เราพึงพอใจในผลงานที่ออกมาเพราะได้คิดบนฐานของต้นทุนที่สำนักวิชาทั้ง 4 สำนักวิชามีอยู่แล้ว ทั้งในด้านการจัดการศึกษา วิจัย และบริการวิชาการ เหลือแต่ว่าจะทำให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างไร

ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม 2556 ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้ไปประชุมเชิงปฏิบัติการกำหนด วิสัยทัศน์ พันธกิจและจัดทำแผนยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ.2557-2559 กันที่โรงแรมเมอร์เคียว กระบี่ ดีวาน่า อ.เมือง จ.กระบี่ โดยออกเดินทางกันตั้งแต่เช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์

ดิฉันติดงานเรื่องการเขียน Progress report ครั้งที่ 1 ของโครงการ DPP Thailand จึงขอตามไปในวันที่ 1 มีนาคม เพื่อให้ทันการประชุมในเวลา 09.00 น. จึงต้องออกเดินทางจากบ้านพักภายในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตั้งแต่ 04.30 น. มี รศ. ดร.สืบพงศ์ ธรรมชาติ ผู้อำนวยการอาศรมวัฒนธรรมวลัยลักษณ์ เป็นเพื่อนร่วมทาง

วันที่ 1 มีนาคม 2556 

รถตู้ของมหาวิทยาลัยมารับดิฉันตรงเวลาและจะแวะรับอาจารย์สืบพงศ์ที่บ้านแถวสี่แยกคูขวาง มีข้อมูลบอกว่า “บ้านอยู่ที่สี่แยกคูขวาง หลังสีชมพู” ทำให้เราต้องแวะเวียนสอบถามแม่ค้าที่ขายของแต่เช้าตรู่และยามที่ทำหน้าที่เฝ้าอาคารสถานที่บางแห่ง กว่าจะหากันเจอก็ต้องกลับรถกันอยู่หลายรอบ ให้ข้อคิดว่าถ้าเป้าหมายไม่ชัดเจน ก็จะต้องเสียเวลาในการที่จะหาทางไปให้ถึง

การเดินทางไปจังหวัดกระบี่ แม้ว่าระยะทางจะไม่ไกลมาก แต่เส้นทางคดเคี้ยวจึงเสียเวลา ไปหลงกันอีกครั้งตอนหาโรงแรม รู้เพียงว่าอยู่ซอย 8 จึงวิ่งรถเลยกลับไปกลับมา ในที่สุดก็ไปถึงที่หมายได้ มีเวลากินอาหารเช้าก่อนเข้าประชุม

แม้วันแรกจะไม่ได้เข้าประชุม แต่ดิฉันก็พอจะต่อติด เช้านี้เป็นการประชุมกลุ่มย่อย 6 กลุ่ม ดิฉันอยู่กลุ่มของสำนักวิชาด้านสุขภาพ มี ศ.ดร.วินัย ประลมพ์กาญจน์ รองอธิการบดีฝ่ายการเงินและทรัพย์สิน อยู่ด้วย พร้อมเจ้าหน้าที่ 2 คนทำหน้าที่เป็นเลขานุการ โจทย์ของวันนี้คือการกำหนดเป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์  ตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPIs) และค่าเป้าหมาย การกำหนดมาตรการและตัวอย่างโครงการ/กิจกรรม วิธีการที่ใช้ในการประชุมเป็นการอภิปรายระดมความคิด

ยุทธศาสตร์ (Strategy) ที่กลุ่มนี้รับผิดชอบ มี 2 ยุทธศาสตร์คือ (1) ขยายฐานการศึกษาและการบริการด้านสุขภาพแบบสหสาขาวิชาชีพ และ (2) การสร้างศักยภาพเครือข่ายระบบสุขภาพชุมชน ช่วงเช้าเราช่วยกันกำหนด KPIs ระดับยุทธศาสตร์ K PIs ระดับมาตรการ ค่าเป้าหมาย (ระดับมาตรการ) เมื่อสิ้นสุดแผนในปี 2559 ต่อจากนั้นจนถึงช่วงบ่ายเราใช้ KPIs ระดับมาตรการเป็นหลักในการกำหนดมาตรการหรือแนวทางการดำเนินงาน โครงการ/กิจกรรม และระบุหน่วยงานที่รับผิดชอบ 

เราพึงพอใจในผลงานที่ออกมาเพราะได้คิดบนฐานของต้นทุนที่สำนักวิชาทั้ง 4 สำนักวิชามีอยู่แล้ว ทั้งในด้านการจัดการศึกษา วิจัย และบริการวิชาการ เหลือแต่ว่าจะทำให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างไร หลังจากนี้เราจะนัดหมายการประชุมร่วมกันระหว่าง 4 สำนักวิชา เพื่อจัดทำปฏิทินการทำงานและกำหนดตัวเจ้าภาพหลักในแต่ละเรื่อง

บ่ายแก่ๆ เป็นช่วงเวลาของการนำเสนอผลการทำงานของทุกกลุ่ม รู้สึกดีที่ได้เห็นว่าผลงานของแต่ละกลุ่มมีความน่าสนใจและที่สำคัญคือมีความเป็นไปได้จริง ดร.กีร์รัตน์ สงวนไทร อธิการบดีกล่าวชื่นชมและบอกว่าจะมีการนำผลงานทั้งหมดไปวิเคราะห์สังเคราะห์ก่อนที่จะสรุปและนำเสนอต่อสภามหาวิทยาลัยต่อไป

เราเลิกการประชุมเกือบ 17 น. ดิฉันได้เข้าห้องพักซึ่ง request ไว้ว่าอยากนอนคนเดียวบนเตียงใหญ่ๆ เพื่อจะได้พักผ่อนให้เต็มที่ ห้องพักอยู่ชั้นหนึ่งของอาคาร 2 ด้านหลังออกไปที่สระน้ำได้ แต่ไม่กล้าออกไปเพราะอีกด้านคือห้องอาหาร ดิฉันรู้สึกว่าห้องพักของที่นี่กันเสียงไม่ได้ดี ได้ยินเสียงคนที่เล่นน้ำในสระว่ายน้ำและคนที่เดินอยู่ข้างนอก วันนี้ดูทีวีไม่ได้เลยเพราะสัญญาณล่มทั้งระบบ (ดูไม่ได้จนถึงวันกลับ) มีคนพูดเล่นๆ ว่ามีการทำให้สัญญาณล่มเพื่อคนจะได้ไม่ไปเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ (ฮา)




ภายในห้องนอน


ในเวลาประมาณ 18.30 น. เรากินอาหารเย็นที่โรงแรม หลังจากนั้นมีคนชวนไปนั่งรถเล่น เดิมมีแผนจะไปกินโรตีในเมือง แต่พอดูระยะทางไป-กลับเกือบ 40 กม. จึงเปลี่ยนใจ ทำให้ผู้บริหารบางคนที่เก็บที่ว่างในท้องไว้สำหรับโรตี ต้องหา snack เอากันหิวในเวลากลางคืน เมื่อกลับโรงแรมแล้ว ดิฉัน รศ.ดร.อมรา ช้างทรัพย์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ รศ.ดร.กัลยา ศรีสุวรรณ คณบดีสำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์และทรัพยากร คุยกันเรื่องจิปาถะ จนถึง 24.30 น. จึงได้แยกย้ายกันไปนอน

วันที่ 2 มีนาคม 2556 

เมื่อคืนกว่าจะหลับได้ก็เลยเวลา 02 น. ไปแล้ว จึงตื่นขึ้นมาสายหน่อยคือเกือบ 07 น. ทำกิจวัตรประจำวันเสร็จก็ออกไปกินอาหารเช้า เก็บข้าวของ 



สระว่ายน้ำด้านหลังห้องพัก ขวามือเป็นห้องอาหาร


เราออกเดินทางจากโรงแรมกลับมหาวิทยาลัยในเวลา 08.30 น. ดิฉันนั่งรถตู้คันเดียวกับอธิการบดี รองอธิการบดี และคณบดีสำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ รวม 8 คน เปิดประเด็นคุยกันหลายเรื่องทั้งเรื่องงานและเรื่องอื่นๆ เพื่อไม่ให้มีคนหลับ

เรารู้สึกว่าการเดินทางขากลับเร็วกว่าขาไป รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการชวนแวะร้านข้าวแกงริมทางที่ร่อนพิบูลย์ เพื่อซื้ออาหารกลับไปฝากคุณแม่ เราทุกคนจึงกินอาหารกลางวันกันที่นี่ กินเสร็จก็ซื้อแกงและขนมบ้านๆ ติดมือกันไปด้วย รถแวะส่งแต่ละคนที่บ้านไปเรื่อยๆ จนถึงมหาวิทยาลัย

ดิฉันเตรียมตัวขึ้นกรุงเทพฯ ในเที่ยวบินตอนค่ำเพื่อไปทำหน้าที่พลเมือง เลือกผู้ว่าฯ กทม. มีเวลาอีกนานเพราะเครื่องบินเลื่อนเวลาออกไปอีกหนึ่งชั่วโมงกว่า ตอนสี่โมงเย็นกว่าๆ จึงออกไปที่ร้าท่าศาลาซีฟู๊ด เพื่อซื้อปูม้าไปฝากลูก-หลาน บรรยากาศคลองที่ออกทะเลยามเย็นสวยสงบอย่างที่เห็น



คลองที่ออกสู่ทะเล มองจากร้านท่าศาลาซีฟู๊ด



ปูม้าที่นึ่งแล้ว ของฝากจากท่าศาลา


วันนี้กลับจากกระบี่ ระหว่างทางได้เจอข้าวแกงอร่อยของดีที่ร่อนพิบูลย์ และยังได้ชื่นชมของดีที่ท่าศาลา

วัลลา ตันตโยทัย