แนวคิดแฟรนไชส์รถเข็นแบบใหม่
ใกล้เกษียณแล้ว ผมกะว่าจะไปหารายได้เสริมสักหน่อย เพราะเป็นอ.มหาลัยต่อไปคงไม่ได้ เขาจะให้ไปตัดต้นไม้แทนการใช้สมอง (ที่เขาลงทุนบ่มเพาะเรามาแสนนาน) ผมเลยว่าเอาฟะไหนๆ ก็ไหน เอามันง่ายๆ รากหญ้าแบบนี้หละ จะได้พักผ่อนสมองที่ใช้มานานเสียบ้าง ผมว่าจะลองทำการค้าแบบรถเข็นดูสักหน่อย เช่นที่ได้เขียนเสนอไว้แล้ว เช่น ข้าวต้มรถเข็น ข้าวตุ๋นรถเข็น ข้าวยำรถเข็น ราคาจานละ ๑๐-๑๕ บาท
วันนี้จะมาเสนออีกอย่าง (เสนอตัวเองพร้อมกันไป)
หลักการคือจะเน้นการขายอาหารเป็นเม็ดๆ ชิ้นๆ ปิ้งทอดนึ่ง ที่กินง่าย เช่น ลูกชิ้นต่างๆ ทอดมัน สาคูไส้หมู กุ๋ยฉ่าย หนมผักกาด เต้าหู้ทอด ฮะเก๋า
จุดขายคือ นับเม็ดขาย โดยไม่เสียบไม้ ลูกค้าสามารถเลือกผสมแต่และอย่าง อย่างละกี่เม็ดก็ได้ตามใจชอบ(ต่างจากรายอื่นที่ขายเป็นไม้แบบเหมาโหล ที่เรากินไม่หมด และน่าเบื่อ จากการกินอย่างเดียวกันหลายลูกเกินไป เช่นไม้ละ ๕ ลูก ในขณะที่เราอยากลองกินเพียงสองลูกเท่านั้น)
รถเข็นเราจะเน้นที่ความสะอาด มีตู้กระจกปิดมิดชิด เป็นช่องๆ กันฝุ่น ลูกค้าถือตะกร้อ แบบตะกร้อก๋วยเตี๋ยว เดินไปเปิดฝาตู้ (แบบตู้ผลไม้ดองชั้นดี) คีบเอาอาหารใส่ลงไป มาถึงเราจ่ายเงินด้วยการนับเม็ดขาย จากนั้นเราปิ๊งในเครื่องไมโครเวฟให้อุ่น เทลงในถ้วยกระดาษให้ลูกค้า อาจมีการแนมผักแต่งให้สวยด้วย
มีซ๊อสปรุงรสให้เสร็จ ถ้าใช้ของกลางก็ฟรี แต่ถ้าจะเอาเป็นถุงซ๊อส ขอถุงละ ๒ บาท (ป้องกันพวกหยิบมากเกินไป)
นอกจากสะอาดแล้ว จะเน้นสุขภาพ เช่น น้ำมันทอดสะอาด (ไม่ใช้ซ้ำ) วัตถุดิบที่ใช้ก็สะอาด ไม่มีสารพิษ เป็นต้น
อ้อ..น้ำมันทอดแล้ว ไม่เอาไปไหน เอามาเป็นเชื้อเพลิงในการทอด อบ นึ่ง นั่นเอง (จำเทียนลอยกระทงจากน้ำมันใช้แล้วที่ผมคิดไว้ได้ไหมครับ ..ก็ประหยัดค่าเชื่อเพลิงทอดปิ้งนึ่งไ้ด้อีก
อีกทั้งการกินจะง่าย เนื่องจากใส่ถ้วยให้ (ไม่ใช่ถุงพลาสติก) สามารถจิ้มกินได้โดยง่าย โดยไม้หรือซ่อมพลาสติกเล็กๆ ทีละลูก การกินก็ไม่หกรดมือ หรือ กางเกง แบบไม้จิ้ม เพราะของเรามีถ้วยรองปาก
อีกทั้งของเราเป็นอาหารครบห้าหมู่คือมีทั้งเนื้อ แป้ง ผัก
พวกเนื้อก็คือ ลูกชิ้นต่างๆ เนื้อ ปลา ฮะเก๋า หนมจีบ หลากหลาย รวมทั้งลูกชิ้นเจ เห็ดด้วยนะ
อาหารผักอาจเป็น เบบี้แครอทอบเนย กระเจี๊ยบมอญชุปแป้งทอด (เป็นฝัก) หัวแตงกวาเล็ก มะเขือยาวเล็กนึ่ง หัวไชขเท้านึ่งอบ โดยต้องสามารถใส่ไปในถ้วยเดียวกันกับพวกลูกชิ้นได้ (จะได้สะดวกต่อลูกค้า และประหยัดเงินค่าถ้วยเราด้วย)
พวกแป้งก็มีซาลาเปา สาคูไส้หมู ขนมกุ๋ยฉ่าย ขนมผักกาด (หั่นเป็นลูกเต๋า) เกี๋ยวซ่า ปอเปี๊ยะทอด
ทั้งหมดเป็นลูก ๆ ดุ้นๆ ชิ้นๆ ที่สะดวกต่อการคิดเงิน และสะดวกต่อการกิน
ตลาดอาหารรถเข็นนี้แต่ละปีน่าเป็นแสนล้าน แต่มันไม่มีการศึกษาข้อมูล พอทำดังแล้ว ก็ออกแฟรนไชส์ไป ทั้งที่เป็นรถเข็นและเป็นร้านไปเลย
ด้านเทคโนโลยี เราต้องออกแบบเตาทอด อบ ปิ้ง แบบไร้ควัน (มะเร็ง ...อีกจุดขาย) ซึ่งผมออกแบบไว้หมดแล้ว โดยใช้ไฟแก๊ส อีกอย่างคือตู้ไมโครเวฟ แบบใช้แบตเตอรี่ ซึ่งไม่น่ายาก เพียงมีแบตรถยนต์ และหม้อแปลงไฟเป็น AC ก็น่าจะได้แล้ว ส่วนการชาร์จไฟถ้าจำเป็นก็ใช้ไฟจากมอไซค์ก็ได้ เพราะรถเข็นเราจะลากไปด้วยมอไซค์....ระบบการลากพ่วงรถเข็นเข้ากับมอไซค์ก็แบบใหม่ เป็นการพ่วงท้ายหรือพ่วงหน้า ที่แคบกว่าการพ่วงข้าง ที่ผมได้ออกแบบและประดิษฐ์ไว้แล้ว ด้วยความร่วมมือจากวิศวกรเยอรมัน
คิดได้จนก่อน...อิอิแต่สนุกก่อนตายก็พอใจแล้ว ฝากรอยเท้าไว้ให้โลกรู้ ดีกว่าไปทำอะไรแบบพื้นๆ
...คนถางทาง (๑๔ มค. ๕๕)
ปล. ลูกชิ้นไส้อั่ว ลูกชิ้นเห็ด ลูกชิ้นห้าหมู่ (เนื้อข้าวผักผสมกัน) ลูกชิ้นเจ ลูกชิ้นบ๊ะจ่าง ยังไม่มีใครทำเลย ถือโอกาสนำเสนอในรถเข็นคันนี้เลยดีไหม
แต่อุ่นด้วยไมโครเวฟไม่อร่อยนะครับ ลูกชิ้นมันจะเหนียวๆ แบบแข็งๆ ครับ
ต้องมีวิธีอุ่นที่เหมาสมด้วยครับ เช่น มีน้ำรองด้านล่าง ปิดฝา มีรูระบายอากาศเป็นต้น
โดยส่วนตัวผมชอบนะครับ… เป็นธุรกิจที่ง่ายๆ ลงทุนไม่สูง ไม่ยุ่งยากสำหรับการที่จะคิดเริ่มต้นอะไรสักอย่างหนึ่ง