ยามเช้าวันอังคารที่ 15 มกราคม  2556  คณะเราตื่นนอนประมาณตีห้าก่อนหัวรุ่งหลังอาบน้ำชำระร่างกายแล้วเสร็จก็เก็บสิ่งของลงมากองไว้เพื่อนำขึ้นรถเดินทางต่อไป


อัตลักษณ์ลาวคือนุ่งผ้าสิ้น

โดยได้โอภาปราศรัยกับเพื่อนคณาจารย์แห่งวิทยาลัยสงฆ์นครพนมซึ่งเป็นสาขาของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเช่นกันโดยคณะเราได้ร่วมกันทำบุญค่าน้ำค่าไฟและรับประทานอาหารเช้าพร้อมกับการเดินทางชมพิพิธภัณฑ์ภายในวัดพระธาตุพนม


  ผมโชคดีคือได้พบพระคุณเจ้าที่มาคอยต้อนรับคณะเรานั้นสืบดูกลายเป็นพระหลานชายคือพระอาจารย์สำราญและอาจารย์หมงก็เคยพบเจอและเรียนมาด้วยกันสมัยเราเรียน ม. ศ. 4-5 โดยมาช่วยเป็นผู้แนะนำบรรยายให้คณะเราได้รับความรู้และได้เจอแม่ชีน้อยคนบ้านรามราชเสมือนเป็นเครือญาติพี่น้องกันอีกผมได้สนทนากันพอหอมปากและกราบอำลาองค์พระธาตุพนมสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านเมืองภาคอีสานในเวลาประมาณ  8  โมงเช้า


ถวายหนังสือให้วัดศรีโคตรบูร  ในเมืองท่าแขก  ประเทศลาว

เรามุ่งตรงไปยังอำเภอนาแกแวะกราบนมัสการไหว้พระธาตุศรีคุณและได้ขอบคุณพี่ชายคือพี่วิชัย  เอกสะพัง มัคคทายกวัดนี้และเขาได้มาแต่งงานอยู่ในคุ้มวัดนี้  โดยคุณวิชัยประสานงานช่วยเหลือโครงการนี้รับผิดชอบอำนวยความสะดวกทุกสิ่งแก่คณะเราอยู่เบื้องหลัง เพราะเขาเป็นคนพื้นที่ในเขตเมืองนครพนมและทำหน้าที่อย่างดีทีเดียวที่นำทางให้เราเดินทางถึงเป้าหมายในทุกที่ขณะพวกเราอยู่ในเขตเมืองนครพนม


วิว  มองข้ามแม่น้ำโขงจากฝั่งลาวที่ เมืองท่าแขกมายังวัดพระธาตุในตัวเมืองนครพนม

  พระธาตุศรีคุณในวัดแห่งนี้สร้างจำลองแบบเหมือนพระธาตุพนมองค์จริงอยู่ด้านในที่เห็นเป็นองค์ใหม่สร้างครอบคลุมองค์จริงไว้อีกที ก็เป็นศูนย์รวมศรัทธากลุ่มย่อยของชาวพุทธโดยมีพระธาตุเป็นหลักเพื่อรวมสายธารแห่งศรัทธามารวมศูนย์กลางองค์พระธาตุพนมอีกทีหนึ่งนั้นเอง


   ต่อมาคณะเราเดินทางผ่านจังหวัดสกลนครขึ้นเขตภูพานมีเส้นทางเก้าคดเก้าเลี้ยวเหมือนงูเลี้อย  โดยคณะเราไปฉันเพลกันกลางไร่ภูพานรีสอร์ทโดยการประสานงานเรื่องหาที่ฉันภัตตาหารเพลเป็นหน้าที่ของพระคุณเจ้ารองประธานรุ่น 3 ของพระนิสิต ป. โท ม. มจร. วข. นครศรีธรรมราชชื่อพระดิลก  เพราะท่านเป็นคนจังหวัดสกลนครโดยกำเนิดต้องขออนุโมทนาที่พระคุณเจ้ากระทำสำเร็จ 


 เมื่อท่านลงไปติดต่อทางร้านที่เงียบเหงามานานเพราะไร้ผู้มาพักอาศัยนั้นทำเอาเจ้าของร้านอาหารตกใจยกใหญ่เพราะมีพระมาเยอะ  เกรงทำไม่ทัน  เมื่อพระคุณเจ้าคณะของเราฉันภัตตาหารเพลแล้วให้ศีลรับพรท่องคาถาปรากฏผลบุญทันตาคือคล้อยหลังเราไปนิดเดียวมีคณะทัวร์เข้าไปอีกร่วมร้อยคนเพื่อพักจัดที่สัมมนากันตรงนั้น  สำหรับคณะเรามุ่งหน้าไปยังถิ่นไดโนเสาร์เคยอยู่อาศัยมาก่อนอันเป็นดินแดนทางประวัติศาสตร์นั้นแล


  ณ ที่เก็บซากกระดูกไดโนเสาร์ในเขตเมืองกาฬสินธุ์นี้สังเกตผู้เข้าไปเยือนมักจะเป็นนักเรียนมากกว่าคนทั่วไปเพื่อไปศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิตการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตในยุคโบราณ  เมื่อคณะเราพร้อมที่จะเดินทางออกจากแหล่งไดโนเสาร์พอนับจำนวนผู้เดินทางยังขาดพระคุณเจ้าหนึ่งรูปต้องเที่ยวหา  ...ผมขอโทษครับ  ผมหลงทาง  หาทางออกไม่เจอครับ...ตรงนี้ทางสถานที่ควรทบทวนทำเส้นทางเข้าออกให้ชัดเจนหรือว่าผู้เข้าชมต้องเตือนตนเองอย่างมีสติกันแน่เพื่อกันไม่ให้หลงนะครับ..อิ อิ อิ


และเราก็มุ่งตรงไปยังวัดมหาชัย  เป็นวัดท่านเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคามโดยกะเวลาว่าประมาณ 17. 00 น. ถึงวัดดังกล่าวเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีพุทธวัฒนธรรมอีสานโดยผมได้นัดหมายกับเพื่อน ๆ คนดังแห่งชาวโกทูโนว์ท่านหนึ่งที่อยู่ในมหาวิทยาลัยมหาสารคามเป็นผู้ที่เคยพบและร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันมาก่อนหน้านี้แล้วเป็นใครกันเอ่ยจะเฉลยในตอนต่อไป...อิ อิ อิ