ดิฉันมีผลการประกวดเรียงความในหัวข้อ "คนดีในความคิดของฉัน"
ที่กรมสรรพากรได้จัดประกวดขึ้น โดยเลือกเฉพาะที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ 3
ระดับกลุ่ม ดังนี้ เพื่อเป็นกำลังใจและแนวทางในการทำความดีเพื่อตนเอง
และประเทศชาติ เพราะเมื่อคนดี สังคมดี ประเทศชาติก็ดี โลกก็สงบสุข 1.
บทความของเด็กหญิงเสาวลักษณ์ แก้วไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
โรงเรียนวัดทะเลมิตรภาพที่ 151 หมู่ที่ 6 ตำบลควนกรด อำเภอทุ่งสง
จังหวัดนครศรีธรรมราช รหัสไปรษณีย์ 80110
คนดีในความคิดของฉัน
ในสังคมปัจจุบันนี้มีทั้งคนดีและคนชั่วปะปนกัน ทุกคนต้องการให้คนเป็นคนดี ไม่มีใครอยากให้ใครเป็นคนชั่ว แต่คงจะเป็นไปไม่ได้ ไม่มีใครสามารถทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด บ้านเมืองจะเจริญก้าวหน้าพัฒนาได้รวดเร็ว ด้วยการเปิดโอกาสส่งเสริมให้คนดีได้เข้ามาบริหารปกครองบ้านเมือง อย่างส่งเสริมให้คนชั่วเข้ามาปกครองบ้านเมือง เพียงเท่านี้ประเทศชาติบ้านเมืองจะพัฒนาก้าวไกล ประชาชนจะอยู่เย็นเป็นสุข
ถ้าจะถามว่า “คนดีคือคนที่เป็นอย่างไร” แน่นอนว่าคำตอบที่ได้คงจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ตอบ เด็กตอบหรือผู้ใหญ่ตอบ ผู้ตอบมีความรู้และประสบการณ์มากน้อยเพียงใด จริง ๆ แล้วคุณลักษณะของผู้ที่เป็นคนดีมีมากมายหลายประการ แต่ถ้าจะให้เหมาะกับสภาพการณ์บ้านเมือง สภาพสังคมในปัจจุบัน ในภาวะที่บ้านเมืองของเราค่อนข้างที่จะสับสนวุ่นวาย คนมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน มีปัญหาหลายปัญหาที่ต้องแก้ไข ในความคิดของฉันคนดีจึงต้องเป็นคนที่มีความจริงใจ สามารถช่วยเหลือแก้ไขปัญหาของสังคม ปัญหาของประเทศชาติได้ตามสภาพบทบาทหน้าที่ของตนเอง ซึ่งจะต้องมีลักษณะดังนี้
ประการแรก คนดีต้องขยันเรียนรู้ ความรู้เป็นสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานประการแรกสุดของทุกคนที่จะช่วยสร้างสติปัญญา สร้างความคิด รู้จักรับผิดชอบชั่วดี หากคนไม่มีความรู้ความคิดที่ถูกต้องมีเหตุมีผลเสียแล้ว คงยากที่จะไปทำสิ่งอื่นให้เกิดผลดี คนดีต้องตื่นตัวอยู่เสมอ สนใจการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางวิชาการที่พัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง
ประการที่สอง คนดีต้องมีความรับผิดชอบ ความรับผิดชอบในที่นี้ความหมายกว้างครอบคลุมไปถึงความตั้งใจจริงที่จะทำงานทุกอย่างให้สำเร็จเรียบร้อย บรรลุผลตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ คนดีต้องเห็นความสำคัญของงานในหน้าที่ของตนเอง ใครมีบทบาทหน้าที่อะไรให้ทำไปตามบทบาทหน้าที่นั้น เด็กต้องเห็นความสำคัญของงานในบทบาทหน้าที่ของเด็ก พ่อแม่ต้องเห็นความสำคัญของงานในบทบาทหน้าที่ของพ่อแม่ ครูต้องเห็นความสำคัญของงานในบทบาทหน้าที่ของครู ผู้บริหารบ้านเมืองต้องเห็นความสำคัญของงานในบทบาทหน้าที่ของผู้บริหารบ้านเมือง เป็นต้น เท่านี้ก็จะนำไปสู่ความรับผิดชอบได้โดยอัตโนมัติ
ประการที่สาม คนดีต้องซื่อสัตย์สุจริต หมายถึงคนดีต้องประพฤติชอบ จริงใจ ซื่อตรง ไม่คดโกง คนดีต้องซื่อสัตย์สุจริตทั้งต่อตนเอง ต่อบุคคลรอบข้าง ต่อสังคมและต่อประเทศชาติ สังคมใดมีแต่คนซื่อตรง ไม่คดโกง ไม่เอาเปรียบผู้อื่น สังคมนั้นจะมีแต่ความสงบสุขและพัฒนาได้รวดเร็ว คนดีต้องซื่อสัตย์ทั้งในความคิด การพูดและการกระทำ นั่นหมายความว่าคนจะดีได้ต้องเริ่มจากการคิดที่ออกมาจากใจจริง ตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรแอบแฝง ไม่คิดคดโกง ไม่คิดเอาแต่ประโยชน์ของตนเพียงฝ่ายเดียว คนดีต้องพูดดีพูดเพราะ พูดแต่ในสิ่งที่สร้างสรรค์เกิดประโยชน์ทั้งแก้ผู้พูดและผู้ฟัง คนดีต้องทำดี ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ตนเอง สังคมและประเทศชาติ กล่าวโดยสรุปคือคนดีต้องซื่อสัตย์สุจริตคิดดี พูดดีและทำดี นั่นเอง
ประการที่สี่ คนดีต้องรู้รักสามัคคี ความรักความสามัคคีของทุกคนในชาติเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ทุกคนต้องการให้มีในเวลานี้ เพราะความรักความสามัคคีปรองดองกันเป็นหนทางนำไปสู่ความร่วมมือร่วมใจ ก่อให้เกิดความเข้มแข็ง ทำให้งานทุกอย่างสำเร็จได้ตามความต้องการ ช่วยแก้ปัญหาให้ลุล่วงได้ ประเทศชาติจะสงบสุข ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขได้ถ้าทุกคนมีความรัก ความสามัคคีกัน เริ่มตั้งแต่ความรักความสามัคคีในครอบครัว ในชุมชน ในหมู่บ้าน ในอำเภอ ในจังหวัดและในประเทศชาติ
ประการสุดท้าย ที่เป็นลักษณะของคนดีคือ คนดีต้องสร้างคนดี หมายความว่าคนในสังคมมีจำนวนมาก หากมีคนดีเพียงไม่กี่คนอยู่ในท่ามกลางคนไม่ดีจำนวนมาก คงจะไม่มีโอกาสที่จะทำความดีได้อย่างสมบูรณ์แบบแน่นอน จำเป็นต้องมีการพึ่งพาอาศัยกัน ต้องมีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ฉะนั้น คนดีจะดีได้อย่างยั่งยืน ทำความดีได้ตลอดเวลา จำเป็นอย่างยิ่งที่คนรอบข้างต้องเป็นคนดีด้วย จึงจะสามารถช่วยเหลือเกื้อกูลกันทำความดีได้อย่างเต็มที่ ผู้ใดก็ตามที่มีความสามารถโน้มน้าวชักชวนคนอื่นให้ทำความดีให้เป็นคนดีได้ ถือว่าเป็นคนดีที่ควรแก่การยกย่องมากที่สุด สังคมใดที่มีคนดีมากกว่าคนชั่ว สังคมนั้นจะเจริญ ในทางตรงข้ามถ้าสังคมใดมีคนชั่วมากกว่าคนดี สังคมนั้นคงจะเจริญก้าวหน้าได้ยาก
คนดีไม่ใช่ลักษณะเพียงห้าประการที่กล่าวข้างต้นเท่านั้น คุณสมบัติของคนดียังมีอีกมากมายเกินกว่าที่จะยกมาอธิบายในที่นี้ได้หมด เพียงแต่เห็นว่าคุณสมบัติทั้งห้าประการนั้นเป็นสิ่งที่คนในสังคมต้องการให้มี ต้องการให้เกิดขึ้นในตัวของทุกคน ในยามที่บ้านเมืองประสบปัญหา สรุปให้เห็นชัดเจนที่สุด คนดีคือคนที่คิด พูดและทำในสิ่งที่ตนเองไม่เดือดร้อน ตนเองพอใจ ผู้อื่นไม่เดือนร้อน ผู้อื่นพอใจและเกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม
ที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดเป็นลักษณะของคนดีในความคิดของฉัน ที่เป็นความต้องการ เป็นความคาดหวังของสังคมในเวลานี้และในอนาคต โตขึ้นฉันจะทำตัวเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นศิษย์ที่ดีของครู เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติและชักชวนคนอื่นให้เป็นคนดี ให้ทำความดีเท่าที่สามารถจะทำได้ ทุกคนลองสำรวจตัวเองดูซิว่าเป็นคนดีแล้วหรือยัง ถ้าคิดว่ายังไม่เป็นคนดี ขอให้เริ่มเสียตั้งแต่ยัดนี้เป็นต้นไป ถ้าเป็นคนดีอยู่แล้ว ขอให้เป็นคนดีและทำความดีต่อไป เพื่อประโยชน์ที่จะเกิดแก่ตนเอง สังคมและประเทศชาติต่อไปในอนาคต
2.บทความของเด็กชายอดิศักด์ จันทบัตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
โรงเรียนศรีประจันต์ “เมธีประมุข” อำเภอศรีประจันต์
จังหวัดสุพรรณบุรี
คนดีในความคิดของฉัน
โคควายวายชีพได้ เขาหนัง
เป็นสิ่งเป็นอันยัง อยู่ไซร้ คนเด็ดดับสูญสัง- ขารร่าง เป็นชื่อเป็นเสียงได้ แต่ร้าย กับดี (จาก ... โคลงโลกนิติ)
วัวและควายเมื่อสิ้นชีวิตไปแล้วเขาและหนังของมันยังนำมาใช้ประโยชน์ได้ แต่คนเรานั้น เมื่อสิ้นชีวิตไปอวัยวะในร่างกายไม่มีสิ่งใดที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้เลย มีแต่เสื่อมสลายสิ้นไปในที่สุด แต่สิ่งที่จะเหลือไว้ให้คนรุ่งหลังระลึกถึงสิ่งนั้น คือ “ความชั่วและความดี” มีคำกล่าวที่ว่า “คนเราไม่สามารถที่จะเลือกเกิดได้ แต่คนเรามีสิทธิ์ที่จะเลือกเป็นคนดีหรือคนชั่วได้” ในขณะที่เรายังมีลมหายใจอยู่เลือกประกอบแต่คุณงามความดีชีวิตเราก็คงจะมีคุณค่าน่าภาคภูมิใจ
โลกในปัจจุบันมีความเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว แต่ในทางตรงข้ามจิตใจและศีลธรรมของมนุษย์กลับเสื่อมลง สังคมไทยที่เคยมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มีน้ำใจไมตรีต่อกัน ปัจจุบันกลับเปลี่ยนมาเป็นสังคมที่มีแต่ความสับสนวุ่นวายแก่งแย่งชิงดีกัน ผู้คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น โจรผู้ร้ายชุกชุม พ่อค้านายทุนเอารัดเอาเปรียบประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐประพฤติมิชอบทุจริตต่อหน้าที่ ฉ้อราษฎร์บังหลวง นักการเมืองและผู้บริหารบ้านเมืองขัดแย้งโจมตีกันเพราะขัดกันในเรื่องผลประโยชน์ ฯลฯ ปัญหานานัปการล้วนก่อให้เกิดปัญหาในสังคม หนทางที่จะแก้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ วิธีที่ดีที่สุด คือ ส่งเสริมให้คนดีเข้ามาบริหารปกครองบ้านเมืองและส่งเสริมให้คนดีอยู่ในสังคมได้อย่างสงบสุข
หลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอันเป็นหัวใจของศาสนานั้นก็คือ “พึงกระทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส” ซึ่งแนวคำสอนของพระพุทธองค์นี้เป็นหนทางนำไปสู่ความสุขอย่างแท้จริง คนเราเกิดมาชาติหนึ่งพึงกระทำสิ่งอันเป็นประโยชน์ไว้ให้แก่โลกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ควรถามว่า “โลกได้ให้อะไรกับเราบ้าง” แต่เราควรถามตัวเองอยู่เสมอว่า “เราได้ให้อะไรแก่โลกบ้าง”
จากอดีตจนถึงปัจจุบันมีผู้ที่ได้กระทำความดีไว้แก่โลกมากกมาย ทั้งหญิงและชาย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ไม่เลือกชั้นวรรณะ ไม่เลือกวัน เวลา และสถานที่ ทั้งพระมหากษัตริย์และสามัญชน การทำความดีนั้นไม่เพียงต้องเสียสละชีวิตเพื่อกู้ชาติบ้านเมืองเท่านั้น เราสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การเป็นผู้นำบริหารประเทศ ข้าราชการ นักการเมือง ก็ใช้ความรู้ความสามารถที่มีมาพัฒนาความเจริญของบ้านเมืองด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นประชาชนก็ประกอบอาชีพที่สุจริตไม่ฝักไฝ่ในอบายมุข ไม่ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานี้บ้านเมืองของเรากำลังต้องการความสามัคคีจากทุคนและทุกฝ่าย
การทำความดีนั้นหลายคนอาจจะมองว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ยากยิ่ง แต่ที่ยากยิ่งกว่าก็คือ การรักษาความดีที่ได้กระทำไว้ให้ดำรงอยู่ต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด อย่างไรก็ตามทุกคนสามารถเป็นคนดีกระทำความดีได้ถ้ามุ่งมั่นและตั้งใจจริง มีปัจจัยสำคัญหลายอย่างในการประกอบคุณงามความดีนั้นมีหลายประการแต่ลักษณะของคนดีในความคิดของผม คือ บุคคลที่ประกอบด้วยคุณลักษณะ ดังนี้
มีความซื่อสัตย์สุจริต ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นมูลที่จะถางทางไปสู่คุณธรรมข้ออื่น ๆ ความซื่อสัตย์สุจริตนั้นต้องประกอบด้วยกาย วาจา และใจ ผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตย่อมเป็นที่เชื่อถือของคนทั่วไป เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการทำงาน และการประกอบอาชีพทุกอาชีพ
มีความขยันหมั่นเพียร ความขยันหมั่นเพียรเป็นคุณธรรมสำคัญในการกระทำกิจการงาน ทั้งปวงให้ประสบความสำเร็จ ผู้ที่ตั้งมั่นอยู่ในความขยันหมั่นเพียรย่อมแสวงหาความรู้ใส่ตนอยู่เสมอ ประกอบกิจการงานใด ๆ ก็ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคและความยากลำบาก กิจการงานต่าง ๆ ย่อมสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี บุคคลใดมีความขยันหมั่นเพียรก็ย่อมมีความเจริญในชีวิต หน่วยงานใด สังคมใดมีคนที่ขยันหมั่นเพียรมาก ๆ หน่วยงานนั้น สังคมนั้นก็คงจะมีแต่ความก้าวหน้ามั่นคง
มีความเมตตากรุณา ความเมตตากรุณาเป็นคุณธรรมที่อยู่ใน “พรหมวิหารธรรมสี่” อันเป็นธรรมของผู้ที่เป็นใหญ่หรือหัวหน้าและบุคคลทั่วไป หากโลกมนุษย์อยู่ร่วมกันโดยใช้หลักเมตตาธรรม เชื่อว่ามนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลายย่อมอยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุข ดังคำกล่าวที่ว่า “เมตตาธรรมค้ำจุนโลก”
มีความกตัญญูกตเวที ผู้ที่มีความกตัญญูกตเวทีย่อมเป็นที่ยกย่องสรรเสริญของเทวดา และมนุษย์ ผู้ที่ยึดมั่นปฏิบัติเป็นนิจย่อมมีความเจริญในชีวิต ได้ชื่อว่า เป็นคนดี ดังคำกล่าวที่ว่า “ความกตัญญู เป็นเครื่องหมายของคนดี”
บุคคลที่มีลักษณะดังกล่าว คือ คนดีในความคิดของฉัน ซึ่งจะกล่าวถึงเป็นตัวอย่างพอสังเขป ดังนี้
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เปี่ยมล้นด้วยคุณธรรม เมตตาธรรม และมีพระราชจริยวัตรที่งดงาม พระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการมาโดยตลอด พระองค์ทรงตั้งมั่นพระราชหฤทัยที่จะเป็นพระมหากษัตริย์ที่ดีและเป็นผู้นำทางด้านความประพฤติ เป็นแบบอย่างแก่ประชาชนเพื่อประโยชน์สุขแก่พสกนิกรชาวไทย พระองค์ทรงเป็นยิ่งกว่าพระประมุขของชาวไทยทั้งปวง พระองค์ได้ทรงอุทิศเวลา และทุ่มเท พระวรกายอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อประโยชน์สุขและความเป็นอยู่ที่ดีของชาวไทยทั้งปวง
พระธรรมโกศาจารย์ (พุทธทาส อินทปัญโญ) ผลจากการมุ่งมั่นศึกษา ฝึกฝนตนอย่างเข้มงวด และอุทิศชีวิตถวายแด่พระศาสนาของท่าน ทำให้ท่านได้รับการนับถือยกย่องจากพุทธศาสนิกชนทั้งในประเทศและจากต่างประเทศ ผลงานของท่านได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวาง ทั้งที่เป็นภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ กระทั่งได้รับการยอมรับจากชาวโลกว่าเป็นสมณะปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้มีบทบาทอย่างสูงต่อพุทธศาสนา
บุคคลที่ได้กล่าวถึงข้างต้นนั้นเป็นเพียงตัวอย่างของบุคคลที่ประกอบคุณงามความดีจนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาและจิตใจของคนทั่วไป รวมทั้งตัวของฉันด้วย บุคคลในโลกนี้ยังมีอีกมากมาย ไม่ใช่มีเพียงแต่บุคคลที่ได้กล่าวมาเท่านั้นแต่ยังมีอีกมากกมายหลายท่านมากจึงไม่สามารถนำมาเผยแพร่ได้ทั้งหมดสิ้น
การทำความดีแม้เพียงเล็กน้อยนั้นบางคนอาจจะมองว่าไม่สำคัญ แต่การทำความดีแม้เพียงเล็กน้อยนี้เองเป็นมูลนำไปสู่การทำความดีที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้นเราควรเร่งขวนขวายทำความดีไว้ก่อนที่เรานั้นจะไม่มีโอกาสได้กระทำ การทำความดีนั้น ไม่ใช่ทำแล้วต้องได้ ลาภ ยศ ทรัพย์สิน เงินทอง ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด การทำความดีนั้นต้องได้ “ความดี” เป็นสิ่งตอบแทน ซึ่งความดีนั้นเป็นบุญกุศลติดตัวไปในภายภาคหน้า การทำความดีนั้นควรทำทั้งต่อหน้าและลับหลัง แม้จะไม่มีใครรู้ใครเห็นเปรียบคนที่ปิดทองหลังพระก็ตาม จึงได้ชื่อว่าเป็นคนดีอย่างแท้จริง
ทำดีเพื่อความดีนั่นแหละดี ทำดีเพื่อเอาดีหาดีไม่
ทำดีเพื่อความดีแล้วดีใจ ทำเพื่อเอาดีไซร้ใช่ดีแท้
(พระราชธรรมมุนี)
3.บทความของนางสาวดนิตา พงศ์อนุตรี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา 227 ถนนพญาไท เขตปทุมวัน กรุงเทพ ฯ 10330
คนดีในความคิดของฉัน
หลายคนมุ่งมั่นฝันจะเป็นคนดี เพราะคนดีเป็นที่รักใคร่และยกย่องของทุก ๆคนในสังคม หากแต่ “คนดี” จะต้องมีลักษณะอย่างไรนั้น น้อยคนนักที่จะเคยให้คำจำกัดความที่ชัดเจน อาจเป็นเพราะว่าความดีนั้นไม่มีกฎเกณฑ์ในการวัดที่แน่นอน บางครั้งเมื่อเราตั้งใจทำความดีเพื่อใครสักคน การกระทำของเราอาจสร้างความเดือนร้อนต่อผู้อื่นได้ ทำให้เมื่อมองจากมุมของผู้ที่ต้องสูญเสียผลประโยชน์ ความดีของเราอาจไม่ใช่ความดีอีกต่อไป นอกจากนี้ การทำความดีเพียงเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยไม่คำนึงถึงผลข้างเคียงนั้นอาจไม่ใช่ลักษณะของคนดีที่แท้จริงในความคิดของฉัน คนดีจะต้องเป็นคนที่คิดดีและทำดีต่อทุก ๆ คนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นตนเอง ครอบครัว ชุมชน ประเทศชาติ รวมไปถึงเพื่อนมนุษย์ทั้งโลก
การทำความดีต่อตนเองถือได้ว่าเป็นการทำความดีที่ง่ายที่สุดประการหนึ่ง เราทุกคนสามารถทำดีต่อตนเองได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการมีวินัยต่อตนเองในด้านการเรียนและการทำงาน มีความขยันหมั่นเพียร มานะบากบั่น อดทนต่ออุปสรรคและความยากลำบาก ตลอดจนแก้ไขปัญหาด้วยสติสัมปชัญญะ ทั้งยังจะต้องเป็นคนที่ดำรงตนสมควรแก่สถานะ โดยดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ตกเป็นเหยื่อของลัทธิบริโภคนิยม หรือใช้จ่ายอย่างฟุ้งเฟ้อเกินจำเป็นตามกระแสนิยม นอกจากนี้ คนดีจะต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง ไม่กระทำความผิดแม้เมื่อมีโอกาส เช่น ไม่พูดเท็จเพียงเพื่อเอาตัวรอด ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้ที่ด้อยกว่า ไม่ทุจริตในการสอบ หรือฉ้อราษฎร์บังหลวง ถือเอาผลประโยชน์ของแผ่นดินมาเป็นของตนหรือบุคคลใกล้ชิด การทำความดีเหล่านี้ นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงจิตใจที่ดีงามของผู้กระทำแล้ว ยังจะส่งผลให้ผู้นั้นเป็นที่รักใคร่ชื่นชมของบุคคลที่ได้พบเห็น อันจะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและประสบความสำเร็จในชีวิต
นอกจากการทำดีต่อตนเองแล้ว คนดียังจะต้องทำดีต่อครอบครัวอีกด้วย โดยเริ่มตั้งแต่การประพฤติดีต่อสมาชิกทุก ๆ คนในครอบครัวทั้งทางกาย วาจาและใจ มีความกตัญญูกตเวทีต่อบุพการีและญาติผู้ใหญ่ที่มีพระคุณแก่ตน เลี้ยงดูท่านเมื่อท่านเจ็บไข้หรือแก่ชรา หมั่นไปมาหาสู่เยี่ยมเยียนเมื่อมีโอกาส เชื่อฟังคำสอนและน้อมรับคำแนะนำของท่านมาพิจารณาและปฏิบัติตามในกรณีที่เหมาะสม ไม่แสดงกิริยาหรือวาจาก้าวร้าวเมื่อไม่เห็นด้วย แต่จะชี้แจงความคิดเห็นของตนโดยใช้เหตุผล ด้วยท่าทีอ่อนน้อม นอกจากนี้ คนดีก็จะไม่ใช้ความมีอาวุโสของตนมาทำร้ายผู้ที่ด้อยกว่าในด้านวัยวุฒิ เช่น ไม่ลงโทษบุตรหลานด้วยวิธีที่รุนแรงจนเกินความเหมาะสม ความเครียดหรือปัญหาใด ๆ อันเกิดจากหน้าที่การงาน ก็ควรจะแยกออกจากชีวิตครอบครัว นอกจากนี้ คนดีควรแสดงความรักความปรารถนาดีต่อสมาชิกทุก ๆ คน ด้วยการไต่ถามสารทุกข์สุกดิบอย่างสม่ำเสมอ แบ่งเบาภาระต่าง ๆ ในบ้านตามกำลังความสามารถ ในยามที่สมาชิกคนอื่นประสบปัญหา ไม่ว่าเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ก็คอยให้ความช่วยเหลือ
อย่างไรก็ตาม ฉันคิดว่า การทำดีต่อตนเองและครอบครัวยังไม่เพียงพอที่จะทำให้คนคนหนึ่งกลายเป็นคนดีได้ คนดีจะต้องปฏิบัติดีและเผื่อแผ่ความปรารถนาดีไปยังชุมชนและสังคมโดยส่วนรวม ไม่ว่าจะเป็นการให้ความร่วมมือในกิจกรรมหรือโครงการต่าง ๆ ของชุมชนโดยอาจสละกำลังทรัพย์ตามสถานภาพของตน เพื่อสนับสนุนกิจกรรมการกุศลในวันสำคัญทางศาสนา หรือ เข้าร่วมประชุมเพื่อแสดงความคิดเห็นในหัวข้อต่าง ๆ หรือ แจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรับทราบ เมื่อพบเห็นเหตุการณ์หรือพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ เช่น การลักขโมย หรือการแพร่ระบาดของยาเสพติดในหมู่วัยรุ่น และเมื่อมีโอกาส คนดียังจะต้องช่วยเหลือผู้ที่ประสบกับภัยภิบัติ ไม่ว่าจะจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ หรืออันตรายจากสาเหตุอื่นใด ให้พ้นจากความทุกข์ยาก นอกจากนี้ คนดีจะต้องไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่สังคม ด้วยการประพฤติตนตามจารีตประเพณีอันดีงาม ไม่หลงไปตามกระแสสังคมสมัยใหม่ อันจะเป็นบ่อเกิดของปัญหาต่าง ๆ มากมาย
นอกจากการทำความดีต่อบุคคลและสังคมรอบข้างแล้ว คนดีในความคิดของฉันยังจะต้องเป็นผู้ที่มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อันเป็นสามสถาบันหลักของประเทศ ด้วยการเป็นพลเมืองที่ดี ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ใช้สิทธิของตนตามที่กฎหมายบัญญัติ โดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น และปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพลเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นการไปเลือกตั้ง ทั้งการเลือกตั้งทั่วไปและการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น คอยติดตามข่าวสารบ้านเมือง เพื่อตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ เมื่อมีรายได้ก็จะต้องเสียภาษีเงินได้ โดยไม่หลบเลี่ยงภาษีไม่ว่าจะในรูปแบบใด ๆ ส่วนในทางศาสนา คนดีในความคิดของฉันจะต้องปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี ปฏิบัติตามหลักคำสอนทางศาสนา แต่ในขณะเดียวกันก็ให้เกียรติผู้ที่นับถือศาสนาอื่น ๆ เพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถมีชีวิตอยู่บนผืนแผ่นดินไทยแห่งนี้ได้อย่างสมานฉันท์ และเหนือสิ่งอื่นใด คนดีในความคิดของฉัน ก็จะต้องปฏิบัติตนเป็นพสกนิกรที่ดีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการดำเนินชีวิตตามพระบรมราโชวาทและแนวพระราชดำริ รวมไปถึงการตั้งใจทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
แต่คนดีในความคิดของฉันยังจะต้องทำดีต่อเพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย โดยไม่คำนึงว่าผู้คนเหล่านั้นจะมาจากประเทศใด เพราะการมุ่งทำดีเพียงต่อประเทศชาติของตน อาจก่อให้เกิดการรุกรานเอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ในประเทศอื่น ๆ อันจะนำไปสู่ข้อพิพาทบาดหมางระหว่างประเทศ หรือแม้แต่การเกิดสงครามได้ นอกจากการไม่เอารัดเอาเปรียบกันและกันแล้ว คนดีจะต้องไม่เหยียดผิวหรือเลือกปฏิบัติต่อผู้อื่น โดยใช้เหตุผลทางเชื้อชาติหรือศาสนา แต่ความดีต่อมวลมนุษยชาตินั้นใช่ว่าจะแสดงออกได้แต่เพียงด้านสังคมและการเมืองเท่านั้น การอนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมก็ถือเป็นการนำผลประโยชน์มาสู่เพื่อนมนุษย์เช่นกัน คนดีจะต้องปรับพฤติกรรมในการบริโภคอุปโภคทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ดิน แร่ธาตุ หรือน้ำมัน เพื่อให้มีเหลือใช้ไปถึงชนรุ่นหลัง และไม่กระทำการใด ๆ อันจะส่งผลกระทบถึงสมดุลทางธรรมชาติ
แม้ว่าการเป็นคนดีจะไม่มีคำจำกัดความหรือมาตรฐานในการวัดที่แน่นอน แต่ฉันคิดว่า การทำความดี คือ การกระทำที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทุก ๆ ฝ่าย ไม่ว่าต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน ประเทศชาติ และมวลมนุษยชาติ สิ่งเหล่านี้เมื่อฟังดูแล้วอาจรู้สึกว่า การเป็นคนดีนั้นทำได้ยากจริงอยู่ การทำความดีไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ คนเราอาจมีความสามารถหรือความถนัดแตกต่างกันไป แต่ฉันเชื่อว่า สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีเหมือนกัน คือ ศักยภาพที่จะเป็นคนดี ขอเพียงแต่เรามีความมุ่งมั่นที่จะทำความดี โดยอาจเริ่มต้นตั้งแต่ระดับตนเอง จากนั้นจึงค่อย ๆ ขยายไปสู่ระดับที่กว้างขึ้นตามลำดับ หากทุกคนสามารถทำได้เช่นนี้ ฉันมั่นใจว่า โลกของเราจะต้องเปี่ยมไปด้วยความสงบและผาสุกอย่างแน่นอน