บุคคลสัญชาติไทยเกิดในต่างประเทศขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน
25 มกราคม 2556
จากคำถามในบอร์ด [1]
"แม่สัญชาติไทยพ่อสัญชาติลาวจะขอสัญชาติไทยได้ไหมครับ พ่อกับแม่แต่งงานเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้วและคลอดบุตรอยู่ที่ลาวโดยที่ไม่ได้แจ้งเกิดที่ไทยแล้วลูกจะขอสัญชาติไทยได้ไหม."
ลองวิเคราะห์
ข้อเท็จจริง
คุณสงบมีอายุไม่เกิน 30 ปี เกิดหลังปี พ.ศ. 2516 (ค.ศ.1973) มีมารดาเป็นบุคคลสัญชาติไทย บิดามีสัญชาติลาว คุณสงบเกิดที่ประเทศลาว
คุณสงบไม่ระบุว่าเป็นเพศใด ชายหรือหญิง เพราะหากเป็นบุคคลสัญชาติไทยที่เป็นเพศชายที่อายุไม่เกิน 30 ปี จะต้องขึ้นทะเบียนทหารกองเกิน ตามภูมิลำเนาของมารดา(กรณีมีมารดายังมีชีวิตอยู่)
และคุณสงบไม่ได้ระบุว่า "บิดามารดาได้จดทะเบียนสมรสกันหรือไม่" เพราะหากบิดาและมารดาจดทะเบียนสมรสกัน (ตามกฎหมายไทย หรือกฎหมายต่างประเทศ โดยมีการจดทะเบียนบันทึกฐานะครอบครัว ณ ที่ว่าการอำเภอหรือเขตหรือที่สถานทูตไทยแล้ว) บิดาจะเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของคุณสงบทันทีหรือกรณีที่บิดาและมารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่บิดาได้จดทะเบียนการรับรองบุตร (ณ ที่ว่าการอำเภอหรือเขตหรือที่สถานทูตไทย) หรือมีการร้องต่อศาล(ไทย)ขอให้เป็นบุตร ก็ถือได้ว่า บิดาเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายของคุณสงบทันที เช่นกัน
ฉะนั้นปัจจุบันคุณสงบน่าจะถือ "สัญชาติลาว" เพราะคุณสงบอยู่ที่ประเทศลาว มีบิดาสัญชาติลาว และและไม่ได้แจ้งเกิดตามกฎหมายไทย(แจ้งที่สถานทูตไทย) (จึงไม่มีรายการบุคคลตามกฎหมายไทย) หากคุณสงบจะเดินทางเข้าประเทศไทยก็ต้องถือพาสปอร์ต(หนังสือเดินทาง)ของประเทศลาว หรือมีใบบอร์เดอร์พาสของลาวเข้ามาในเขตไทย
ข้อสรุป
จากข้อเท็จจริงข้างต้น คุณสงบได้รับสัญชาติไทยตามหลักสายโลหิตแน่นอน เพราะคุณสงบมีมารดาที่มีสัญชาติไทย โดยไม่ต้องพิจารณาถึงสัญชาติของบิดาเนื่องจาก มารดาเป็นมารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของบุตรเสมอ ตามมาตรา 7 (1) [2] พรบ.สัญชาติ พ.ศ. 2508 คุณสงบย่อมได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามมารดาฉะนั้น คุณสงบสามารถถือสัญชาติไทยตามมารดาได้
กรณีของคุณสงบเข้ากรณีตามมาตรา 14 [3] แห่งพระราชบัญญัติ สัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 เพราะคุณสงบมีบิดาต่างด้าว (ตามกฎหมายไทยต้องหมายถึงบิดาโดยชอบด้วยกฎหมาย) และมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย คุณสงบมีบิดาเป็นต่างด้าวคุณสงบอาจถือสัญชาติตามบิดาก็ได้ ซึ่งมาตรา 14 ระบุว่าในขณะเกิดมีบิดาเป็นคนต่างด้าว เมื่อมีอายุเกิน 20 ปี ภายในหนึ่งปี กฎหมายให้เลือกถือสัญชาติไทย หากไม่เลือกถือว่าสละสัญชาติไทยโดยปริยาย
ตามข้อมูลเบื้องต้น คุณสงบน่าจะมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ประมาณปี พ.ศ. 2536 ฉะนั้นภายในประมาณปี 2537 ต้องเลือกถือสัญชาติไทย เพราะในขณะเกิดมีบิดาเป็นคนต่างด้าว กล่าวคือ กรณีของคุณสงบอาจถือสัญชาติลาวตามบิดา(ต้องดูกฎหมายของลาวด้วย) และขอถือสัญชาติไทยตามมารดาซึ่งมีสัญชาติไทยได้ โดยการขอเพิ่มชื่อบุคคลสัญชาติไทยในทะเบียนบ้านตาม ข้อ 96 [4] แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2535 กรณีคนสัญชาติไทยที่เกิดในต่างประเทศโดยมีหลักฐานรับรองการเกิดฯ ซึ่งในกรณีนี้ คุณสงบต้องมีหลักฐาน (ราชการ) การเกิดที่ระบุว่าคุณสงบมีสัญชาติไทย ที่ออกให้โดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทย ในกรณีนี้คุณสงบต้องไปพิสูจน์สัญชาติไทยที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศลาว
หรือในกรณีของคุณสงบ มีข้อสังเกตว่า หากคุณสงบถือหนังสือเดินทางจากต่างประเทศ (ลาว) และมีหลักฐานยืนยันว่ามีสัญชาติไทยแล้วจากสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทย อาจขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน ตาม ข้อ 96/1 [5] แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2535 กรณีบุคคลสัญชาติไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการตามข้อแนะนำข้างต้นต้องกระทำภายในหนึ่งปีที่คุณสงบมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ คือ ประมาณปี 2537 แต่ปัจจุบันปี 2556 กาลเวลาได้ล่วงเลยมาแล้วประมาณ 19 ปี ฉะนั้น ในกรณีการขอเพิ่มชื่อบุคคลสัญชาติไทยในทะเบียนบ้านตามมารดาจึงไม่สามารถกระทำได้แต่คุณสงบอาจขอถือสัญชาติไทยตามมารดาได้โดยการ "ขอแปลงสัญชาติเป็นไทย" ตามมาตรา 10 [6] แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508
มีข้อแนะนำว่าหากคุณสงบต้องการถือสัญชาติไทยตามมารดา ควรไปติดต่อสถานทูตไทยในลาว เพื่อปรึกษาขอคำแนะนำ
[1] จากคำถามในบอร์ดเมื่อ 25 มกราคม 2556, ผู้ถาม สงบ ดาธรรม
[2] มาตรา 7(1) "บุคคลดังต่อไปนี้ย่อมได้สัญชาติไทยโดยการเกิด (1) ผู้เกิดโดยบิดาหรือมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกราชอาณาจักรไทย"
(มาตรา 7 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535)
[3]"มาตรา 14 ผู้มีสัญชาติไทยซึ่งเกิดในขณะที่บิดาเป็นคนต่างด้าวและได้สัญชาติของบิดาด้วยตามกฎหมาย ว่าด้วยสัญชาติของบิดาหรือผู้ซึ่งได้สัญชาติไทยตาม มาตรา 12 วรรคสอง ถ้า ยังประสงค์จะถือสัญชาติอื่นอยู่ต่อไป ให้แสดงความจำนงสละสัญชาติไทยตามแบบและวิธีการที่ กำหนดในกฎกระทรวงภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่มีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์" (พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535)
"ความใน มาตรา 14 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติ สัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ มิให้ใช้บังคับกับบุคคลที่มีอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์แล้วก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในกรณีที่บุคคลดังกล่าวประสงค์จะสละสัญชาติไทย ให้ดำเนินการตาม มาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติ สัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535"
(มาตรา 14 ข้อความใหม่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่โดยพระราชบัญญัติ สัญชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 มาตรา 3 มาตรา 4)
[4]"ข้อ 96 คนสัญชาติไทยที่เกิดในต่างประเทศโดยมีหลักฐานรับรองการเกิด มีความประสงค์จะขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน (ท.ร. 14) ให้ยื่นคำร้องตามแบบพิมพ์ที่กำหนดต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่ผู้ขอเพิ่มชื่อมีภูมิลำเนาอยู่ในปัจจุบัน เมื่อนายทะเบียนได้รับคำร้องแล้วให้ดำเนินการดังนี้
(1) เรียกและตรวจสอบหลักฐานสูติบัตรที่ออกให้โดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยหรือเอกสารรับรองการเกิดที่ออกให้โดยหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศที่เด็กเกิดซึ่งแปลเป็นภาษาไทยและผ่านการรับรองคำแปลถูกต้องโดยกระทรวงการต่างประเทศไทย สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน บัตรประจำตัวผู้แจ้ง (ถ้ามี) บัตรประจำตัวเจ้าบ้านและบัตรประจำตัวบิดามารดา (ถ้ามี)
(2) กรณีผู้แจ้งแสดงเอกสารรับรองการเกิดที่ออกให้โดยหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศจะต้องมีรายการหรือข้อเท็จจริงแสดงว่าเด็กมีสัญชาติไทย หรือมีรายการที่สามารถวินิจฉัยได้ว่าเด็กมีสัญชาติไทย เช่น รายการสัญชาติของมารดา เป็นต้น
(3) สอบสวนเจ้าบ้านหรือผู้แจ้งให้ได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประวัติของบุคคลที่ขอเพิ่มชื่อในประเด็นเรื่องชื่อตัว ชื่อสกุล วันเดือนปีเกิด สถานที่เกิด รวมถึงรายการชื่อและสัญชาติของบิดาและมารดา
(4) เมื่อนายทะเบียนอนุญาต ให้บันทึกการอนุญาตไว้ด้านหลังของสูติบัตรหรือเอกสารรับรองการเกิด แล้วแต่กรณี และกำหนดเลขประจำตัวประชาชนให้แก่ผู้ได้รับอนุญาตให้เพิ่มชื่อตามแบบพิมพ์ที่กำหนดในข้อ 134 (22)
(5) เพิ่มชื่อบุคคลดังกล่าวในทะเบียนบ้านและสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน (ท.ร. 14) พร้อมทั้งหมายเหตุไว้ในช่องย้ายเข้ามาจากว่า "คำร้องที่… ลงวันที่….." แล้วให้นายทะเบียนลงลายมือชื่อและวันเดือนปีกำกับไว้
(6) รายงานตามระเบียบ ฯ ข้อ 132 (5)"
(ข้อ 96 เดิมถูกยกเลิกและใช้ความใหม่แทน โดยข้อ 8 แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลางฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2545)
[5]"ข้อ 96/1 บุคคลสัญชาติไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ โดยใช้หนังสือเดินทางของต่างประเทศหรือหนังสือสำคัญประจำตัว (Certificate of Identity) ออกให้โดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทย และมีหลักฐานเอกสารราชการที่ระบุว่าเป็นผู้มีสัญชาติไทย มีความประสงค์จะขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน (ท.ร. 14) ให้ยื่นคำร้องตามแบบพิมพ์ที่กำหนดต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่ผู้ขอเพิ่มชื่อมีภูมิลำเนาอยู่ในปัจจุบัน เมื่อนายทะเบียนได้รับคำร้องพร้อมหลักฐานจากผู้ขอเพิ่มชื่อแล้ว ให้ดำเนินการ ดังนี้
(1) ทำ เรื่องขอตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่ผู้ขอเพิ่มชื่อนำ มาแสดงไปยังส่วนราชการที่ออกเอกสารดังกล่าว
(2) กรณีได้รับแจ้งจากส่วนราชการที่ออกเอกสารว่าเป็นเอกสารที่ถูกต้อง ให้สอบสวนเจ้าบ้าน ผู้แจ้งและบุคคลที่น่าเชื่อถือให้ปรากฏข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประวัติของบุคคลที่ขอเพิ่มชื่อในประเด็นเรื่องชื่อตัว ชื่อสกุล วันเดือนปีเกิด สถานที่เกิด สัญชาติ ภูมิลำเนาที่อยู่อาศัยในประเทศไทยก่อนไปต่างประเทศ การใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง รวมถึงรายการของบิดาและมารดา และเมื่อนายทะเบียนอนุญาตแล้ว ให้ดำเนินการตามข้อ 95 (3) - (5)
(3) กรณีได้รับแจ้งจากส่วนราชการที่ออกเอกสารว่าเอกสารดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือไม่สามารถตรวจสอบได้ ให้นายทะเบียนทำหนังสือส่งตัวผู้ขอเพิ่มชื่อให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อขอพิสูจน์สัญชาติ และดำเนินการตามข้อ 95"
(ข้อ 96/1 เพิ่มเติมโดยข้อ 9 แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลางฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2545)
[6] มาตรา 10 คนต่างด้าวซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนดังต่อไปนี้ อาจขอแปลงสัญชาติเป็นไทยได้
(1) บรรลุนิติภาวะแล้วตามกฎหมายไทยและกฎหมายที่บุคคลนั้นมีสัญชาติ
(2) มีความประพฤติดี
(3) มีอาชีพเป็นหลักฐาน
(4) มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรไทยต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ยื่นคำขอแปลงสัญชาติเป็นไทยเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี
(5) มีความรู้ภาษาไทยตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 11 บทบัญญัติในมาตรา 10 (4) และ (5) มิให้นำมาใช้บังคับ ถ้าผู้ขอแปลงสัญชาติเป็นไทย
(1) ได้กระทำความดีความชอบเป็นพิเศษต่อประเทศไทย หรือได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ทางราชการซึ่งรัฐมนตรีเห็นสมควร
(2) เป็นบุตรหรือภริยาของผู้ซึ่งได้แปลงสัญชาติเป็นไทย หรือของผู้ได้กลับคืนสัญชาติไทย
(3) เป็นผู้ได้เคยมีสัญชาติไทยมาก่อน
ขอเข้ามาเติมความรู้ครับ
ยอมรับว่าไม่มีความรู้ทางด้านนี้เลย