เย็นวันนี้ควงคู่แม่เข้าไปในสวนจะไปดูลองกอง ปรากฏว่าลองกองสวยใกล้จะหวานได้ที่ต้องรออีกสักระยะหนึ่ง  แต่กลิ่นหอมและความดกของเจ้าดอกหอมหมื่นลี้นี้สิทำให้ครูนกเสียดายที่ย้ายจากกระถางใกล้หน้าต่างห้องนอนมาลงริมถนนทางเดินเข้าสวน  เพราะตอนนี้ต้นหอมหมื่นลี้ได้เติบใหญ่ มีดอกดกเต็มต้นใครเห็นใครก็ชอบเพราะประทับใจในกลิ่นเลยทำให้อยากทราบข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ให้มากกว่ารู้แค่ชื่อ
                        


       เมื่อสืบค้นข้อมูลโดยใช้คำว่า  หอมหมื่นลี้     จันทนาใบเล็ก  พบว่า

ชื่อวิทยาศาสตร์     Tarenna wallichii (Hook.f.) Ridl.
วงศ์                       RUBIACEAE
ชื่ออื่น                   จันทนาใบเล็ก  หอมเจ็ดชั้น หมอหมื่นลี้
ลักษณะทั่วไป   เป็นพรรณไม้ที่ชอบขี้นในป่าดิบชื้น หรือป่าดิบแล้ง เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูง 3 เมตร แตกกิ่งยอดจำนวนมาก เป็นพุ่มกลม กิ่งเปราะ มีใบเฉพาะที่ปลายยอด เปลือกต้นสีดำ ใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ รูปรี ยาว 6-10 เซนติเมตร แผ่นใบหนาเหนียว สีเขียวเข้ม ช่อดอกสีขาวนวลหรือขาวปนเหลือง ออกเป็นช่อใหญ่ที่ปลายกิ่ง มีดอกย่อยจำนวนมากคล้ายดอกเข็ม มีกลีบดอก 4 กลีบ เมื่อบานมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร  ดอกหอมเจ็ดชั้น จะออกเป็นช่อใหญ่ที่ปลายกิ่ง มีดอกย่อยจำนวนมากคล้ายๆ กับดอกเข็ม เมื่อดอกบานใหม่ๆ จะเป็นสีขาวนวลและจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลือง ส่งกลิ่นหอมแรง กลิ่นหอมชื่นใจ ดอกจะบานอยู่ได้ประมาณ 2-3 วันก็เริ่มโรย
วิธีการขยายพันธุ์ :  เพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง ตอนกิ่ง

ที่มา -  http://www.biogang.net/biodiversity_view.php?menu=biodiversity&uid=21874&id=127918

                    

       แม้ตนเองจะได้คำตอบว่าทำไมถึงชื่อจันทนา ทำไมต้องหอมหมื่นลี้เพราะกลิ่นก็ไม่ได้หอมรุนแรง หอมอ่อนๆ ชื่นใจดี  ที่สำคัญใช้เป็นยาสมุนไพรได้ทั้งดอกและใบเพราะมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ เนื้อไม้ใช้สำหรับเป็นยาแก้ไขและบำรุงเลือดลม  ส่วนใบสดใช้ทาแก้โรคผิวหนัง  ขอบคุณแม่ที่ชวนไปสวนในวันนี้ทำให้มีชีวิตชีวาจะกลับไปทำงานในวันจันทร์ได้อย่างกระฉับกระเฉง