สวนผึ้ง ราชบุรี

ตีห้า ของวันอาทิตย์ (20 มกราคม 56) เสียงไก่ขันเจื้อยแจ้ว 

อากาศยามเช้าตรู่หนาวเหน็บยิ่งกว่าช่วงหัวค่ำ ท้องฟ้าด้าน

ตะวันออกเริ่มมีแสงสว่างเรื่อ ๆ คุณมะเดื่อนอนต่อไม่ไหว 

เพราะรู้สึกเหน็บชาไปหมด จึงออกไปสูดอากาศที่เยือกเย็น

นอกเต็นท์ ฟ้ายังมืดอยู่มีแต่แสงเงินเรื่อเรืองที่ขอบฟ้าเหนือ

ไร่มันสำปะหลังที่แลเห็นเป็นเงาในความมืด  แล้วก็ค่อย ๆ 

เข้มขึ้น  เป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก










หกโมงเช้าท้องฟ้าสว่างแล้ว หลายคนจึงค่อย ๆ โผล่ออก

จากเต็นท์ และบ้านพัก  น้ำค้างเปียกชื้นไปทั่ว  มองไกลออก

ไปเห็นละอองหมอกขาวไปทั่ว  หลายคนถ่ายภาพไว้เป็นที่

ระลึก...หนาวจนเหน็บ  เวลาพูดมีควันออกจากปาก  หลาย

คนเลยพ่นควันเล่น  เป็นมังกรพ่นควันกันสนุกไปเลย คุณครู

นิเวศน์ บอกว่าอากาศหนาวพอ ๆ กับเชียงใหม่ช่วงเดือน

ธันวา  หลายคนเดาว่าเช้านี้ อุณหภูมิคงไม่ถึง 20 องศา














เช้านี้ น้องรุจน์ต้องไปส่งพี่ชายที่ร้านขายของที่ระลึกก่อน 

แล้วจึงจะกลับมาสมทบกับพวกเรา  


เมื่อเก็บสัมภาระกันเรียบร้อยแล้ว (ยกเว้นเต็นท์ ยังเก็บไม่ได้

ต้องรอให้น้ำค้างบนผ้าเต็นท์แห้งก่อน)  พร้อมจะออกเดิน

ทางกัน  น้องรุจน์ก็กลับมาสมทบ  แล้วพาพวกเราไปหา

อาหารเช้าที่ใกล้ ๆ นั้น


    ร้านอาหารตามสั่งอยู่ใกล้ ๆ บริเวณนั้น  น้องรุจน์คุ้นเคย

กับเจ้าของร้านเป็นอย่างดี และเนื่องจากยังเช้าอยู่  ร้าน

อาหารเพิ่งจะเปิดจำหน่าย  คุณมะเดื่อกับน้อง ๆ จึงเข้าครัว

ลงมือช่วยทำอาหาร เพื่อความรวดเร็ว  เป็นที่สนุกสนานกัน

พอควร



นั่งรอมื้อเช้า




บรรยากาศหลังร้าน  ทีมงานคุณมะเดื่อ  แม่ครัวจำเป็น




ไข่เจียว (ฝืมือคุณมะเดื่อ)




เด็กเสริฟ  ( จำเป็น )  พร้อมแล้วจ้าาา




ระหว่างรออาหารเช้า  คุณครูนิเวศน์เดินไปข้าง ๆ ร้านเห็น

ระหัดวิดน้ำโบราณ จึงให้คุณมะเดื่อถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก


หลังอาหารเช้า พวกเราจึงมุ่งหน้าสู่ " ฟาร์มแกะ" อันเป็น

สถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของสวนผึ้ง
















บริเวณนั้น จะมีฟาร์มแกะสำหรับการท่องเที่ยวอยู่อีก แต่น้องรุจน์บอกว่า ฟาร์มนี้เป็นฟาร์มแรกที่เกิดขึ้นที่สวนผึ้ง ต่อมาก็มีคนทำฟาร์มแกะเพิ่มขึ้นอีก   วันนั้นมีนักท่องเที่ยวทั้งไทย ทั้งเทศ เข้าชมมากหน้าหลายตา  


        สำหรับคุณมะเดื่อแล้ว  ชอบในแนวคิดของการนำเอาสิ่งที่ดูเหมือนไม่มีค่า  มาสร้างให้ดูดีมีค่าขึ้น  เรียกว่าเป็นการ " ขายไอเดีย" ก็ได้  แนวคิดใครแปลกแตกต่าง  สร้างสรรค์สิ่งที่ดูเหมือนไม่มีค่าให้ดูมีค่าขึ้นได้มากกว่า  ก็จะมีโอกาส

มากกว่านั่นแหละ  โดยเฉพาะในธุรกิจแบบเดียวกัน




       ออกจากฟาร์มแกะ ก็ไปชม " บ้านหอมเทียน" ที่อยู่ใกล้ 

ๆ กัน  น้องรุจน์เล่าว่า  เดิมมา ก็เป็นการทำเทียนหอม

ธรรมดา ๆ ต่อมาเจ้าของนำเอาแนวคิดของการรวมตัวกัน

ของสินค้าหลาย ๆ อย่างมาเพิ่มเติมให้อยู่ในบริเวณเดียวกัน 

และรังสรรค์เทียนหอมให้มีรูปแบบแปลก ๆ จนกลายเป็น

สถานที่ที่นักท่องเทียวนิยมมาแวะเวียนอีกแห่งหนึ่ง






สถานที่ที่น้องรุจน์ ไกด์กิตติมศักดิ์พาพวกเราไปเยือนเป็นแห่งสุดท้ายก่อนอำลาสวนผึ้งคือ " วัดช่องลม" เพื่อไปกราบขอพรจากองค์พระพิฆเนศองค์ใหญ่  ซึ่งจัดเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมักจะต้องไปแวะเวียนกัน  

       ความจริงขากลับตั้งใจจะแวะชม " รีสอร์ทการ์ตูน " ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับวัดช่องลมนั่นเอง  แต่ผิดพลาดทางเทคนิคเพราะรถตู้ที่สมาชิกส่วนใหญ่ของคณะนั่งมานั้น แล่นผ่านไป ไม่ได้รอให้รถของคุณมะเดื่อซึ่งน้องรุจน์นั่งมาด้วยเป็นรถนำทาง และสมาชิกในรถตู้ไม่รู้ว่ารีสอร์ทการ์ตูนอยู่ตรงไหน จึงแล่นผ่านเลยไป  คุณมะเดื่อจึงปล่อยเลยตามเลย  เป็นอันว่า  เราจึงเดินทางกลับ ไม่ย้อนกลับไปรีสอร์ทการ์ตูนเพราะเกรงว่าถ้าย้อนกลับไป  จะเสียเวลาอีก ทำให้อาจจะถึงบ้านมืดค่ำเกินไป ไม่สะดวกเนื่องจากมีเด็ก ๆ เดินทางมาด้วย




จึงอาำลาไกด์นิรุจน์ผู้มากล้นด้วยน้ำใจ พร้อมกับบอกน้องชายว่า  จะรอน้องชายไปเยือน และคุณมะเดื่อจะขอเป็นไกด์พาน้องชายทัวร์เมืองสับปะรดตามแต่น้องชายต้องการจะไป เป็นการตอบแทนจ้ะ....ขอบคุณไมตรีจิตและมิตรภาพที่ล้ำค่าจะไม่มีวันลืมเลือน  ขอบคุณน้องชายแทนคณะของคุณมะเดื่อด้วยจ้าาาา  และฝากขอบคุณเจ้าของบ้านพัก  เจ้าของร้านอาหาร  และลูกศิษย์ทั้งสองของน้องรุจน์ด้วย โอกาสหน้าคงได้พบกันอีกจ้ะ.....


...................................................................