ถ้าเงินหมดก็จะหยุดล้างไต คิดว่าไม่เกินเดือนมิสก็ตายแล้วละ

  วันนี้ขณะที่รับประทานข้าวเช้ากับลูกชาย สักครู่ลูกรับโทรศัพท์แล้วก็บอกผู้เขียนว่า ช่วยไปดูครูที่บ้านให้หน่อย เพื่อนๆส่งข่าวว่า มิสอรทัย(ครู) ป่วยและพวกเราจะนำเงินไปช่วยเหลือ ส่วนแม่ช่วยไปให้คำแนะนำ และดูสิทธิ์การรักษาให้หน่อย ด้วยความเต็มใจไม่นานก็หาบ้านมิสอรทัยเจอ เพราะเป็นทางผ่านไปที่ทำงานของผู้เขียนด้วย

 ผู้เขียนพบหญิงสูงวัยนั่งอยู่ในWheel Chair ลูกชายเตือนความจำว่า มิสเคยสอนภาษาไทยเขา เมื่อครั้งเรียนที่อัสสัมชัญศรีราชา ถามสารทุกข์กันสักครู่ เพื่อนๆของลูกก็มาสมทบกันอีก 5 คน พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทกัน มีอะไรก็จะติดต่อกันทางโทนศัพท์บ้าง facebook บ้าง มิสอรทัยดูมีความสดชื่นขึ้นบ้าง บอกว่าลูกชายของมิสที่มีคนเดียว ก็ทำงานอยู่ไกลไม่ค่อยได้มา มิสเองเจ็บป่วยรู้สึกท้อแท้มาก เพราะต้องล้างไตเดือนละสองครั้ง เงินที่เก็บไว้ก็จวนจะหมดแล้ว ถ้าเงินหมดก็จะหยุดล้างไต คิดว่าไม่เกินเดือมีสก็ตายแล้วละ แต่วันนี้ดีใจที่มีลูกศิษย์มาเยี่ยมหลายคน

มิสไม่รู้ว่า ลูกศิษย์ของมิส ที่เพิ่งรู้ข่าวจากการโพสทางfacebook ของเพื่อนคนหนึ่ง ได้รวบรวมบอกบุญกันมาในเวลาอันสั้นนั้น ได้เงินถึง 50,000 บาท พอพูดคุยได้สักพัก พวกเขาก็นำเงินมามอบให้มิสอรทัย และพอบอกจำนวนเงิน ให้ทราบ มิสอรทัยเงียบไปสักครู่ แล้วบอกว่า ครูไม่เคยหยิบเงินมากขนาดนี้มานานแล้ว แล้วน้ำตาของครูก็ค่อยๆซึมออกมา ไม่ได้ไหลนองหน้า เหมือนคนอ่อนไหวทั่วๆไป



ผู้เขียนพลอยปิติใจ ที่ได้เห็นภาพที่ทรงคุณค่าอย่างนี้ มันเหมือนภาพพิเศษ ที่นานๆจะได้ชมสักครั้ง

จากนั้นก็มีการพูดคุยให้มิสรู้สึกสบายใจ หลายคนยังบ่นกระปอดกระแปดว่ามิสตีเจ็บ ดุด้วย มิสบอกว่า เธอรู้ไหมเดี๋ยวนี้เขาไม่ให้ครูตีเด็กแล้ว เคยมีนักเรียนรวมหัวกันไม่ส่งการบ้านทั้งชั้น แต่ครูก็ทำอะไรไม่ได้

 ลูกศิษย์ของมิสอรทัยชุดนี้ ทั้งหญิงชาย ดูหน้าตาเขาผ่องใสดี และสัญญากับครูของเขาว่า จะดูแลครูตลอดไป และยังมีเพื่อนอีกหลายคนยังไม่ทราบ และจะส่งข่าวไปถึงรุ่นอื่นๆด้วย จะได้มาดูแลครู ไม่ต้องกังวล

 แล้วพวกเขาก็ทำให้ผู้เขียนได้รับบุญด้วย โดยขอให้แวะเวียนมาดูมิสให้เขาหน่อย และช่วยส่งข่าวด้วย ผู้เขียนยินดีอยู่แล้ว เป็นเวลานับชั่วโมง ที่ฟังการสนทนาและรื้อฟื้นความหลังกัน แทบไม่น่าเชื่อว่า คนเป็นครู จะจำลูกศิษย์ได้ถึงปานนี้ โดยเฉพาะความแสบของแต่ละคน ได้ยินเสียงหัวเราะแล้วหัวเราะอีก น่าชื่นใจ

  แล้วเราก็ลาจากมิสอรทัยกัน ผู้เขียนและลูกชายกลับสุดท้าย ย้ำว่าให้ไปล้างไตตามกำหนด ไม่ต้องกลัวเงินหมด เพราะมีคนรับปากดูแลแล้ว แล้วจะหมั่นมาเยี่ยม มิสอรทัยเรียกลูกชายผู้เขียนเข้าไป แล้วบอกว่าขอกอดหน่อย มองดูแล้วปิติใจจังเลยค่ะ

 พรุ่งนี้ มิสจะไปล้างไตที่ รพ.สมิตเวช ด้วยการใช้เครื่องฟอกเลือด เพราะการล้างทางหน้าท้องนั้นไม่สามารถทำได้ เพราะมิสเคยแผลติดเชื้อง่าย และยังเป็นเบาหวานด้วย  ก็ขอให้มิสอรทัย ได้ต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บไปพร้อมกับความสุขใจ ที่ได้รับนับจากวันนี้เป็นต้นไป

 อนุโมทนาบุญกับศิษย์กตัญญู และมุทิตาจิตกับมิสอรทัยค่ะ