สถานการณ์เด่นของโลก
สิ่งที่น่ากังวลสำหรับความคิดเห็นผม มีอยู่ 2เรื่องใหญ่ ๆ ที่เป็นสถานการณ์เด่นของโลก คือ ความขัดแย้งกันทางศาสนา และการสะสมอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อป้องกันหรือคุกคาม
สถานการณ์เด่นของโลก ที่ 1
สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกซ์ที่ 16 แห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก
ทรงแสดง "ความเคารพอย่างสุดซึ้งต่อชาวมุสลิมทุกคน" ในการประชุมร่วมกับเอกอัครราชทูตจากชาติมุสลิมและผู้นำมุสลิม ที่ กัสเตลกันดอลโฟพระราชวังฤดูร้อนของพระองค์
การประชุมซึ่งมีเอกอัครราชทูตราว 20 คน เข้าร่วมครั้งนี้ ถือเป็นความพยายามในการปรับปรุงความสัมพันธ์ หลังจากที่พระองค์ทรงกล่าวสุนทรพจน์เชื่อมโยงชาติมุสลิมกับเหตุความรุนแรงจนกลายเป็นประเด็นโต้เถียงกันตั้งแต่เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน
"ชาวคริสต์และชาวมุสลิมต้องเรียนรู้ที่จะร่วมมือป้องกันไม่ให้เกิดการขาดขันติธรรมและจงร่วมกันต่อต้านการก่อความรุนแรงทุกรูปแบบ" พระสันตะปาปาตรัส
พร้อมกันนี้โป๊ปเบเนดิกซ์ทรงเรียกร้องให้มีการสานสัมพันธ์ระหว่างศาสนาอย่างแท้จริงเพื่อขจัดความความตึงเครียดที่สาวกของศาสนาทั้งสองเคยมีต่อกันโดยการสานสัมพันธ์นี้ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
ตัวแทนชาติมุสลิม ที่เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้มาจาก อิหร่าน อิรัก อียิปต์ตุรกีและโมรอกโค รวมไปถึงสมาชิกของชุมชนมุสลิมใน อิตาลี และคณะทูตจากอินโดนีเซียที่สถานการณ์ระหว่างชาวคริสต์และมุสลิมตึงเครียดยิ่งขึ้นหลังจากนักรบซึ่งนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก 3 คนถูกตัดสินประหารชีวิตเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกซ์ที่ 16 ได้ทรงเรียกร้องให้รักษาชีวิตผู้คนเอาไว้
โฆษกของสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกซ์ที่ 16 กล่าวว่าการประชุมครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณว่าการเจรจากับประชาคมชาวมุสลิมกำลังกลับคือสู่ภาวะปกติหลังจากที่พระองค์ทรงกล่าวสุนทรพจน์ในเชิงที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในระหว่างที่ทรงเสด็จไปบรรยายวิชาเทววิทยาขณะที่พระองค์ทรงอยู่ในระหว่างการเยือนประเทศเยอรมนีเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนซึ่งรวมถึงการหยิบยก แนวคิดของจักรพรรดิในสมัยศตวรรษที่ 14 ที่มีต่อศาสนาอิสลามด้วย
ด้านโฆษกกรมตำรวจของอิตาลี กล่าวว่า ขณะนี้ปฏิกิริยาจากชาวมุสลิมทั่วโลกต่อสมเด็จพระสันตะปาปามีความเข้มแข็งมากขึ้น จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจของอิตาลี ต้องเพิ่มระดับการการเตือนภัยรอบๆนครวาติกันและพระตำหนักฤดูร้อน กัสเตลกันดอลโฟ ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกซ์ที่ 16
ก่อนหน้านี้สมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกซ์ที่ 16 ได้ทรงแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง กับปฏิกิริยาที่มีต่อการแสดงความคิดเห็นของพระองค์ไปแล้วครั้งหนึ่งและเมื่อวันพุธที่ 20 กันยายน 2006 ที่ผ่านมา พระองค์ก็ทรงกล่าวชี้แจงว่าคำพูดของจักรพรรดิไม่ได้เป็นการสะท้อนความรู้สึกส่วนพระองค์แต่จุดประสงค์ของพระองค์คือการเรียกร้องให้มีการหารือในเรื่องบทบาทของศาสนาในชีวิตยุคใหม่
สถานการณ์เด่นของโลก ที่ 2
.
15 ชาติเอเชีย-แปซิฟิกถกกู้วิกฤตินิวเคลียร์อิหร่าน-โสมแดง ลอนดอน - กลุ่มคลังสมองอังกฤษเตือนสหรัฐบุกอิหร่านเสี่ยงก่อสงครามยืดเยื้อเหตุทำให้รัฐบาลเตหะรานเร่งสร้างอาวุธนิวเคลียร์เพิ่มขณะอิหร่าน-รัสเซียเลื่อนประชุมเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียมออกไปอย่างไม่มีกำหนด อ็อกซ์ฟอร์ด รีเสิร์ช กรุ๊ป ในอังกฤษซึ่งเชี่ยวชาญประเด็นการควบคุมอาวุธและการห้ามแพร่ขยายนิวเคลียร์ เตือนวานนี้ว่าหากสหรัฐหรืออิสราเอลใช้มาตรการทางทหารกับอิหร่าน เพื่อสกัดกั้นโครงการนิวเคลียร์อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน และทำให้เกิดสงครามยืดเยื้อรวมถึงอิหร่านจะเร่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์มากขึ้น รายงานซึ่งทำโดยศาสตราจารย์พอล โรเจอร์ส แห่งมหาวิทยาลัยแบรดฟอร์ด ระบุว่าสหรัฐวางแผนโจมตีทางอากาศกับที่ตั้งทางทหารและโรงงานนิวเคลียร์กว่า 20 จุดในอิหร่านพร้อมกัน เพื่อทำลายศักยภาพกองทัพ ซึ่งอาจทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนอีกทั้งการโจมตีจะทำให้อิหร่านถอนตัวจากสนธิสัญญาว่าด้วยการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์และหันไปเร่งพัฒนาอาวุธการบุกอิหร่าน ยังจะทำให้กระแสต่อต้านสหรัฐปะทุมากขึ้นโดยชาติในตะวันออกกลางจะกลายเป็นพันธมิตรของอิหร่าน จนก่อให้เกิดสงครามยืดเยื้อสำหรับการโจมตีโดยอิสราเอลนั้น แม้จะรุนแรงน้อยกว่าแต่กลุ่มเชื่อว่าจะส่งผลเชิงลบเช่นกัน โดยนายจอห์น สโลโบดา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยอ็อกซ์ฟอร์ด เรียกร้องให้เร่งหาทางออก เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ด้าน ดร.คอนโดลีซซา ไรซ์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เผยว่าโครงการนิวเคลียร์อิหร่านไม่น่าไว้วางใจและรัฐบาลกรุงเตหะรานควรกลับสู่โต๊ะเจรจาระหว่างประเทศอีกครั้ง และว่าแม้สหรัฐยืนยันใช้วิธีทางการทูตเพื่อคลี่คลายปัญหา แต่ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยูบุช ยังเปิดรับพิจารณาทุกทางเลือก รัฐบาลอิหร่านยืนยันจะร่วมสนธิสัญญาว่าด้วยการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ต่อไปแต่ได้ปรับท่าทีโดยว่าต้องการกลับไปเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียมในระดับอุตสาหกรรมก่อนการประชุมของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (ไอเออีเอ) รอบหน้า"อิหร่านจะไม่รอการประชุมไอเออีเอ " โฆษกรัฐบาล กล่าวและว่าการประชุมระหว่างอิหร่านและรัสเซียเพื่อหาทางออกโครงการเพิ่มสมรรถนะยูเรเนียมบนแผ่นดินรัสเซียจะเลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ด้านญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพจัดประชุมเชิงยุทธศาสตร์ว่าด้วยการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ที่กรุงโตเกียววานนี้ มีผู้แทน 15ชาติเข้าร่วม ประกอบด้วย 10 ชาติสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน),ออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหรัฐการประชุมนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3ในช่วงที่หลายฝ่ายวิตกถึงภัยคุกคามอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านและเกาหลีเหนือโดยผู้แทนจะหารือข้อเสนอให้ไอเออีเอเข้ามามีบทบาทมากขึ้น</p>
ที่มา :กรุงเทพธุกิจออนไลท์
</span><p></p><p></p>
คำพูดของคนเรานี่ช่างน่ากลัว สามารถที่จะสร้างหรือทำลายล้างได้ทุกเมื่อ ฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือคิด คิด คิด ก่อนที่จะพูดใช่ไหมค่ะ
จากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางความคิด และแสดงออก ทำให้เกิดความไม่พอใจกัน และนำมาสู่ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
เกิดเหตุจี้เครื่องบินตุรกี ค้าน'โป๊บ' เยือนประเทศ
เอพี/เอเอฟพี/เอเจนซี – เกิดเหตุเครื่องบินโดยสารของสายการบินตุรกี ซึ่งบินจากทิรานา เมืองหลวงของอัลแบเนีย ไปยังอิสตันบุล ถูก 2 โจรชาวเติร์กจี้เหนือน่านฟ้ากรีซ และบังคับให้นักบินนำเครื่องลงจอดที่ท่าอากาศยานในอิตาลี ซึ่งต่อมาคนร้ายได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ ไม่มีผู้โดยสารคนใดได้รับบาดเจ็บ
เจ้าหน้าที่ของกรีซและอิตาลี กล่าวว่า เครื่องบินลำนี้บรรทุกผู้โดยสาร 107 คน และลูกเรือ 6 คน บินเข้าน่านฟ้าของกรีซเมื่อเวลาประมาณ 17.58 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 21.58 น.ตามเวลาของไทย โดยขณะที่บินอยู่เหนือน่านฟ้ากรีซนั้น เครื่องบินลำนี้ได้ส่งสัญญาณการจี้เครื่องบินถึง 2 ครั้ง ลงจอดที่ท่าอากาศยานบรินดิซี ในอิตาลี
ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์ของตุรกีได้อ้างแหล่งข่าวจากตำรวจซึ่งกล่าวว่า คนร้ายจี้เครื่องบินลำนี้ เพราะต้องการคัดค้านการเสด็จเยือนตุรกีของพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16
ด้านสำนักวาติกัน โดยหลวงพ่อเฟเดอริโก ลอมบาร์ดี โฆษกของสำนักกล่าวว่า โฮลี ซี กำลังติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เ พื่อเตรียมการสำหรับการเดินทางเยือนตุรกีของ สมเด็จพระสันตะปาปาในวันที่ 28 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม ซึ่งจะยังคงมีต่อไป พร้อมกันนี้ ยังได้รายงานให้พระสันตะปาปาทรงทราบแล้วว่าเกิดเหตุจี้เครื่องบินดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม 1 ใน 2 คนร้ายได้เข้ามอบตัวกับตำรวจ ทราบชื่อว่า ฮากัน อีคินซี วัย 28 ปี ชาวตุรกีซึ่งเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ และยังเคยรับใช้กองทัพมุสลิม โดยก่อนหน้านี้ เขาเคยส่งข้อความถึงพระสันตะปาปาด้วย
สำหรับผู้โดยสารบนเครื่องได้กล่าวว่า คนร้ายที่จี้เครื่องบินกล่าวขอโทษต่อพวกเขาทุกคนบนเครื่องก่อนเข้ามอบตัวกับตำรวจ โดยคนร้ายทั้งสองไม่ได้บอกเหตุผลในการจี้เครื่องบิน ทั้งนี้ พวกเขาก็ไม่ได้ตื่นตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และผู้โดยสารรวมถึงลูกเรือทุกคนปลอดภัย