“ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity, Creation, Creating, Creative Thinking)” เป็นหนึ่งในทักษะสำคัญของครู ที่ได้รับการกำหนดให้เป็นทักษะที่จำเป็นจะต้องนำไปใช้ ในกระบวนการพัฒนาผู้เรียนในช่วงศตวรรษที่ 21 ดังภาพประกอบล่าง (ทั้งนี้ โดยมีทักษะ “การคิดวิเคราะห์ : Analytical Thinking” และ “การคิดแก้ปัญหา : Problem Solving” รวมอยู่ด้วย)

อนึ่ง ความคิดสร้างสรรค์ ยังได้รับการกำหนดให้เป็น 1 ใน 5 ทักษะสำคัญที่ลูกจ้าง/พนักงานในสถานประกอบการต่างๆ จำเป็นจะต้องใช้ในการทำงานในช่วงศตวรรษที่ 21 ดังภาพประกอบล่าง (ทั้งนี้ โดยมี “ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ : Critical Thinking” และทักษะ “การคิดแก้ปัญหา : Problem Solving” รวมอยู่ด้วย)

และ ความคิดสร้างสรรค์ ได้รับการพิจารณาว่า เป็นทักษะที่ท้าทายในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับปัญหาในการประกอบอาชีพในทศวรรษหน้า (ปี 2011-2020) สำหรับทุกสาขาอาชีพ เช่น ศิลปิน นักวิทยาศาสตร์ ครู เจ้าของกิจการ นักคณิตศาสตร์ นักการเมือง และผู้นำทางธุรกิจ เป็นต้น 
ความคิดสร้างสรรค์ เกิดจากการทำงานของสมองซีกขวา ส่วนการคิดวิเคราะห์ เกิดจากการทำงานของสมองซีกซ้าย ดังภาพล่าง
ในปี 2547-2548 ผู้เขียนได้สนับสนุนให้นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิจัยและประเมินผลการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี (จาตุพักตร์ พากเพียร) ศึกษาสมรรถภาพทางสมองด้านการคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในจังหวัดศรีสะเกษ โดยการสร้างแบบวัดคู่ขนานที่ใช้เนื้อหาการวัดเดียวกัน (เนื้อหาทางภาษาและตัวเลข) แต่ฉบับที่ 1 ผู้ถูกทดสอบจะใช้สมองซีกซ้ายในการคิดวิเคราะห์ (หรือการคิดเอกนัย [Convergent Thinking] เพื่อเลือกตัวเลือกที่ถูกที่สุดในตัวเลือกที่ให้ไว้ในคำถามแต่ละข้อ) ส่วนฉบับที่ 2 ผู้ถูกทดสอบจะใช้สมองซีกขวาในการคิดสร้างสรรค์ (หรือการคิดอเนกนัย [Divergent Thinking] เพื่อเสนอคำตอบที่เป็นไปได้หลาย ๆ คำตอบในแต่ละคำถาม) ผลการศึกษาพบว่า ในด้านการคิดวิเคราะห์ นักเรียนส่วนใหญ่มีความสามารถในระดับปานกลาง (คิดเป็นร้อยละ 47.8) รองลงมาเป็นระดับสูง (ร้อยละ 30.5) และระดับต่ำ (21.7) ตามลำดับ ส่วนในด้านความคิดสร้างสรรค์ นักเรียนส่วนใหญ่มีความสามารถในระดับต่ำ (คิดเป็นร้อยละ 52.8) รองลงมาเป็นระดับปานกลาง (ร้อยละ 45.9) และระดับสูง (ร้อยละ 1.3) ตามลำดับ นอกจากนั้นยังพบว่า ผู้ที่ทำคะแนนความคิดสร้างสรรค์ได้ต่ำกว่าคะแนนการคิดวิเคราะห์มีถึงร้อยละ 55.38 ผู้ที่ได้คะแนนความคิดสร้างสรรค์พอๆ กับคะแนนการคิดวิเคราะห์มีร้อยละ 40.03 ส่วนผู้ที่ได้คะแนนความคิดสร้างสรรค์สูงกว่าคะแนนการคิดวิเคราะห์ มีเพียงร้อยละ 4.59 ทั้งนี้ สาเหตุส่วนหนึ่ง น่าจะเกิดจาก การเรียนการสอนและการวัดผลในโรงเรียน จะเน้นวัดการคิดวิเคราะห์ (คือ การให้คิดหาคำตอบที่ถูกที่สุดเพียง 1 คำตอบในแต่ละคำถาม) มากกว่าวัดการคิดสร้างสรรค์ (คือ การเสนอคำตอบที่เป็นไปได้มาให้มากที่สุด) ในการวิจัยวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ผู้เขียนได้ดำเนินการร่วมกับครูและผู้ปกครองในท้องที่ชนบทของจังหวัดอุบลราชธานี ภายใต้ "โครงการบ้าน-โรงเรียนร่วมใจ"(ปี 2541-2544) โดยได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ก็พบว่า ในด้านการพัฒนาทางสมองของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 2 ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายนั้น การพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีเหตุผลและทักษะการคิดแก้ปัญหา ได้ผลดีกว่าการพัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์
ผลการศึกษาที่กล่าวมา ชี้ว่า เด็กปฐมวัยและนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน น่าจะได้รับการพัฒนาที่เน้นความคิดสร้างสรรค์มากกว่าการคิดวิเคราะห์ แต่ครูก็ควรจัดการเรียนรู้โดยให้ผู้เรียนได้ใช้ทั้งสมองซีกซ้ายและซีกขวาในการเรียนรู้ เพราะจะช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ดีกว่า การใช้สมองซีกใดซีกหนึ่ง และยังจะเป็นการตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน ที่มีความถนัดในการใช้ซีกสมองต่างกัน ดังที่ในปี 2551-2552 ผู้เขียนได้สนับสนุนให้นักศึกษาสาขาวิจัยและประเมินผลการศึกษา (ปทุมวัลย์ ทองมนต์) ทำการวิจัยปฏิบัติการ (3 รอบวงจร) เพื่อพัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ในจังหวัดมุกดาหาร โดยการจัดการเรียนรู้ แบบ 4 MAT ซึ่งประกอบด้วยการดำเนินการ 8 ขั้น ได้แก่ ขั้นที่ 1 สร้างประสบการณ์ (ใช้สมองซีกขวา) เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยการใช้สื่อของจริง เกม เพลง เป็นตัวกระตุ้น ให้ผู้เรียนเชื่อมโยงประสบการณ์ดังกล่าวมาเป็นประสบการณ์ของตนเอง ขั้นที่ 2 วิเคราะห์ประสบการณ์ (ใช้สมองซีกซ้าย) โดยการอภิปรายวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดจากประสบการณ์ในขั้นที่ 1 ขั้นที่ 3 ปรับประสบการณ์เป็นความคิดรวบยอด (ใช้สมองซีกขวา) โดยให้นักเรียนหาข้อสรุปจากประสบการณ์และสถานการณ์ ขั้นที่ 4 มุ่งหลักการ (ใช้สมองซีกซ้าย) เป็นการศึกษาโดยการเก็บรวบรวมข้อมูลจากใบความรู้ ขั้นที่ 5 ลงมือปฏิบัติตามหลักการ (ใช้สมองซีกซ้าย) เป็นการทำงานตามใบงานหรือทำตามขั้นตอนที่กำหนด ขั้นที่ 6 สร้างผลงานตามความถนัด (ใช้สมองซีกขวา) การลงมือปฏิบัติงานในการสร้างชิ้นงานในใบงานตามความสามารถ ขั้นที่ 7 วิเคราะห์ชิ้นงานและแนวทางในการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ (ใช้สมองซีกซ้าย) เป็นการนำเสนอผลงาน อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดในกลุ่ม และขั้นที่ 8 การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ (ใช้สมองซีกขวา) เป็นการจัดป้ายนิเทศแสดงผลงาน ให้นักเรียนได้นำเสนอผลงาน อภิปรายผลงานให้คนอื่น ๆ ได้รับรู้ พร้อมทำการประเมินผลงาน จากการศึกษาพฤติกรรมการเรียนรู้/การสัมภาษณ์นักเรียน และการวัดการคิดสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์ ก่อน/หลังปฏิบัติการ พอจะสรุปได้ว่า การจัดการเรียนรู้แบบ 4 MAT เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ทำงานเป็นกลุ่ม และเป็นรายบุคคล สามารถตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลของนักเรียน นักเรียนได้เรียนรู้โดยการปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจและความถนัดของตนเอง ทำให้มีอิสระในการคิด และสามารถคิดได้หลากหลายแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ส่งผลต่อการพัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์ให้สูงขึ้น
(งานวิจัยของนักศึกษาทั้ง 2 ชิ้น เป็นวิทยานิพนธ์ที่ได้รับการประเมินในระดับดีเยี่ยม : Excellent)

ท้ายที่สุดนี้ ผู้เขียนขอฝากว่า การที่จะพัฒนาทักษะการคิดในด้านใดให้กับนักเรียน ครูผู้สอนเองจำเป็นจะต้องพัฒนาทักษะของตนในด้านนั้นๆ ก่อน ซึ่งจากการที่ผู้เขียน ได้มีประสบการณ์ในการทำวิจัยด้านการพัฒนาการคิดของผู้เรียน การอบรมครูด้านการพัฒนาการคิด การทำหลักสูตรรายวิชาการพัฒนาทักษะการคิด การจัดทำคู่มือการเรียนรู้และการสอนในรายวิชาดังกล่าวสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี และการควบคุมปริญญานิพนธ์ที่ทำวิจัยด้านการสร้างแบบวัดการคิดและการพัฒนาการคิดแบบต่างๆ ให้กับผู้เรียน ผู้เขียนพบว่า มีเอกสารที่ให้องค์ความรู้และแนวคิดแนวปฏิบัติในการพัฒนาการคิดแต่ละอย่างมากมาย ทั้งในแนวคิดทางตะวันออกและทางตะวันตก และกิจกรรม/เทคนิคการพัฒนาการคิดสร้างสรรค์ก็มีอยู่หลากหลาย เมื่อนำไปฝึกก็ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก (ดังตัวอย่างที่ได้เขียนไว้บ้างในบันทึกที่เกี่ยวข้อง : การคิดนอกกรอบฯ) สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ว่า ครูอาจารย์จะใส่ใจและตั้งใจจริงแค่ไหนที่จะศึกษาค้นว้า เพื่อนำความรู้และแนวปฏิบัติที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลกับผู้เรียนอย่างแท้จริง
(ขอบคุณทุกท่านที่กรุณาเข้าไปอ่าน ให้ดอกไม้/แสดงความเห็น และขออภัยที่ผู้เขียนคงตอบช้าเช่นเคย เพราะต้องเดินทางเข้าฟาร์ม และที่ฟาร์มใช้ Internet ไม่ได้ค่ะ)


การเปลี่ยนแปลง ..... เพื่อการเรียนรู้ .... ผ่านการสร้างสรรค์ คิดใหม่ รูปแบบใหม่ๆ นะคะ
ขอบคุณบทความดีดีนี้ค่ะ อาจารย์แม่
สวัสดี ผศ.วิไล
ป๋าเดเข้าตอบในบล๊อคอาจารย์ไม่ได้แล้ว แต่รูปเล็กๆมันคงไม่ขึ้น ก็จะพยายามต่อไป
อ้อพิมพ์ผิด คือเข้าได้แล้วแต่รูปเล็กมันไม่ขึ้นครับ ช่วยแนะนำหน่อยนะครับ
-ขอให้อาจารย์แม่จงได้รับรางวัลนะครับ...จะรอฟังข่าวดี
จากป๋าเด
กว่าจะได้เข้าเมืองตอบความเห็น/คำถาม "ป๋าเด" ท่านก็แก้ปัญหาได้ด้วยความพยายามของตนเองไปแล้ว
ก็ขอเป็นกำลังใจให้ท่านประสบความสำเร็จในทุกเรื่อง ที่ท่านได้ใช้ความพยายามไปนะคะ
ขอบคุณค่ะ สำหรับคำอวยพรให้ยายไอดินได้รับรางวัลจากการเขียน จริงๆ แล้ว ยายไอดินไม่เคยเขียนเพราะหวังรางวัลเลยนะคะ
เวลาที่มีหัวเรื่อง "สรอ.ขอความรู้" ที่ยายไอดินพอจะมีข้อมูล/ความคิดเห็น ก็ลงมือเขียนเป็นการให้ความร่วมมือกับ "สรอ." และ "GotoKnow" บางบันทึกก็เขียนเพื่อไม่ให้ขาดหายจากการติดต่อสื่อสารกับ "กัลยาณมิตร GotoKnow" ค่ะ
แต่คงเขียนได้ไม่บ่อยนัก คงประมาณเดือนละ 1-2 เรื่องค่ะ เพราะไปอยู่ที่ฟาร์มใช้ Internet ไม่ได้ จะใช้ได้ก็ตอนเข้าเมืองค่ะ
ขอบคุณกำลังใจและน้ำใจจาก "Dr.Ple" มากนะคะ ที่มีให้อาจารย์แม่อย่างเสมอต้นเสมอปลาย
ชื่นชม"กิจกรรมสร้างสรรค์" ของชาวเพชรบุรี (รวมทั้งท่าน นพ.สมพนธ์ และ "Dr.Ple") มากค่ะ
ขอบพระคุณกำลังใจจากทุกท่านค่ะ
อาจารย์แม่สรุปได้ละเอียดมาก
ตอนนี้ที่สวนเป็นอย่างไรบ้างครับ ฝนตกไหมครับ
อยากให้ครูทุกคนได้อ่านแนวคิดดีๆเช่นนี้ค่ะ..ขอให้น้องผศ.วิไลและครอบครัวมีความสุขมากๆค่ะ..
ดีใจครับที่ท่านตอบผม...และเราสื่อสารกันได้แล้ว
ขอแสดงความเห็นนิดหนึ่ง.....ภาพที่หัวบล๊อคของท่านเป็นภาพคนยิงศีรษะตัวเอง ผมคิดว่าเป็นภาพที่ไม่ค่อยสวยนะ
ขอบคุณมากนะคะสำหรับกำลังใจจาก "ลูกขจิต"
ฝนหายไปนานแล้วจนจำไม่ได้ค่ะ ว่าตกครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ดีว่า มีน้ำประปา น้ำบาดาลให้ได้รดน้ำต้นไม้ ไม่เช่นนั้นต้นไม้ใบหญ้าคงเหี่ยวแห้งตายหมด
ช่วงนี้ที่ฟาร์มทำงานก่อสร้างเพิ่มเติมเสร็จแล้วค่ะแต่ยังมีปัญหาบางจุด ที่สวนยางก็สร้างโรงเก็บวัสดุอุปกรณ์เสร็จแล้ว ยางพาราปลูกมาแล้วปีนี้เป็นปีที่ 7 แต่พ่อใหญ่สอบอกจะกรีดปีที่ 8 ค่ะ
อาจารย์แม่อยากส่งภาพที่ฟาร์มให้ดู แต่มีปัญหาเรื่องการใส่ภาพค่ะ ก่อนนี้เคยมี Image Link แต่ตอนนี้หายไป เลยไม่รู้จะใส่ภาพประกอบยังไงค่ะ
ขอบพระคุณกำลังใจและคำอวยพรจาก "พี่ใหญ่" มากนะคะ
สงสัยจังค่ะ ว่า "ป๋าเด" ทำยังไงภาพประจำตัวจึงไม่ปรากฏ
ขอบคุณนะคะ สำหรับความเห็นเกี่ยวกับภาพประกอบ Blog ท่านคงอยากสื่อว่า ภาพไม่เหมาะมากกว่าภาพไม่สวย สำหรับภาพคนยิงตัวตาย ใช่ไหมคะ พอดีว่า Blog "Goaltoknow" ใช้เขียนบันทึกตามแรงบันดาลใจทางสังคม และเรื่องแรกที่เขียน (เกือบ 2 ปีมาแล้ว) ก็เกิดจากความสะเทือนใจที่นักเรียนชั้น ม.6 ที่ร้อยเอ็ดฆ่าตัวตายเพราะคิดว่าตนไร้ค่า อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์ ยายไอดินก็เลยใช้ภาพ Graphic คนฆ่าตัวตายประกอบ คงพอจะอนุโลมได้นะคะ เพราะเป็นภาพ Graphic ไม่ใช่ภาพคนจริง และต้องการให้สื่อความถึง "อัตวินิบาตกรรม" ค่ะ
ขอบคุณมากนะคะ สำหรับกำลังใจจาก "ลูกแผ่นดิน" "น้องอิน" "พี่วอญ่า" "คุณอักขณิช" และ "หนูพวงผกา"
ป๋าเดคงคิดมากไปเองมั้ง...เรื่องภาพไม่เป็นไรไม่คิดอะไรแล้ว.ป๋าเดกำลังเขียนบล๊อค อยู่นะตอนเข้าเมืองไปถึงบ้านอาจารย์แม่ลองอ่านดูนะ
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับกำลังใจจาก "คุณเขียวมรกต" และ "หนูอรดี"
อาจารย์แม่ครับ คลิกขวาที่ภาพ จะ copy เลือกคัดลอก URL ของภาพ มาคลิกที่ insert image ครับ เอา URL ที่ copy มาใส่ในช่อง กด insert ครับ
อันนี้ใช่ไหมครับ
ยางใกล้จะกรีดหรือยังครับ