โรคที่พบบ่อยในเด็ก

     Common cold ไข้หวัด

       http://gotoknow.org/file/t-i-y-a-b-u-t/321.jpg

   ไข้หวัดเป็นการติดเชื้อของจมูก และคอ บางครั้งเรียก upper respiratory tract infection URI เกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งรวมเรียกว่า Coryza viruses ประกอบด้วย Rhino-viruses เป็นสำคัญ เชื้อชนิดอื่นๆมี Adenoviruses, Respiratory syncytial virus เมื่อเชื้อเข้าสู่จมูก และคอจะทำให้เยื่อจมูกบวม และแดง มีการหลังของเมือกออกมาแม้ว่าจะเป็นโรคที่หายเองใน 1 สัปดาห์แต่เป็นโรคที่นำผู้ป่วยไปพบแพทย์มากที่สุดโดยเฉลี่ยเด็กจะเป็นไข้หวัด 6-12 ครั้งต่อปี ผู้ใหญ่จะเป็น 2-4 ครั้ง ผู้หญิงเป็นบ่อยกว่าผู้ชายเนื่องจากใกล้ชิดกับเด็ก คนสูงอายุอาจจะเป็นปีละครั้ง

อาการ

                ผู้ใหญ่ มีอาการจาม และน้ำมูกไหลจะนำมาก่อน อ่อนเพลีย ปวดศีรษะเล็กน้อย แต่มักไม่ค่อยมีไข้ เชื้อจะออกจากทางเดินหายใจของผู้ป่วย 2-3 ชั่วโมงและหมดใน 2 สัปดาห์ บางรายอาจมีอาการปวดหู เยื่อแก้วหูมีเลือดคั่ง บางรายเยื่อบุตาอักเสบ เจ็บคอกลืนลำบาก โรคมักเป็นไม่เกิน 2-5 วัน แต่อาจมีน้ำมูกไหลนานถึง 2 สัปดาห์
ในเด็กอาจจะรุนแรง และมักมีการแพร่ไปเป็นหลอดลมอักเสบ ปอดบวมเป็นต้น

การติดต่อ

             โรคนี้มักจะระบาดฤดูหนาวเนื่องจากความชื้นต่ำและอากาศเย็น เราสามารถติดต่อจากน้ำลาย และเสมหะผู้ป่วย นอกจากนั้นมือที่เปื้อนเชื้อโรคก็สามารถทำให้เกิดโรคได้โดยผ่านทางจมูกและตา ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้ก่อนเกิดอาการและ 1-2 วันหลังเกิดอาการ ผู้ที่มีโอกาสเป็นไข้หวัดง่ายคือ เด็กอายุน้อยกว่า 2 ปีเด็กที่ขาดอาหาร เด็กที่เลี้ยงในสถานเลี้ยงเด็ก

วิธีการติดต่อมีด้วยกันกี่วิธี
1. มือของเด็กหรือผู้ใหญ่ที่สัมผัสเชื้อจากเสมหะของผู้ป่วย หรือสิ่งแวดล้อม แล้วขยี้ตา หรือเอาเข้าปากหรือจมูก
2. หายใจเอาเชื้อที่ผู้ป่วยไอออกมา
3. หายใจเอาเชื้อที่กระจายอยู่ในอากาศ

    โรคคางทูม

     http://gotoknow.org/file/t-i-y-a-b-u-t/mump.jpg

  สาเหตุ

โรคคางทูม เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบของต่อมน้ำลาย พาโรติด ที่บริเวณหน้าใบหู 2 ข้างของคาง

อาการ

         บริเวณดังกล่าวโตบวมจนเห็นไดชัด ถ้าเป็นในเด็กโตจะมีอาการปวดหูและเจ็บลำคอในวันแรกด้วย ไข้จะต่ำในวันที่สอง พอวันที่สามไข้กลับสูง วันก่อนจะเป็นคางทูม เด็กจะรู้สึกไม่สบาย ส่วนมากจะบวมข้างเดียวก่อน ต่อมาอีกข้างถึงจะบวมตามแต่บางคนก็บวมข้างเดียวถ้าบวมน้อยๆจะหายในเวลา 3-4วัน แต่ถ้าเป็นมากกว่านี้จะยุบภายใน 10 วัน
ในเด็กหนุ่มหรือผู้ใหญ่ผู้ชาย เชื้อไวรัสของโรคนี้อาจจะไปอยู่บริเวณลูกอัณฑะได้ ทำให้เกิดอาการอักเสบและเจ็บมาก แถมกลายเป็นหมันด้วย


 โรคคอตีบ

อาการ
       จะไม่สบายตัว เจ็บคอ และมีไข้ ถ้าอ้าปากกว้างๆ หรือร้องอาๆจะเห็นมีฝีสีขาวปนเทาอยู่ที่ต่อมทอนซิลซึ่งอาจจะกระจายลงมาในหลอดลมหรือกระจายขึ้นไปที่จมูกก็ได้ เวลาไอเสียงไอจะห้าวๆ ก้องๆ เริ่มหายใจลำบากหายใจหอบคล้ายวิ่งมาเหนื่อยๆ

เมื่อใดควรไปพบแพทย์

       ควรพาเด็กไปหาแพทย์ทันทีเมื่อบ่นเจ็บคอ มีไข้ ไอก้องๆ และหายใจหอบหากตรวจพบว่าเป็นโรคนี้ต้องรับเข้าพยาบาลเพราะเชื้อคอตีบมีท็อกซินที่เป็นอันตรายต่อหัวใจ โดยหมอจะฉีดซีรั่มต้านท็อกซินให้ ถ้ามีพี่น้องก็ต้องถูกตรวจทุกคน

การรักษา
       นอกจากการรักษาทางยาแล้ว หากโรคลุกลามอาจต้องเจาะคอใส่ท่อหายใจให้เพราะเด็กอาจไม่สามารถหายใจเองได้ เนื่องจากเยื่อต่างๆในลำคอบวมจนปิดกั้นทางเดินลมหายใจ

  ตารางแสดงการให้ภูมิคุ้มกันโรคที่เด็กควรได้รับ

อายุ
วัคซีนป้องกันโรค

แรกเกิด

 วัคซีน บีซีจี ป้องกันโรควัณโรค
ตับอักเสบ บี ครั้งที่ 1

2 เดือน

คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ครั้งที่ 1
โปลิโอ ครั้งที่ 1

4 เดือน

คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ครั้งที่ 2
โปลิโอ ครั้งที่ 2

6 เดือน

คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ครั้งที่ 3
โปลิโอ ครั้งที่ 3 ตับอักเสบ บี ครั้งที่ 3

9-12 เดือน

หัด คางทูม หัดเยอรมัน ครั้งที่ 1

1 1/2 ปี

คอตีบ บเดทะยัก ไอกรน ครั้งที่ 4
โปลิโอ ครั้งที่ 4
ไข้สมองอักเสบ ครั้งที่ 1
ไข้สมองอักเสบ ครั้งที่ 2 (ห่างจากครั้งแรก 1-2 สัปดาห์)

2 1/2 ปี

ไข้สมองอักเสบ ครั้งที่ 3

4-6 ปี

คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ครั้งที่ 5
โปลิโอ ครั้งที่ 5
วัคซีน บีซีจี ป้องกันวัณโรค
ี 12-16 ปี
* หัด คางทูม หัดเยอรมัน ครั้งที่ 2
คอตีบ บาดทะยัก ครั้งที่ 6