.

สำนักข่าว Guardian ตีพิมพ์เรื่อง 'Migrants' billions put aid in the shade
' = “
เงินของคนอพยพนับพันล้าน(ปอนด์)ช่วยชาติแบบเงียบๆ” = “คนทำงานต่างประเทศส่งเงินกลับช่วยชาติ”, ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

.

เงินจากการส่งแรงงานออกนอกประเทศ ส่งเงินกลับบ้านเพิ่มเป็น 3 เท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

  • [ migrant ] > [ ไม้ - แกร่น - t/ถึ (เสียงพ่นลม เบา-สั้น) ] > http://www.thefreedictionary.com/migrant > noun = ผู้อพยพ
  • คำนี้มาจากภาษาละติน ศัพท์พี่ๆ น้องกัน คือ 'migrate'
  • [ migrate ] > [ ไม - เกรท / t/ถึ (เสียงพ่นลม เบา-สั้น) ] > http://www.thefreedictionary.com/migrate > verb = อพยพ เร่ร่อน พเนจร เช่น สัตว์ที่อพยพตามฤดูกาล ฯลฯ; คำนี้มีศัพท์พี่ๆ น้องๆ กัน คือ 'migration'

ธนาคารโลกประมาณการณ์ว่า เงินส่งกลับบ้านเหล่านี้รวมกันน่าจะมากเป็น 3 เท่าของเงินช่วยเหลือทั่วโลกรวมกันขึ้นไป

.

ปี 2555 ยอดเงินส่งกลับบ้าน = 15,806,720 ล้านบาท = ประมาณ 15.8 ล้านล้านบาท

.

ยอดเงินระดับนี้เทียบแล้ว ใหญ่กว่าขนาดเศรษฐกิจของอิหร่าน หรืออาร์เจนตินา

.

ประเทศที่รัฐบาลสนับสนุนการส่งออกแรงงานอย่างเป็นระบบ หรืออาจมีหน่วยงานระดับกระทรวงรองรับได้แก่ ฟิลิปปินส์ บังคลาเทศ และเซเนกัล

.

รัฐบาลรวันดา ซึ่งถูกตัดความช่วยเหลือ เนื่องจากไปสนับสนุนกบฏในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ถึงกับเรียกร้องให้คนรวันดาที่อยู่ต่างประเทศช่วยกันส่งเงินกลับให้มากขึ้น

.

ทว่า... แรงงานต่างชาติกลับต้องจ่ายค่านายหน้าในการส่งเงินกลับจำนวนมาก ซึ่งบ่อยครั้งเสียค่าหัวคิวไปกว่า 20%

.

มหาอำนาจด้านการส่งแรงงานออกนอก 5 อันดับแรกได้แก่ (คิดที่ 30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ)

.

(1). อินเดีย > มากกว่า 1.8 ล้านล้านบาท

(2). จีน > มากกว่า 1.8 ล้านล้านบาท

(3). ฟิลิปปินส์ > 720,000 ล้านบาท

(4). เม็กซิโก > 720,000 ล้านบาทไนจีเรีย > 630,000 ล้านบาท

(5). ไนจีเรีย > 630,000 ล้านบาท

.

อันดับ 6 คือ อียิปต์กำลังมาแรง มีเงินส่งกลับประเทศเพิ่มเป็น 2 เท่าในช่วงปี 2551-2555 = 540,000 ล้านบาท

.

เงินส่งกลับเหล่านี้นับเป็นส่วนสำคัญเมื่อเทียบกับผลผลิตรวมของประเทศ (GDP) เช่น ทาจิกิสถาน = 47% GDP, ไลบีเรีย = 31% GDP

.

บังคลาเทศ กัวเตมาลา เม็กซิโก และเซเนกัลมียอดเงินส่งกลับจากการส่งออกแรงงานไปต่างประเทศมากกว่าเงินช่วยเหลือ และเงินลงทุนจากต่างประเทศรวมกัน

.

คนบนโลก 7,068 ล้านคน เป็นแรงงานส่งออกมากกว่า 214 ล้านคน = คนบนโลกทุกๆ 33 คนจะเป็นแรงงานส่งออก 1 คน

.

ถ้าเทียบขนาดแรงงานส่งออกเป็นประเทศ จะใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของโลก รองจากจีน อินเดีย สหรัฐฯ และอินโดนีเซีย

.

ปี 2554 อินเดียมีรายได้จากแรงงานส่งออกไปอังกฤษ (UK) เกือบ 120,000 ล้านบาท; ส่วนบังคลาเทศมีรายได้จากแรงงานส่งออกไปอังกฤษ (UK) 22,200 ล้านบาท

.

2 ประเทศนี้ได้รับเงินส่งกลับมากกว่าเงินช่วยเหลือจากอังกฤษ (UK)

.

ช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ (2008-2009/2551-2552) ยอดเงินส่งกลับลดลงไม่มากเท่าไร ซึ่งอาจเป็นเพราะแรงงานต่างชาติมักจะขยัน อดทน สู้งาน และยอมทำงานค่าจ้างต่ำกว่าเจ้าของประเทศ

.

กลุ่มประเทศ G8 เรียกร้องให้ประเทศผู้รับแรงงานต่างชาติทั่วโลกช่วยกันลดค่าใช้จ่าย หรือค่านายหน้าในการส่งเงินกลับ ไม่ให้เกิน 5% ในปี 2557

.

ทว่า... ปีนี้ (2556) ค่าธรรมเนียมส่งเงินกลับเฉลี่ยยังอยู่ที่ระดับ 9% แถมบางประเทศยังสูงถึง 20%

.

การส่งแรงงานออกนอกมีจุดอ่อน คือ ทำให้เกิดการ “พรากพ่อพรากแม่ออกจากลูก” ทำให้ลูกๆ มีฐานะ คล้ายกับจะเป็น “ลูกกำพร้าเสมือน (virtual orphans; virtual = เสมือน; orphan = เด็กกำพร้า)”

ตัวอย่างเช่น หลายๆ หมู่บ้านในฟิลิปปินส์ส่งคนรุ่นพ่อแม่ออกนอกไปเกือบหมด เหลือแต่คนรุ่นปู่ยาตายายกับหลาน

.

ไทยเป็น 1 ในประเทศที่ต้องพึ่งพาอาศัยแรงงานต่างชาติ... ถ้าเราจัดระบบการส่งเงินกลับให้มีค่าหัวคิวน้อยลงได้ จะช่วยเหลือแรงงานต่างชาติได้อย่างมากมายมหาศาล

.

ถ้าเราดูแล อย่าให้นายจ้างกดขี่ข่มเหงมาก ดังมีข่าวลูกจ้างถูกทำร้าย เลยฆ่านายจ้างที่ซาอุฯ หรือลูกจ้างอินโดนีเซียตกตึกจากการถูกใช้ให้ทำความสะอาดกระจกในสิงคโปร์ ฯลฯ ได้, เราจะสร้างมิตรภาพกับเพื่อนบ้านได้อย่างกว้างไกล

.

ถ้าเราจัดระบบให้การศึกษาลูกจ้างได้ เช่น จัดระบบสอนภาษาไทยให้ลูกจ้าง เปิดโอกาสให้ลูกแรงงานต่างชาติเข้าโรงเรียน (คิดเงินได้ ไม่จำเป็นต้องฟรี สำคัญที่คุณภาพ) ฯลฯ... เราจะมีเพื่อนไปทั่วอาเซียนทีเดียว

ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

.


 > [ Twitter ]

  • Thank Guardian > http://www.guardian.co.uk/global-development/2013/jan/30/migrants-billions-overshadow-aid
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 24 กุมภาพันธ์ 56. ยินดีให้ท่านนำบทความไปใช้ได้ โดยอ้างที่มา และไม่จำเป็นต้องขออนุญาต... ขอบคุณครับ > CC: BY-NC-ND.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง จำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้