จดหมายถึงครู l อีกวันที่เรียนรู้ชื่นชมครูทำงาน

วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556

กราบสวัสดีค่ะครู

  เป็นอีกวันที่ได้ติดตามครูมาทำงาน แม้อาการเงอะ ๆ งะ ๆ ยังไม่ค่อยจะหายไปไหนนัก แต่ก็รู้สึกกับตนเองว่า เป็นบุญจริง ๆ ที่ได้มาเห็น ผลผลิตจากการลงแรงกายแรงใจของครูในอีกมุม

หนูนั่งลงริมน้ำแล้วถามตนเอง “ผู้หญิงที่ชื่อว่า ติ๋วคนนี้ทำบุญมาดีจริง ๆ ได้เห็นอะไร ๆ ที่เปี่ยมไปด้วยพลังเชิงบวก ตลอดเส้นทางที่ได้เรียนรู้จากครูกะปุ๋ม ผ่านการทำงาน และกิจกรรมต่าง ๆ จากเด็ก ๆ แม่น้อย เคลื่อนคล้อยสู่ นักวิจัย R2R


  

ครูทำทั้งงานสร้าง งานซ่อม แม่ออกน้อยเป็นความเด่นชัดในใจหนูถึงงานสร้างโลก สร้างโอกาส 

งาน ณ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดวัดป่าหนองไคร้ชัดเจนกับงานซ่อม 

สำหรับเคสหนูก็ชัดเจนว่าเป็นงานซ่อม 

<p>
</p>

ส่วนชาว R2R เป็นส่วนผสมที่ลงตัว 

ทั้งงานซ่อมและงานสร้าง ทั้งหมดทั้งมวลเป็นเรื่องของ “ใจ”

</span><p></p><p>
</p>

  ใครหลายคนอาจจะมองว่า ครูทำงานสบาย ๆ แต่หนูการันตีได้เลยว่า “ครูทำงานหนักมาก”




การผลักดัน ส่งเสริม ซ่อมแซม จิตใจ

เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ที่ใครมักจะมองไม่ค่อยเห็น

เพราะต้องใช้ตาใจมอง ไม่ใช่ตาเนื้อ

เหมือนที่ครูบาอาจารย์ บอกว่า ใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน

แล้วครูนั้น ทำงานกับใจล้วน ๆ กับใจคนล้วน ๆจะหนักแค่ไหน

แม้นใครไม่รู้ ลูกศิษย์ ที่ได้เห็นครูทำงานได้ประจักษ์


การนั่งลงตรงริมน้ำทำให้หนูได้ประจักษ์กับตนเอง ถึงวิถีชีวิตมากมาย บางคนนั่งเรือ บางคนวิ่ง บางคนว่ายน้ำ ตามแต่กำลังของแต่ละคน แล้วครูก็สอนผู้คนตามกำลังของเขานั้น พอแต่ละคนไม่รู้สึกว่าต้องแบกหามอะไร ใจก็เปิดออกเรียนรู้ ครานี้อยู่ที่ตาปัญญา และพละกำลังที่แต่ละคนมีแล้ว ว่าจะลุยต่อได้แค่ไหน



ที่หนูช้า เรียนรู้ได้ช้า เพราะว่า มักเต็มไปด้วยความสงสัย สงสัยในตนเองว่า ทำได้ไหม บ้าง สงสัยว่าจะทำยังไงดีนะบ้าง

พลอยทำให้เกิดความฟุ้งซ่านบ้าง ทำ ๆ ไป ใจออกบ้าง แล้วก็ละทิ้งไป ขุ่นมัว กลัว พยาบาทบ้าง

ในความเมตตาของครูแง้มให้ได้รู้ว่า อดีตเราเป็นอริกัน

หนูก็นั่งถามตนเอง อดีตสำคัญแค่ไหน

ใช่ ที่ผ่าน ๆ มาเป็นเรื่องราวที่เป็นเหตุปัจจัย หนุนส่งเรามา ณ จุดนี้ รวมถึงสิ่งต่าง ๆที่ประกอบขึ้นเป็นร่างกายและจิตใจนี้

แต่เรามายืน ณ จุดนี้ เพื่อฝึกฝนตนเองมิใช่หรือ

อดีต ไม่ไว้ให้รู้ ไม่ใช่มีไว้ให้คร่ำครวญ

ทั้งหมดทั้งมวลที่กดถ่วงในใจ คือ องค์ธรรมของนิวรณ์ 

นี่คือ สิ่งที่หนูสรุปได้กับตนเองเจ้าค่ะ


ครูทำทุกวิถีทางจริง ๆในการสอนหนู พอเดินข้ามสะพานออกจากเกาะลำพูใจหนูก็ระลึกขึ้นมาว่า

“การอยู่เรียนรู้กับครู ไม่ใช่สภาวะอดทน แต่เป็นสิ่งที่ใจข้างในประจักษ์และเห็นความดีงามที่ได้ติดตามเรียนรู้จากครู”

“แล้วอะไรหล่ะที่ทำให้แกยัง ช้าอยู่ แล้วยังทำให้ครูต้องเหนื่อย”

เพราะไม่รักษาสติกับตนเองในการทำสิ่งต่าง

ทำให้เกิดช่องว่างที่ไร้สติ กิเลสจึงเข้ามาครองใจ

ด้วยธรรมชาติของใจที่มีต้นทุนไหลลงต่ำ ความมืดดำปกคลุมได้ง่าย ทั้ง ราคะ โทสะ โมหะ

ครูจึงหมั่นเพียรสอนให้ฝึกรักษา “สติ”

แล้วก็เมตตาให้น้อมนำเอาศีลมาสู่ใจ โดยให้เอ่ยปวารณา

อย่างตั้งใจใน อธิษฐานบารมี

การเบียดเบียนยังมีอยู่ แทนที่จะอุปฐากครูแบบลื่นคล่อง ก็ยังมีสะดุด ณ แม้กระทั่งเรื่องอาหารและการจัดการในตนเอง

ส่วนอย่างหยาบ ๆ แบบตั้งใจลงมือทำร้าย ไม่มีแล้วสำหรับข้างในใจเจ้าค่ะ แต่การพลาดพลั้งด้วยความโง่และขาดสติต้องฝึกกับตนเองอีกกับศีลข้อหนึ่ง เพราะตอนที่มดกัด เผลอไปเกา ทำให้เขาเจ็บตัว

ศีลข้อสอง ครูเมตตาให้โอกาสในการฝึกให้ศีลข้อนี้ไม่ด่างพร้อย ไม่ว่าจะเป็นการจัดอาหารถวายครู การทำสิ่งต่าง ๆ แบบให้ขออนุญาตก่อนแล้วทำให้ถูกต้อง ไม่เบียดเบียนใคร ศีลข้อ 3 การพยายามฝึกข้อนี้ ด้วยใจที่ยังไม่ค่อยคุ้นเคย ยังเป็นอาการเงอะ ๆ ค่ะ กับการใช้ชีวิต แต่ในความเงอะ ๆ งะ ก็ให้หนูเห็นว่าตนเองได้ เผลอสติ แล้วเรียกกลับมาได้เร็วขึ้น


ศีลข้อ 4 ครูทำให้เห็นในเรื่องของการรักษาเวลา การทำงานแบบรักษาสัจจะ แล้วทำเต็มที่เป็นอะไรที่น่าชื่นชมยินดีเจ้าค่ะ ศีลข้อ 5 ไม่ดื่มเหล้า การเผลอสติ เกิดขึ้นบ่อย แต่ทำให้รู้ตัวได้เร็วขึ้นมากขึ้นเจ้าค่ะ ศีลข้อ 6 เรื่องนี้วันนี้ รู้สึกเจ็บใจตนเองเจ้าค่ะ ไปหยิบเม็ดทานตะวันแบบเคลือบธัญพืช เคี้ยวหมับเข้าไปแล้วรู้สึกใจหาย ใจไม่ได้ปรารถนาจะทานเจ้าค่ะ เพราะมีอะไรที่ทานได้แล้วไม่ด่างพร้อย แต่ก็ขอโอกาสสารภาพ ณ ตรงนี้เจ้าค่ะ ยังทำไม่ได้ถึงการไม่ทานอะไรเลยหลังเที่ยง เพราะหนูก็มักจะทานเม็ดทานตะวันและสาหร่าย อยู่ แต่ก็รู้กับตนเองว่า ถ้าปฏิบัติได้แล้วจะชิลกว่านี้ในเรื่องการทานอาหาร ศีลข้อ ไม่แต่งหน้า ข้อนี้ดู ๆ แล้วจะสบาย ด้วยต้นทุนที่ครูเมตตาสอนและให้สั่งสมมาแล้ว เป็นบทธรรมหนัก ๆ ที่ใจได้ทิ้งไปแล้วเรื่องการแต่หน้าทาเครื่องหอม เหลือเพียงแต่งกายให้อยู่ในศีล แต่งใจให้อยู่ในธรรม ส่วนอีกอย่างคือ การดูละคร ฟังเพลงแม้กระทั่งการ insert เพลงลงในงานนำเสนอ หนูพยายามเช็คใจตนเองก่อน หลงเคลิ้มไปไหม หรือ เพียงตั้งใจทำไปเพื่องานและหน้าที่เจ้าค่ะครู ครั้งแรก ๆ รู้สึกไม่แน่ใจ ณ ตอนนี้กับตนเองมาลงที่คำว่า เช็คใจตนเองก่อน เป็นศีลไหม ที่เหลือก็คือหน้าที่เจ้าค่ะ ส่วนนั่งนอนบนที่นอนสูง ดูเหมือนที่บ้านจะสบาย ๆ พอมาโรงแรมข้างในก็ถามแบบอยากเอาสบาย แต่สุดท้ายก็ลากผ้าลงมานอนข้างล่าง แล้วก็หลับได้สบายเจ้าค่ะ เป็นอีกวันที่ได้เรียนรู้แบบดูครูทำงานเจ้าค่ะ