
มีน้อยคนที่ไม่รู้จักถนนข้าวสารในกทม. ที่จะพูดคุยในวันนี้ไม่ใช่เรื่องระเบียบการห้ามประแป้งช่วงสงกรานต์ หรือ การระวังมือดีล้วงกระเป๋าตอนเบียดเสียดนะครับ แต่เป็นการเล่าให้ฟังเรื่องภาษา แล้วก็เป็นภาษาที่ทำให้ขบขันได้ไม่เลวเลยทีเดียว . วันก่อนนั่งแท็กซี่จากกลางใจกรุงเทพ เพื่อไปเยาวราช เจอแท็กซี่อารมณ์ดี ชวนคุยเรื่อยเปื่อย ปกติการโดยสารเพื่อไปย่านรถติดเช่นนี้ รถแท็กซี่ที่เราเห็นไฟว่างติดอยู่ เมื่อเราเรียกมักจะเกิดไม่ว่างขึ้นมาทันควัน บ้างก็อ้างส่งรถ แต่ส่วนใหญ่ที่เจอมักส่ายหน้า ไม่พูดจา เป็นอาการช็อค พูดไม่ออกแบบเฉียบพลันทันใด เราก็ได้แต่ส่ายหน้าเราไปด้วยแล้วโบกคันใหม่ แต่วันนั้นโชคดีมาก โบกรถคันแรกก็ยินยอมไปโดยดี แถมโชเฟอร์ยังยิ้มกว้างพร้อมกับเชื้อเชิญให้นั่ง ขยับเบาะข้างคนขับให้เราก้าวเข้ารถอย่างสะดวก โชเฟอร์เล่าให้ฟังว่า "แท็กซี่ที่ผมเช่าอยู่นี่ค่อนข้างเก่าหน่อย เหมาทั้งวัน หกร้อยบาท ถ้าสภาพใหม่ สีสวยก็กะละหกร้อยยี่สิบ แต่ผมว่ามันอยู่ที่ทำเลที่เราขับไป กับการไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร ไปที่ไหนก็ติดเหมือนกันแหละ" . ผมนั่งฟัง พยักหน้าให้คนขับ เหมือนเห็นด้วย คนขับเริ่มติดลมก็เล่าต่อ "อู่รถแท็กซี่ของเถ้าแก่ที่ผมเช่านะ มีรถจอดไม่มีคนขับหลายสิบคัน จะขับทีเดียวสองคันก็ได้" . ผมฟังแล้ว หาข้อมูลว่าทำไมมีคนพูดว่า คนขับรถแท็กซี่เลือกคนต่างชาติมากกว่าคนไทยแท็กซี่บอก "ไม่จริงเสมอไปหรอก ฝรั่งบางคนอยู่เมืองไทยนานแล้ว ก็ไม่ได้จ่ายให้มากเท่าไหร่หรอก เออ...ไอ้คำว่า แทรฟฟิก โปลิส นี่แปลว่าอะไร" . ผมฟังแล้วก็เริ่มสนุกไปด้วย ก็บอกคำแปลไปว่า "ตำรวจจราจร" . คนขับก็เล่าให้ฟังว่า วันก่อนเจอะฝรั่งสองคนจะไปถนนข้าวสาร ฝรั่งบอกว่า "ข้าวสารโรด ผมดีใจมากที่ฝรั่งพูดคำอีสานได้ฟังเป็น ข้าวสารโลดผมรีบให้ขึ้นรถแล้วพาไปส่ง นึกภูมิใจที่ฝรั่งพูดภาษาพื้นบ้านเราได้" .. ไปโลด หมอสุข

แหม...ได้ความบังเอิญก็พอช่วยให้เข้าใจกันได้
ขอบพระคุณ คุณฝนทิพย์ที่ให้ความเห็นครับ
แวะมาอ่าน ฮาโลดค่ะ คุณหมอ
ยินดีมากที่ ธรรมทิพย์ แวะมาโลดครับ