RW/ 01

5.3.4

ระบบไฟนำร่อนลงด้วยสายตา (Visual Approach slope Indicator)

PAPI

Precision Approach Path Indicator

1.ตรวจสอบหลอดไฟติดครบทุกชุด

2.ตรวจสอบแสงสว่างดวงโคมทุกดวงให้สม่ำเสมอกัน

3.ตรวจสอบร่องรอยความเสียหาย เช่น เอียง ทรุด หรือมีหญ้าสูงบดบัง ดวงโคม

4.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุกวัน

1.ตรวจสอบเลนส์ แผ่นสะท้อนแสง,  filter, spreader glass และหลอดไฟ ให้สะอาด เรียบร้อย

2.ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงแสงจาก แดงเป็นขาว ให้พร้อมเพรียงกันในชุด เดียวกัน

3.ตรวจสอบการทำงานของ Brightness step ให้ใช้งานได้เป็นปกติในทุก step

4.วัดค่าความต้านทานสาย โดยใช้เครื่องมือวัดและทำการบันทึกค่า

5.ตรวจสอบ Tilt Switch ให้ใช้งานได้ปกติ

6.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุกเดือน

RW/01

RW/19

5.3.5

ไฟแสดงหัวทางวิ่ง  (REIL=RTIL=R/W Threshold Identification Lights)

1.ตรวจสอบให้แสงสีขาวกระพริบด้วยความถี่ 60-120 ครั้งต่อนาที

2.ตรวจสอบดวงโคมไฟให้ติดทั้งสองโคม

3.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุกวัน

1.ตรวจสอบทิศทางการกระจายแสง

2. ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุกเดือน

RW/01

5.3.8

ไฟขอบทางวิ่ง  (R/W Edge Lights)

1.ตรวจสอบจำนวนดวงไฟใช้งานได้ 85 % สำหรับ (cat I) และ 95 % สำหรับ (cat II)

2.ตรวจสอบดวงโคมไฟดับติดกันไม่เกิน 2 โคม

3.ตรวจสอบความผิดเพี้ยนของแนวดวงโคม

4.ตรวจสอบวัชพืชปกคลุมดวงโคม

5.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุกวัน

1.ตรวจสอบดวงโคมที่ติดตั้ง โดยให้เป็นแสงสีขาวตลอดแนวยกเว้น 600 เมตร สุดท้ายก่อนสุดทางวิ่งต้องเป็นสีเหลือง

2.ตรวจสอบดวงโคม เลนส์ แผ่นสะท้อนแสง ข้อต่อ ปลั๊กและสายไฟ ให้สะอาดเรียบร้อย

3.ตรวจสอบการทำงานของ Brightness step ให้ใช้งานได้เป็นปกติในทุก step

4.วัดค่าความต้านทานสาย โดยใช้เครื่องมือวัดและทำการบันทึกค่า

5.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุกเดือน

 

5.3.9

ไฟหัวทางวิ่งและไฟแถบปีก  (R/W Threshold & Wing Bar Lights)

1.ตรวจสอบจำนวนดวงไฟใช้งานได้ 85 % สำหรับ (cat I) และ 95 % สำหรับ (cat II)

2.ตรวจสอบดวงโคมไฟดับติดกันไม่เกิน 2 โคม

3.ตรวจสอบความผิดเพี้ยนของแนวดวงโคม

4.ตรวจสอบวัชพืชปกคลุมดวงโคม

5.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุกวัน

1.ตรวจสอบดวงโคม เลนส์ แผ่นสะท้อนแสง ข้อต่อ ปลั๊กและสายไฟ ให้สะอาดเรียบร้อย

2.ตรวจสอบการทำงานของ Brightness step ให้ใช้งานได้เป็นปกติในทุก step

3.ตรวจสอบแสงของดวงโคมให้เป็นสีเขียวส่องทิศทางเดียวออกจากทางวิ่ง

4.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุกเดือน

RW/01

5.3.10

ประเภทอุปกรณ์

รายการตรวจสอบ

รายการตรวจสอบ

หมายเหตุและ

มาตรฐานอ้างอิง

ในเวลาปฏิบัติการบิน

ความถี่

นอกเวลาปฏิบัติการบิน

ความถี่

ติดตั้ง

Annex 14

ไฟสิ้นสุดทางวิ่ง

(R/W End Lights)

1.ตรวจสอบจำนวนดวงไฟใช้งานได้ 85 % สำหรับ (cat I) และ 95 % สำหรับ (cat II)

2.ตรวจสอบดวงโคมไฟดับติดกันไม่เกิน 2 โคม

3.ตรวจสอบความผิดเพี้ยนของแนวดวงโคม

4.ตรวจสอบวัชพืชปกคลุมดวงโคม

5.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุกวัน

1.ตรวจสอบดวงโคม เลนส์ แผ่นสะท้อนแสง ข้อต่อ ปลั๊กและสายไฟ ให้สะอาดเรียบร้อย

2.ตรวจสอบการทำงานของ Brightness step ให้ใช้งานได้เป็นปกติในทุก step

3.ตรวจสอบแสงของดวงโคมให้เป็นสีแดงส่องทิศทางเดียวเข้าหาทางวิ่ง

4.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุกเดือน

RW/01

RW/19

5.3.11

ไฟขอบทางขับ

(T/W Edge Lights)

1.ตรวจสอบจำนวนดวงไฟใช้งานได้ 85 % สำหรับ (cat I) และ 95 % สำหรับ (cat II)

2.ตรวจสอบดวงโคมไฟดับติดกันไม่เกิน 2 โคม

3.ตรวจสอบความผิดเพี้ยนของแนวดวงโคม

4.ตรวจสอบวัชพืชปกคลุมดวงโคม

5.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุกวัน

1.ตรวจสอบดวงโคม เลนส์ แผ่นสะท้อนแสง ข้อต่อ ปลั๊กและสายไฟ ให้สะอาดเรียบร้อย

2.ตรวจสอบการทำงานของ Brightness step ให้ใช้งานได้เป็นปกติในทุก step

3.วัดค่าความต้านทานสาย โดยใช้เครื่องมือวัดและทำการบันทึกค่า

4.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุกเดือน

 

5.3.16

ไฟส่องลานจอด  (Apron Flood lights)

1.ตรวจสอบการส่องสว่างและการชำรุดของโคมไฟส่องลานจอด

2.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุกวัน

1.ตรวจสอบระบบควบคุม สายไฟ ให้สะอาดเรียบร้อย

2.ตรวจสอบการกระจายแสง ปรับแต่งมุมแสงแต่ละโคมให้กระจายเสริมกันสม่ำเสมอ

3.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุกเดือน

 

5.3.21

ป้ายแนะนำบังคับ  (Mandatory Instruction sign )

ป้ายแสดงข้อมูล  (Information sign)

1.ตรวจสอบความสม่ำเสมอของแสงสว่างภายในกล่องไฟป้าย

2.ไม่มีวัชพืชปกคลุมป้าย

3.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุกวัน

1.ตรวจสอบความซีดจางของสีพื้นป้ายและตัวอักษร

2.ตรวจสอบการติดตั้ง ให้อยู่ในมุมที่ถูกต้อง

3.วัดค่าความต้านทานสาย โดยใช้เครื่องมือวัดและทำการบันทึกค่า

4.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุก  3 เดือน

 

5.4.2 และ 5.4.3

ไฟแสดงสิ่งกีดขวาง   (Obstruction lights)

1.ตรวจสอบการส่องสว่างและการชำรุดของไฟแสดงสิ่งกีดขวางภายในและภายนอกเขตสนามบิน

2.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุกวัน

1.ตรวจสอบการทำงานของ PHOTO SWITCH

2.ตรวจสอบการทำงานของ RELAY

3.ตรวจสอบการทำงานของวงจรไฟกระพริบ (ถ้ามี)

4.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุก  3 เดือน

   

ไฟฟ้าสำรอง

(Secondary Power Supply)

1.ตรวจสอบน้ำมันเชื้อเพลิง วาล์ว น้ำกลั่นแบตเตอรี่ การชาร์ตแบตเตอรี่ ระดับน้ำในหม้อน้ำ

2.ทดสอบการจ่ายไฟฟ้าของระบบไฟฟ้าสำรองอัตโนมัติให้สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ภายใน 15 วินาที (1 วินาที cat II ) เมื่อมีไฟฟ้าหลักดับ

3.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุกสัปดาห์

1.ทดสอบการจ่ายไฟของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า โดยทำการทดสอบกับโหลดของระบบ

2.ตรวจสอบเครื่องยนต์และระบบ Automatic transfer switch

3.ลงบันทึกตามวิธีการในหัวข้อ 4.6.2

ทุกเดือน

 

8.1

4.6.2 การจัดการเพื่อรายงานผลการตรวจสอบและการปฏิบัติเมื่อพบข้อบกพร่องของเครื่องช่วยการเดินอากาศด้วยทัศนวิสัยและระบบไฟฟ้าสนามบินตลอดจนเครื่องยนต์กำเนิดไฟฟ้าสำรอง

  4.6.2.1 การจัดการเพื่อรายงานผลการตรวจสอบ

ขั้นตอนที่ 1  จากการดำเนินการตรวจสอบตามหัวข้อ 4.6.1 เมื่อพบข้อบกพร่องตามรายการที่ตรวจแล้วให้ดำเนินการพิจารณาแยกประเภท

ขั้นตอนที่ 2  ให้จัดแยกรายการข้อบกพร่องเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้

ประเภทที่ 1  ข้อบกพร่องที่ดำเนินการแก้ไขได้ทันที โดยผู้ตรวจสอบ

ประเภทที่ 2  ข้อบกพร่องที่ดำเนินการแก้ไขโดยท่าอากาศยาน

ประเภทที่ 3  ข้อบกพร่องที่ดำเนินการแก้ไขโดยหน่วยงานส่วนกลาง

  ขั้นตอนที่ 3  การเขียนรายงานแยกตามประเภทข้อบกพร่อง

ขั้นตอนที่ 3.1 เมื่อพบข้อบกพร่องที่ดำเนินการแก้ไขได้เอง

-  ให้ดำเนินการแก้ไขทันที

-  จากนั้นให้ผู้แก้ไขจัดทำรายงานตามแบบฟอร์มที่ 111

-  รายงานต่อผู้บังคับบัญชาขั้นต้น

ขั้นตอนที่ 3.2  เมื่อพบข้อบกพร่องที่ต้องดำเนินการแก้ไขโดยท่าอากาศยาน

-  ให้ผู้พบข้อบกพร่องจัดทำรายงานตามแบบฟอร์มที่ 222

-  รายงานต่อผู้บังคับบัญชาขั้นต้น (และรายงานต่อจนถึง ผอ.ท่าอากาศยาน)

-  ผอ.ท่าอากาศยานมีบัญชา ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการแก้ไข

หมายเหตุ: การดำเนินการตาม ขั้นตอนที่ 3.2 ขึ้นอยู่กับโครงสร้างการบริหารของแต่ละท่าอากาศยาน

ขั้นตอนที่ 3.3  เมื่อพบข้อบกพร่องที่ต้องดำเนินการแก้ไขโดยหน่วยงานส่วนกลาง

-  ให้ผู้พบข้อบกพร่องจัดทำรายงานตามแบบฟอร์มที่ 333

-  รายงานต่อผู้บังคับบัญชาขั้นต้น (และรายงานต่อจนถึง ผอ.ท่าอากาศยาน)

-  ผอ.ท่าอากาศยานแจ้งต่อหน่วยงานส่วนกลางเข้าดำเนินการแก้ไข

หมายเหตุ: การดำเนินการตาม ขั้นตอนที่ 3.3 ขึ้นอยู่กับโครงสร้างการบริหารของแต่ละท่าอากาศยานและหน่วยงานส่วนกลาง

 

4.6.3 การจัดการงานบำรุงรักษาประจำ และงานบำรุงรักษาฉุกเฉินของเครื่องช่วยการเดินอากาศด้วยทัศนวิสัยและระบบไฟฟ้าสนามบิน

  4.6.3.1 การจัดการงานบำรุงรักษาประจำ

รายการ

ระยะเวลาการบำรุงรักษา

ผู้ดำเนินการ

ทุกวัน

ทุกสัปดาห์

1 เดือน

3 เดือน

1 ปี

ถุงกระบอกทิศทางลม

l

   

l

 

ผู้ดูแลสนามบิน

ปืนฉายสัญญาณ

   

l

   

ผู้ดูแลสนามบิน / นฟฟ.

ไฟแสดงสนามบิน

l

 

l

   

ผู้ดูแลสนามบิน / นฟฟ.

ระบบไฟนำร่อง

l

 

l

   

ผู้ดูแลสนามบิน / นฟฟ.

ระบบไฟนำร่อนลงด้วยสายตา

l

 

l

   

ผู้ดูแลสนามบิน / นฟฟ.

ไฟแสดงหัวทางวิ่ง

l

 

l

   

ผู้ดูแลสนามบิน / นฟฟ.

ไฟหัวทางวิ่งและไฟแถบปีก 03

l

 

l

   

ผู้ดูแลสนามบิน / นฟฟ.

ไฟหัวทางวิ่งและไฟแถบปีก 21

l

 

l

   

ผู้ดูแลสนามบิน / นฟฟ.

ไฟสิ้นสุดทางวิ่ง 03

l

 

l

   

ผู้ดูแลสนามบิน / นฟฟ.

ไฟสิ้นสุดทางวิ่ง 21

l

 

l

   

ผู้ดูแลสนามบิน / นฟฟ.

ไฟส่องทางขับ

l

 

l

   

ผู้ดูแลสนามบิน / นฟฟ.

ไฟส่องลานจอด

l

 

l

   

ผู้ดูแลสนามบิน / นฟฟ.

ป้ายแนะนำบังคับและป้ายแสดงข้อมูล

l

   

l

 

ผู้ดูแลสนามบิน / นฟฟ.

ไฟแสดงสิ่งกีดขวาง

l

 

l

   

ผู้ดูแลสนามบิน / นฟฟ.

Constant Current Regulator

   

l

 

l

นฟฟ.

Series Transformer

   

l

   

นฟฟ.

หม้อแปลงระบบไฟฟ้า

       

l

นฟฟ. / ท่าอากาศยาน

หมายเหตุ : การบำรุงรักษาประจำสามารถจัดทำได้กับอุปกรณ์ของทุกระบบ

  4.6.3.2 การจัดการงานบำรุงรักษาฉุกเฉิน

รายการ

วิธีการ

ระยะเวลา

ผู้ดำเนินการ

CCR ไม่สามารถ REMOTE จากหอบังคับการบิน

1.

2.

3 ชม.

นฟฟ.

แบตเตอรี่เครื่องยนต์กำเนิดไฟฟ้าเสื่อมคุณภาพ

1.

2.

3.

1 ชม.

นฟฟ

4.6.4 การจัดการเกี่ยวกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองและการจัดการในกรณีเกิดข้อบกพร่อง

  ตามข้อกำหนดขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) กำหนดให้สนามบินที่มีเครื่องช่วยการเดินอากาศจะต้องมีแหล่งจ่ายไฟฟ้าสำรอง เพื่อจ่ายไฟฟ้าในกรณีฉุกเฉิน

  ท่าอากาศยานทุ่งมหาเมฆ ได้มีการติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองและประกาศลงในเอกสาร AIP ทั้งนี้เพื่อจ่ายไฟฟ้าในภาวะฉุกเฉินให้กับระบบเครื่องช่วยการเดินอากาศด้วยทัศนวิสัยและระบบไฟฟ้าสนามบิน โดยมีการจัดการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพดังนี้

  4.6.4.1 การจัดการระบบไฟฟ้าสำรอง

-  เครื่องยนต์กำเนิดไฟฟ้าสำรองที่ติดตั้งสำหรับเครื่องช่วยการเดินอากาศด้วยทัศนวิสัยและระบบไฟฟ้าสนมบิน  ขนาด 300 KVA จ่ายไฟได้ภายในเวลา  15  วินาที่

  วงจรที่ได้รับการจ่ายไฟมีดังนี้

  1. ระบบไฟฟ้าสนามบิน วงจร RW CIRCUIT A

  2. ระบบไฟฟ้าสนามบิน วงจร RW CIRCUIT B

  3. ระบบไฟฟ้าสนามบิน วงจร TW CIRCUIT A

  4. ระบบไฟฟ้าสนามบิน วงจร TW CIRCUIT B

-  การบำรุงรักษาเครื่องยนต์กำเนิดไฟฟ้าสำรองที่ติดตั้งใช้งานสำหรับเครื่องช่วยการเดินอากาศด้วยทัศนวิสัยและระบบไฟฟ้าสนามบิน

  1.การตรวจสอบประจำทุกสัปดาห์

  2.การตรวจสอบประจำทุก 3 เดือน

  3.การตรวจสอบประจำทุก 6 เดือน

  4.การตรวจสอบประจำปี

  หมายเหตุ : ให้ระบุตามจำนวนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่มีใช้งานอยู่ภายในท่าอากาศยาน

 

  4.6.4.2 กรณีระบบไฟฟ้าสำรองขัดข้อง

-  เครื่องกำเนิดไฟฟ้าในรายการ 4.6.4.1 ขัดข้อง ท่าอากาศยานทุ่งมหาเมฆมีวิธีการจัดการให้สามารถใช้ไฟฟ้าสำรองได้ดังนี้

  - ตรวจสอบระดับน้ำมันเชื้อเพลิง หากพบข้อบกพร่องจะทำการ………

  - ตรวจสอบระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ หากพบข้อบกพร่องจะทำการ………

  - ตรวจสอบแบตเตอรี่ หากพบข้อบกพร่องจะทำการ………

( อนึ่งถ้าไม่สามารถแก้ไขเพื่อให้ได้มาซึ่งกระแสไฟฟ้าสำรองจะมีวิธีการจัดการอย่างไร )

4.6.5 ชื่อและตำแหน่งของบุคคลที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อการตรวจสอบและบำรุงรักษา

ลำดับที่

ตำแหน่ง

ชื่อ

โทรศัพท์

รหัสวิทยุ

โทรฯ

นอกเวลา

1.

ผอ.ทย.

2.

หน.ฝบท.

3.

นฟฟ.

4.

ผู้ดูแลสนามบิน

4.17 การปกป้องสถานที่ติดตั้งเรดาร์และเครื่องช่วยการเดินอากาศ

  (PROTECTION OF SITES FOR RADAR AND NAVIGATIONAL AIDS)

ขอบเขต

  การปกป้องสถานที่ติดตั้งเรดาร์และเครื่องช่วยการเดินอากาศ เป็นการจัดทำแผนการดำเนินการเพื่อควบคุม บำรุงรักษา ตลอดจนการแจ้งเตือน ต่อการเข้าปฏิบัติงานของบุคลต่างๆ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องช่วยการเดินอากาศที่ติดตั้งใช้งาน ณ ท่าอากาศยานทุ่งมหาเมฆ ไม่ได้ลดลง

วัตถุประสงค์

·  เพื่อกำหนดวิธีการจัดการเพื่อควบคุมกิจกรรมต่างๆที่อาจเกิดขึ้นในบริเวณที่ติดตั้งเรดาห์ และเครื่องช่วยการเดินอากาศ

·  เพื่อกำหนดวิธีการบำรุงรักษาพื้นที่บริเวณใกล้เคียงสถานที่ติดตั้งเครื่องช่วยการเดินอากาศ

·  เพื่อกำหนดการติดตั้งป้ายเตือนอันตรายที่อาจเกิดจากการแพร่กระจายคลื่นไมโครเวฟ

รายละเอียดเรดาร์และเครื่องช่วยการเดินอากาศที่ติดตั้ง 

    เครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ ประเภทวิทยุเครื่องช่วยการเดินอากาศ ที่ติดตั้งใช้งาน ณ ท่าอากาศยานทุ่งมหาเมฆ ประกอบด้วย

·  NDB

·  VOR/DME

·  ILS/DME

·  RADAR

  ทั้งนี้วิทยุเครื่องช่วยการเดินอากาศดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด

โดยมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบดังนี้

ลำดับที่

ตำแหน่ง

ชื่อ-สกุล

   โทรศัพท์

  นอกเวลาติดต่อ

1.

  ผอ.ศูนย์ควบคุมจราจรทางอากาศ

2.

เจ้าหน้าที่ ATC

3.

เจ้าหน้าที่ ATC

4.

เจ้าหน้าที่ ATC

  4.17.1 การจัดการเพื่อควบคุมกิจกรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียงสถานที่ติดตั้งเรดาร์และเครื่องช่วยการเดินอากาศ

  4.17.1.1 เครื่องช่วยการเดินอากาศ ILS (instrument Landing System) ประกอบด้วย LLZ (Localizer) และ GS (Guide Slope) มีพื้นที่สะท้อนคลื่นบริเวณด้านหน้าสายอากาศ LLZ และ GP หรือ GS ที่เรียกว่า Critical Area และ Sensitive Area ตามมาตรฐาน ICAO Annex 10 Volume I, Attachment C ในข้อ 2.1.10 (ILS Multi-Path interference Due to Large Reflecting Objects and Movements on the Ground) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เครื่องส่ง LLZ และ GS ใช้ในการสะท้อนคลื่นขึ้นไปในอากาศ เพื่อสร้างสัญญาณนำร่องในแนวกึ่งกลางทางวิ่ง และในมุมที่ถูกต้อง (3 องศา) ให้เคร่องบินใช้ร่อนลง หากมีวัตถุใดๆ บดบังในบริเวณดังกล่าวแบบชั่วคราวหรือถาวรอาจทำให้สัญญาณดังกล่าวเบี่ยงเบนไปจากแนวปกติและหากในขณะนั้นมีเครื่องบินใช้สัญญาณดังกล่าวอาจเป็นอันตรายอย่างยิ่ง  จึงสมควรมีการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น โดยการกำหนดพื้นที่ดังกล่าวตามมาตรฐานลงในแบบแปลนของสนามบิน

  โดยพื้นที่ดังกล่าวต้องถูกปกป้องมิให้มี วัตถุก่อสร้าง ยานพาหนะหรือเครื่องบินเข้าในบริเวณดังกล่าว ในขณะที่มีเครื่องบินใช้งานสัญญาณ LLZ และ GP ในการบินลงสู่สนามบิน และเพื่อเป็นการป้องกันการรบกวนการเบี่ยงเบน หรือบดบัง สัญญาณการกระจายคลื่นบริเวณหน้าสายอากาศ LLZ และ GP ให้ทำการเลื่อน Road-Holding Position Marking บนถนนที่ตัดผ่านทางวิ่ง และ Runway-Holding Position marking บนทางขับที่ตัดเข้าทางวิ่ง ที่อยู่ในบริเวณ Critical Area และ Sensitive Area ให้ถ่อยออกจากเขตพื้นที่ดังกล่าว เพื่อป้องกันการบดบังสัญญาณ หากมีความจำเป็นต้องจัดให้มี Marking และดำเนินการประสานงานกับหอบังคับการบิน ให้แจ้งห้ามใช้ Marking ดังกล่าว ในขณะที่เครื่องบินใช้งาน ILS ในการบินลงสู่สนามบิน กรณีฉุกเฉินจะประกาศเตือนเครื่องบินที่ใช้งานสัญญาณ ILS ให้ทราบ

  4.17.1.2 เครื่องช่วยการเดินอากาศ DVOR (Doppler VHF Omnidircetional Radio Range) มีพื้นที่โดยรอบสถานีรัศมี 300 เมตร ใช้เป็นเขตสะท้อนคลื่น ห้ามมีการก่อสร้าง ต้นไม้ใหญ่ สิ่งก่อสร้าง เสาไฟฟ้าแรงสูง รวมทั้งรถยนต์และเครื่องบิน เข้าไปบดบัง สัญญาณการกระจายคลื่นของเครื่องส่ง VOR ในบริเวณดังกล่าวและมีมาตรการป้องกันพื้นที่บริเวณดังกล่าว โดยการเขียนวงกลมรัศมี 300 เมตร รอบสถานี VOR ลงบนแบบแปลนท่าอากาศยาน เพื่อใช้ในการตรวจสอบอ้างอิง

  4.17.1.3 เครื่องช่วยการเดินอากาศ เรดาห์ ห้ามมิให้มีสิ่งก่อสร้างที่มีความสูงใกล้เคียงหอสายอากาศ ในบริเวณรอบหอสายอากาศเรดาห์ เพื่อป้องกันการบดบังการกระจายคลื่นไมโครเวฟ ซึ่งเป็นเหตุให้เรดาห์ไม่สามารถ จับเป้าหมายในมุมที่มีการบดบังนั้น อันจะเกิดผลเสียต่อการติดตามอากาศยาน การระวังภัยและการควบคุมจราจรทางอากาศ อีกทั้งยังเป็นการป้องกันอันตรายต่อบุคคลจากเครื่องส่งสัญญาณย่านไมโครเวฟของเรดาที่มีกำลังส่งสูง โดยเฉพาะ Primary Radar  

รายการ

แบบแปลน

ผู้รับผิดชอบ

1. กำหนดบริเวณที่มีผลกระทบต่อ

คลื่นสัญญาณเครื่องช่วยการเดินอากาศ

2. แจ้งให้เจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบทราบ

3. เจ้าหน้าจะจัดการไม่ให้มีการรบกวนคลื่นสัญญาณจากวัตถุในขณะที่มีการใช้งาน

แบบแปลนที่ 444

แสดงพื้นที่ที่สัญญาณของเครื่องช่วยการเดินอากาศครอบคลุมดังตัวอย่างแนบ

NDB

VOR/DME

ILS/DME

บวท./ฝ่ายบริหาร

ท่าอ

หมายเลขบันทึก: 521702เขียนเมื่อ 8 มีนาคม 2013 04:34 น. ()แก้ไขเมื่อ 26 สิงหาคม 2019 13:37 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (1)


เป็นคู่มือ ที่บอกระบบงานและตำแหน่งงานอย่างละเอียดนะคะ ...น่าสนใจมากๆสำหรับคนรุ่นใหม่...ที่คิดว่าจะเรียนอะไรดี? จะทำงานอะไรดี? ...

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี