เยาวชนจิตอาสา : นายกเก่ง (วิเศษ นาคชัย) อีกหนึ่งต้นแบบของการเรียนรู้คู่บริการ

กิจกรรมทำให้ผมมีความรับผิดชอบมากขึ้น รู้จักการบริหารตัวเอง และการวางตัวเมื่ออยู่ในสังคมต่างๆ กิจกรรมทำให้เข้าใจการบริหาร/การจัดการ และเรียนรู้จากข้อผิดพลาดและนำมาแก้ไขให้ดีขึ้นไม่เพียงแค่นำมาใช้ในการทำโครงการเท่านั้น การเรียนรู้ข้อดี และข้อเสียจากการทำงานที่ผ่านมายังสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย นำมาซึ่ง การจัดการความรู้ (KM)

ผมมีความรู้สึกอยากเขียนถึงเรื่องราวของนักกิจกรรมอีกคนหนึ่งที่ผม “หลงรัก”  นั่นก็คือ นายกเก่ง  (วิเศษ  นาคชัย)

เจ้าเก่งเป็นนายกองค์การนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปีการศึกษา 2554  แรกพบก็สะดุดตาเพราะรูปร่างบอบบางอรชรอ้อนแอ้นราวกับพระเอกลิเก  เคยแซวขำๆ ว่า “ไหวมั๊ย...ไหวมั๊ย”

จะว่าไปแล้วนายกเก่งเติบโตมาจากระบบประชุมเชียร์รวมของมหาวิทยาลัยอย่างเห็นได้ชัด  พรรคพวกเพื่อนฝูงจึงมีมากไม่ใช่ย่อย และยิ่งเรียนวิศวกรรมศาสตร์  ยิ่งออกประเภท “ใจนักเลง ใจถึง พึ่งได้”  พลอยให้มีเพื่อนพ้องน้องรักที่หลากหลายและกว้างขวาง

 



  
    ทำไมถึงเข้ามาทำกิจกรรม
  


เป็นธรรมเนียมหลักที่ผมต้องถามทักถึงแรงบันดาลใจ (ต้นน้ำ) ของการก้าวเข้ามาทำกิจกรรมของนากยกเก่ง  และนี่คือสิ่งที่เขาบอกเล่ากลับคืนมายังผม  ซึ่งมันทำให้ผมเห็นชัดแจ้งว่า  เขามีต้นทุนที่ดี อันหมายถึงมีเลือดของการเป็น “นักกิจกรรม” มาตั้งแต่เด็กๆ และยังมีจิตใจใฝ่ดีด้วยการศรัทธาต่อการเป็น “ผู้ให้”

ผมชื่นชอบการทำกิจกรรมมาตั้งแต่เด็ก มักจะได้รับมอบหมายให้เป็นแกนนำเรื่องต่างๆเสมอ จนได้รับเลือกให้เป็นประธานนักเรียนทั้งระดับประถมและมัธยมศึกษา และหัวหน้าห้องตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยมเลย
ผมอยากจะทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้าง  อยากทำตัวให้เป็นประโยชน์กับสังคมที่เราอยู่  อยากให้คนอื่นรู้และได้เห็นเหมือนกับผมว่า “ความสุขของการเป็นผู้ให้ มันยิ่งใหญ่เพียงใด”

 





  
    ทำกิจกรรมแล้วได้เรียนรู้อะไร เปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างไร
  



แน่นอนครับ,คำตอบจากปากคำของนายกเก่ง อาจไม่แตกต่างไปจากคนอื่นๆ แต่ก็เชื่อว่าไม่ใช่คำตอบที่ตอบอิงกระแสการเรียนรู้ใดๆ เพราะผมเชื่อเหลือเกินว่า คำตอบที่เขาบอกเล่านั้นเกิดจากการสัมผัสจริง ฝังตัวกับเรื่องราวจนก่อเกิดเป็นผลึกชีวิตในมุมต่างๆ ซึ่งเป็นที่น่าสุขใจเพราะมีวาทกรรม “จัดการความรู้” เข้ามาด้วย  ดังว่า

กิจกรรมนำมาซึ่งมิตรภาพจากเพื่อนทั้งในและนอกสถาบัน กิจกรรมทำให้เกิดประสบการณ์ ทำให้ผมกล้าแสดงออก กล้าที่จะนำเสนอความคิดตัวเอง และรับฟังความคิดเห็นคนอื่น เห็นทัศนะที่กว้างมากขึ้น

 กิจกรรมสร้างโอกาส เพราะผมได้เดินทางไปหลายๆที่ทั้งในและต่างประเทศเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้รู้จักการเข้าสังคมและวางตัวที่เหมาะสมเมื่ออยู่ในสถานที่ต่างๆ ไม่รู้สึกเขินอายเวลาได้พูดในที่สาธารณะ  

กิจกรรมทำให้ผมมีความรับผิดชอบมากขึ้น รู้จักการบริหารตัวเอง และการวางตัวเมื่ออยู่ในสังคมต่างๆ กิจกรรมทำให้เข้าใจการบริหาร/การจัดการ และเรียนรู้จากข้อผิดพลาดและนำมาแก้ไขให้ดีขึ้นไม่เพียงแค่นำมาใช้ในการทำโครงการเท่านั้น การเรียนรู้ข้อดี และข้อเสียจากการทำงานที่ผ่านมายังสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย นำมาซึ่ง การจัดการความรู้ (KM)



กิจกรรมทำให้ผมเข้าใจคำว่า “จิตอาสา” มากขึ้นเพราะมันไม่ใช่แค่การเสียสละเวลาทำเพื่อคนอื่นอย่างเดียวเท่านั้น เพราะกิจกรรมสอนให้ผมรู้ว่า ในขณะที่เราเป็นผู้ให้เราได้รับอะไรกลับคืนมาบ้าง เราได้เรียนรู้อะไร หรือสิ่งที่เรานำไปให้เขาต้องการอย่างนั้นจริงหรือเปล่า กิจกรรมไม่ได้สอนให้ผมสักแต่จะทำอย่างเดียว แต่เป็นการทำแบบมีขอบเขต มียุทธศาสตร์ที่ชัดเจนก่อนลงมือทำ จนนำมาซึ่งคำว่า “เรียนรู้คู่บริการ”

 กิจกรรมทำให้ผมมีอุดมการณ์ กล้าที่จะเปิดรับทุกอย่างๆ กล้าได้ กล้าเสีย กล้าที่จะเลือกข้างคนที่คิดว่าถูกต้องและศรัทธาคนทำงานเสมอ






  
    
      ต้นแบบการทำกิจกรรม 
      : (ยุทธการเผาขนผมในระยะประชิด)
    
  



นี่ก็เป็นอีกคำตามตามขนบที่ผมไม่อาจละข้ามไปได้  ไม่รู้อีท่าไหนถึงได้วกกลับมาเผาขนผมในระยะประชิดเช่นนี้  ลองอ่านดูละกันครับ





ต้นแบบของผมคือนักกิจกรรมท่านหนึ่ง ที่ผมคิดว่าเขาเป็นแรงบันดาลใจของผมในหลายๆ เรื่อง  โดยเฉพาะเรื่องการทำงาน “เพื่อสังคม” ในขณะเดียวกันเป็นเสมือนครูของผมเช่นกัน  ท่านเป็นนักขายฝัน ส่วนผมขอเป็นคนสร้างฝัน เพราะฝันของเราทั้งทั้งสองคนมันเป็นเรื่องที่เหมือนกัน บุคคลคนนี้ทำให้ผมคิดได้ในหลายๆเรื่อง สอนให้ผมเติบโตและเรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจนผมสามารถทำงานจนสำเร็จได้ และท่านยังสอนให้ผมทำงานกับชุมชน เกิดนิยามคำว่า “ใจนำพา ศรัทธานำทาง,เพราะมหาวิทยาลัยเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน”

 

ครั้งแรกที่ผมยังไม่รู้จักบุคคลคนนี้ดีผมกลัวเขามาก เพราะกิตติศัพท์จากคำบอกเล่าของรุ่นพี่ จนผมไม่กล้าคุยด้วยเลย และเป็นคนเดียวในมหาลัยนี้ที่ด่าผมในวันที่ผิดพลาด ในขณะเดียวกันก็สอนผม ปลอบโยน และให้กำลังใจ ในมิติเดียวกัน จนทำให้ผมเติบโตและเรียนรู้ข้อผิดพลาดที่ผ่านมา  ตอนนี้ต่อให้เรื่องอะไรเข้ามา  ผมก็ไม่กลัวอีกแล้ว  เพราะความกดดัน ความรู้สึกท้อที่เกิดขึ้นในวันนั้น  ผมผ่านมันมาได้แล้ว   ต้นแบบนักกิจกรรมที่ผมกว่ามาคือ คุณพี่พนัส  ปรีวาสนา (อันนี้ไม่ได้ยกยอกันเป็นพิเศษนะครับ ผมพูดจากใจจริงและผมก็บอกเช่นเดียวกันนี้กับทุกคนที่ถามคำถามนี้)




  บทกลอนในดวงใจที่ชอบมาก...

  เพราะนี่คือมหาลัยแห่งชีวิต

  ถูกหรือผิดชีวิตเพียรค้นหา

  ร่ำเรียนเพียงเพื่อหวังใบปริญญา

  หรือร่ำเรียนเพื่อปวงประชาของแผ่นดิน

จากหนังสือต้อนรับน้องใหม่ ปี 2553 รุ่นเสือดาว 10 โดยองค์การนิสิตพรรคชาวดิน  (ผู้ประพันธ์ : นายพนัส  ปรีวาสนา)





  
    มุมมองผมที่มีต่อเขา
  


ปกติผมชมคนไม่ค่อยเก่ง  ถนัดบทบู๊ล้างผลาญซะส่วนใหญ่  แถมยังเนียนในเรื่องปลอบประโลมอีกต่างหาก  แต่นี่คือทัศนคติจากก้นบึ้งของหัวใจที่มีต่อนายกเก่ง

ผมเห็นแววการเป็นนักกิจกรรมตั้งแต่เมื่อครั้งเห็นเขาเป็นพิธีกรในเวทีต่างๆ  ชอบความสดใสร่าเริง กล้าพูด และแววตาใสๆ ของเขา

ผมชอบที่เขาทำงานอย่างมีระบบ หรือมียุทธศาสตร์  เห็นได้จากการเชื่อมโยงนโยบายระดับมหาวิทยาลัยไปสู่การปฏิบัติในระดับองค์กรนิสิตได้อย่างเป็นรูปธรรม  อาทิ  กิจกรรมเชิงรุกเกี่ยวกับชุมชน  กิจกรรมจิตอาสาในมิติต่างๆ  ซึ่งถือได้ว่าขับเคลื่อนได้อย่างเป็นรูปธรรมและสง่างาม

ผมชอบที่เขาเป็นคนใจกว้างใจถึง  ไม่หวงงบประมาณ  นิสิตหรือองค์กรนิสิตขอใช้งบ  เขาจะไม่ลังเลที่จะสนับสนุนให้นำงบประมาณไปสู่การเรียนรู้ในมิติต่างๆ และหลายๆ โครงการก็ใจกว้างพอที่จะสมทบกับมหาวิทยาลัยฯ   เช่น  สมทบงบโครงการจดหมายจากมหาวิทยาลัยถึงคนไกลที่อยู่ทางบ้าน  โครงการประกวดเรื่องเล่าเร้าพลัง  กฐินโบราณ  ฯลฯ

ผมชอบเขา  เพราะเขาให้ความสำคัญกับการจัดการความรู้  เห็นความสำคัญของการแปลงความคิดและผลงานของนิสิตมาสู่การเป็นนวัตนกรรม (นวัตกรรมความคิดนิสิต มมส)
 
ผมชอบเขา  เพราะเขาบูรณาการกิจกรรมประเพณีและกิจกรรมเชิงรุกใหม่ๆ ได้อย่างลงตัว  ไม่จมอยู่กับขนบเดิมๆ และสนับสนุนให้องค์กรต้นสังกัดได้รับงบประมาณอย่างมากมายดังไม่เคยเป็นมาก่อน
 
ผมชอบเขา  เพราะเขาเป็นคนมีหลักคิด ไม่คล้อยตามอย่างปราศจากเหตุผล  มีจุดยืน กล้าสู้ในระบบอย่างสง่า
 
รวมถึงผมชอบเขา  เพราะเขาเป็นนายกที่ “ยก” จริงๆ ซึ่งหมายถึง ไม่ใช่แค่สั่งการ แต่ยังยกโน่นนี่ อันหมายถึงลงมือทำด้วยตนเองเคียงบ่าเคียงไหล่กับลูกทีม -
  และอื่นๆ อีกมากมาย




  
    ข้อมูลเพิ่มเติม
  


โครงการตามประเพณี

1.  โครงการที่สานต่อการมีส่วนร่วมกับชุมชน คือโครงการ สงกรานต์,ลอยกระทง ที่เน้นให้สโมสรนิสิตดึงชุมชนที่ทำโครงการหนึ่งคณะหนึ่งชุมชนเข้าร่วม เพื่อดึงวัฒนธรรม และภูมิปัญญาถ่ายทอดสู่เวทีสาธารณะ สำหรับโครงการลอยกระทงมีการจัดตั้งเป็นงานการกุศลเพื่อนำเงินเป็นกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย

2.  โครงการประกวดเฟรชชี่ ที่มุ่งเน้นการนำเสนอภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น สู่เวทีการประกวด

3.  โครงการลมหายใจปัญญาชนคนชาวค่าย ส่งเสริมนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น ป้ายนิทรรศการ และทุ่มงบประมาณให้กับชมรมเพื่อนำเสนอกิจกรรมของตัวเองผ่านเวทีสาธารณะ

4.  โครงการเปิดโลกกิจกรรม ส่งเสริมการทำกิจกรรมของนิสิตด้วยการสนับสนุนงบประมาณการทำกิจกรรมเยอะกว่าทุกปี มีการจัดงบประมาณให้ชมรมถึง 3 รอบ มีชมรมเข้าร่วมมากกว่า 100 ชมรมและมีชมรมที่สังกัดองค์การนิสิตถึง 48 ชมรมและ 4 กลุ่มนิสิต(กลุ่มนิสิตใหม่ มอน้ำชี)

5.  โครงการมอบงานสานต่อ ที่มีการมอบเป็นกิจจะลักษณะจากรุ่นสู่รุ่น

 

โครงการเชิงรุก

1.  ฟื้นฟูกิจกรรมกีฬาเฟรชชี่สำหรับสร้างความสัมพันธ์นิสิตใหม่

2.  โครงการหนึ่งคณะ หนึ่งชุมชนจิตอาสา สานต่อโครงการหนึ่งคณะหนึ่งชุมชน โดยการให้คณะนำน้องใหม่ฝากตัวเป็นลูกในบ้านว่านในสวน(ลูกฮัก)โดยใช้งบประมาณจากองค์การนิสิต

3.  โครงการตักบาตรน้องใหม่เสริมสร้างวิถีไทย เป็นโครงการตัดบาตรที่จัดโดยนิสิต เพื่อส่งเสริมด้านศิลปวัฒนธรรม และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวาระ 84 พรรษา โดยนิมนต์พระ 284 รูป เกิดถนนสายใหม่ที่มีชื่อว่า “ถนนสายวัฒนธรรม”

4.  การสานพันธกิจโครงการหนึ่งคณะหนึ่งหมู่บ้าน สู่การบำบัดทุกข์บำรุงสุขวิฤตน้ำท่วม สู่การทำความดีเพื่อถวายในหลวง ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเขียบ โดยใช้งบประมาณจากองค์กรนิสิต

5.  โครงการเกี่ยวข้าว เพื่อนำเมล็ดพันธ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

6.  การสร้างเครือข่ายจิตอาสา 8 สถาบันร่วมกับกองกิจการนิสิต

7.  โครงการถอดความรู้ สู่การต่อยอด เพื่อสรุปปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กร สู่การแก้ไขด้วยหลักการ KM




  
    ประวัติส่วนตัว(โดยย่อ)
  


ชื่อ นายวิเศษ  นาคชัย  ชื่อเล่น เก่งจัง เกิดเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๓๓  อายุ ๒๑ ปี

ภูมิลำเนา อำเภอรัตนวาปี  จังหวัดหนองคาย

ประวัติด้านการศึกษา

  จบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายจาก โรงเรียนประชาบดีพิทยาคม อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย

ปัจจุบันกำลังศึกษาที่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมการผลิต ชั้นปีที่ ๔  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ด้านการทำงาน

  อดีต ประธานนักเรียนโรงเรียนประชาบดีพิทยาคม ปี ๒๕๕๑

  อดีต ประธานสภาเด็กและเยาวชน อำเภอรัตนวาปี

  อดีต คณะกรรมการบริหารสภาเด็กและเยาวชน จังหวัดหนองคาย

  อดีต คณะกรรมการบริหารสภานักเรียนแห่งประเทศไทย

การทำงานปัจจุบัน

  นายกองค์การนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ปี ๒๕๕๔

  รองประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดมหาสารคาม

  ประธานเอก สาขาวิศวกรรมการผลิต รุ่น 11

  รองประธานรุ่น มฤคมาศ ๙ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

รางวัล/ทุนที่ได้รับ

  รางวัลเหรียญทอง การแข่งขันทักษะทางคณิตศาสตร์ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี ๕๐ และ ๕๑

  รางวัลเหรียญทอง การแข่งขัน Talk Show ระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปี ๕๑

  รางวัลผู้นำเยาวชนดีเด่น  จาก สพฐ นค.เขต2

  รางวัลเยาวชนดีเด่น จังหวัดหนองคาย

  รางวัลคนดีศรีแผ่นดิน จังหวัดหนองคาย

  รางวัลผู้ประพฤติชอบในความซื่อสัตย์สุจริต จาก ปปช.

  รางวัลผู้มีความประพฤติดี จาก พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย  ปี ๒๕๕๔

  ทุนนักกิจกรรม ปี ๒๕๕๔

  รางวัลคนดีศรี มมส ปี ๒๕๕๕


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (14)

ขอร่วมชื่นชมเยาวชนคนดีมีจิตอาสา ที่เป็นแบบอย่างคนนี้ค่ะ..

เขียนเมื่อ 

โดยส่วนตัวผมเอง ชื่นชมน้องเขาในฐานะของผู้นำที่ทำงานแบบเข้าใจคนทำงาน ครับ  แรกเริ่มเดิมทีก่อนที่เขาจะเข้ามาเป็นนายกองค์การนิสิต เข้าไม่ใช่นักกิจกรรมเพียว ครับ  แต่พอมาเป็น "นายกองค์การนิสิต"  กลับปรับตัวและเข้าใจหัวอกคนทำกิจกรรม  รู้จักผ่อนหนัก ผ่อนเบา  และทำงานเร็วครับ  ถือว่า เป็นชุดองค์การที่เคลียร์โครงการได้เร็วที่สุดในรอบ 10 ปี เลยก็ว่าได้ ครับ และอีกอย่างหนึ่งที่ชื่นชมน้องเขาครับ คือ ยอมรับฟังความคิดเห็นและนำไป "ปรับ" ใช้ได้อย่างเหมาะสมและมีเหตุมีผลครับ

เขียนเมื่อ 

อยากได้ผู้มีจิตอาสามาช่วยเหยียบย่ำขย้ำเปื้อน(ดิน)จังอาจจะนำไปถึงรูปแบบการผลิตกึ่งหัตถอุตสาหกรรมได้บ้าง...ยายธี

เขียนเมื่อ 

เคยเป็น "เด็กกิจกรรม" เหมือนกันค่ะ

ขอชื่นชมครับ

เขียนเมื่อ 

เก่งสมชื่อ ชื่นชมค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอชื่นชมด้วยใจจริงจ้ะ

เขียนเมื่อ 

มาชื่นชมน้องวิเศษ  นาคชัย  ด้วยคน คิดถึงตอนหนุ่มๆๆเลย 555

เขียนเมื่อ 

ว้าว !!!!! คนหนองคาย  ขอบคุณเรื่องราวประวัติที่น่าทึ่งค่ะ

และดีใจด้วยนะคะที่ต่อยอดคนดี  คนเก่ง  ด้วยการพบต้นแบบดี ๆ   "หัวใจนำพา  ศรัทธานำทาง"


หากหวังผลเพียงชั่วฤดูให้ปลูกพฤกษา

หากหวังผลสิบปีให้ปลูกไม้ยืนต้น

หากหวังผลชั่วชีวาให้พัฒนาคน”

เขียนเมื่อ 

คนดีน่าชื่นชม 
เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับหนูมาก ๆ คะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณน้องเก่งที่ยังรักการทำกิจกรรม   และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับน้อง ๆ 

เขียนเมื่อ 

ชื่นชม นักกิจกรรมจิตอาสาครับ

เขียนเมื่อ 

  สวัสดีค่ะอาจารย์    แผ่นดิน

    แวะมาเยี่ยม ชม กิจกรรมดีๆ  ค่ะ