น้องปอ ลูกสาวคนเดียวของผู้เขียน ตั้งแต่เดือนตุลาคมต้องคอยลุ้นผลสอบตรงหลายที่ จนผู้เขียนเองรู้สึกสงสารลูกมาก ได้แต่ปลอบว่าไม่ติดโควต้าสอบตรงก็รอแอดมิชชั่นก็ได้ รอบสอบตรงให้คนเก่งๆเขาไปก่อน รอบแอดฯต้องเป็นของเรา
น้องปอเรียนวิทย์-คณิต ในระดับปานกลางเกรดเฉลี่ย 3.57 ตั้งใจจะเข้าเภสัช สัตวแพทย์ จึงสมัครสอบตรงเภสัชม.ศิลปากรที่แรก(สมัคร15000กว่ารับประมาณ100 กว่า) โดยที่ผู้เขียนไม่รู้เลยว่าเป็นวันเดียวที่สอบมนุษยศาสตร์ ม.เกษตร ซึ่งใช้ความสามารถพิเศษด้านดนตรีไทยในการสมัคร ผู้เขียนคิดว่ายังไงลูกก็ติดเพราะเคยไปแสดง(ซอด้วง เครื่องสาย)ชนะมาหลายที่รวมทั้งม.เกษตรด้วย และเคยไปแสดงถึงประเทศจีนมาแล้ว
ในวันที่ประกาศผลเภสัชน้องปอทำใจอยู่แล้วว่าไม่ติดจากการทำข้อสอบ ขณะเพื่อนที่เล่นดนตรีไทยด้วยกันติดที่ม.เกษตร นั่นทำให้น้องปอรู้สึกเสียขวัญกำลังใจไปพอควร จากการสังเกตุ ผู้เขียนก็ปลอบว่ายังเหลืออีกหลายที่ไม่ใช่เหรอ
เวลาผ่านเลยข้ามปีมาแล้วเพื่อนๆในห้องต่างติดกันที่โน่น ที่นี่ บ้างบางคนติดหลายที่จนไม่แน่ใจว่าจะเลือกที่ไหน แต่น้องปอ ยังไม่ติดสักที่ คงตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือต่อไป
วันหนึ่งหลังเลิกงานถึงบ้าน เห็นน้องปอเข้านอนเร็วผิดปกติ เลยเคาะประตูเข้าไปถามไถ่ น้องปอ นอนร้องให้
"ร้องทำไมลูก" ผมลูบหัวลูกด้วยความสงสาร
"หนูสอบไม่ติดอีกแล้ว"
"ยังเหลืออีกหลายที่นี่ เดี๋ยวก็ติดเอง"
"เพื่อนๆเขาติดกันจะหมดแล้ว" น้องปอพูดไปสะอื้นไป
"เอาน่า สอบตรงคนเก่งกว่าเราเยอะ รอบแอดฯยังไงก็ติด"
"แม่บอกหนูว่า ถ้าไม่ติดคิดไว้หรือยังว่าจะเรียนที่ไหน"
"แม่พูดอย่างนั้นได้ไง ต้องคิดว่าติด ไม่ต้องคิดว่าจะไม่มีที่เรียนสิ" และผู้เขียนก็ได้แต่ปลอบและให้กำลังใจ ให้อดทน ขณะที่ลูกรู้สึกเงียบและไม่ร่าเริงเหมือนเดิม
..................
วันที่ 25 ม.ค. 56 ขณะที่ผู้เขียนกำลังขับรถกลับบ้าน น้องปอก็โทรศัพท์เข้ามา ร้องห่มร้องไห้ฟังแทบไม่รู้ศัพท์ว่าเรื่องอะไร น้องปอติดสัตวศาสตร์ ม.เกษตรฯกำแพงแสน สัมภาษณ์ 31 ม.ค. 56
นั่นเป็นการปลดล็อคความตรึงเครียดของน้องปอเกือบทั้งหมด น้องปอกลับมาร่าเริงเหมือนเดิม แม้จะยังไม่รู้ผลว่าจะผ่านการสัมภาษณ์หรือไม่
วันสัมภาษณ์มีเด็กๆและผู้ปกครองไปกันเยอะเพราะมีหลายคณะ สัตวศาสตร์ของน้องปอมีไปกันแค่ 4 คนทั้งที่ประกาศเรียก 11 คน
"อาจารย์เขาถามว่าไงบ้างลูก"
"ก็ทั่วๆไปแต่จะย้ำว่าหนูจะไหวเหรอ ไม่ใช่ตัวเล็กๆตัวสองตัวเหมือนหมาที่บ้านเรานะ"
"หนูบอกไปว่า มั่นใจว่าจะเรียนจะทำได้ และอาจารย์ถามว่าถ้าอยากเลี้ยงสัตว์ใหญ่จะเลี้ยงอะไร"
"หนูบอกไปว่า....
.... หนูอยากเลี้ยงช้าง"
นี่เป็นจุดที่ทำให้น้องปอกลับมาร่าเริงและห้าวเหมือนเดิม แม้จะยังไม่รู้ผลว่าจะผ่านการสัมภาษณ์หรือไม่ แต่มันเป็นกำลังใจว่าคณะอื่นๆที่ฝันไว้มีโอกาสไขว่คว้าได้ ไม่สูงเกินเอื้อม...
น้อง ปอ คิดใหญ่คิดเลี้ยงช้าง
เป็นกำลังใจค่ะ
ฝากช้างให้ก่อนหนึ่งตัว
ช้าง ลิ้งค์นี้ค่ะ
ดีใจด้วยกับน้องปอนะคะ น่าจะผ่านแน่เลยถ้าอยากเลี้ยงช้างนี่
วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
ได้อ่านลิงค์เรื่องช้างแล้ว มันยิ่งใหญ่จริงๆคำคำนี้....
ติดแล้วครับ ไม่แน่ใจเจอช้างจริงๆจะกล้าเข้าใกล้รึป่าว 555
ดีใจด้วยกับน้องปอและคุณพ่อคุณแม่นะคะ เก่งมากนะคะสอบได้สัตวแพทย์ ผ่านแน่นอน
จบแล้วจะเลี้ยงช้างไหมค่ะนี่ เป็นหมอช้าง เท่ห์มากค่ะ
ไปเลี้ยงช้างแถวบ้านคุณมะเดื่อก็ได้นะ....ป่ากุยบุรีน่ะ....
กานดาน้ำมันมะพร้าว
ไม่รู้จะห้าวเหมือนคุยหรือเปล่าก็ไม่รู้ครับครู
มาให้กำลังใจน้องปอค่ะ
รอรู้จักน้องปอ ถ้าเรียนพื้นฐานภาษาอังกฤษ คงได้สอนน้องปอ ด้วย
คงได้เลี้ยงช้างสมใจ เพราะมีช้างมาป่วยบ่อยๆ
กว่าจะได้เข้าเรียนเนี่ยเครียดเหมือนกันนะครับ