มีข้อที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือ ปองภพเรียนรู้วิธีการสังเกตจากการเล่นสนุกสนานต่อสิ่งที่เขาอยากรู้ เขาอยากรู้ถึงความแตกต่างของลิงแต่ละตัวในเรื่องรามเกียรติ์ เขาก็นั่งดู นั่งวิเคราะห์ แยกแยะ จนเห็นความต่างของสิ่งนั้นได้ แล้วเขาก็นำวิธีการเรียนรู้นั้นมาใช้ต่อๆ ไปเป็นการฝึกฝนทักษะการสังเกตนั่นเอง นี่คือการเรียนปนเล่นวิธีหนึ่ง

2

ความที่เป็นคนช่างสังเกตของเด็กคนนั้นที่ชื่อปองภพ ก็มีผลดีต่อการอ่าน การเขียนของเขา  กล่าวคือ  เขาสามารถมองเห็นความต่างของคำหลายๆ คำที่เด็กหลายคนแยกไม่ออกแล้วทำให้เด็กเหล่านั้นเขียนผิด เช่น ยาวกับวาย   ดาวกับวาด  การกับราน  บานกับนาบ   นวดกับดวน และคำอื่นๆ อีก  แม้แต่คำว่า  เสร็จ   เด็กบางคนจะเขียน  เส็รจ  แต่ปองภพจะสังเกตเห็นจุดนี้  เขาจึงเขียนได้ถูกต้อง

  นี่คือคุณประโยชน์ของทักษะการสังเกตอีกอย่างหนึ่ง

  มีข้อที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือ  ปองภพเรียนรู้วิธีการสังเกตจากการเล่นสนุกสนานต่อสิ่งที่เขาอยากรู้ เขาอยากรู้ถึงความแตกต่างของลิงแต่ละตัวในเรื่องรามเกียรติ์ เขาก็นั่งดู   นั่งวิเคราะห์ แยกแยะ  จนเห็นความต่างของสิ่งนั้นได้   แล้วเขาก็นำวิธีการเรียนรู้นั้นมาใช้ต่อๆ ไปเป็นการฝึกฝนทักษะการสังเกตนั่นเอง   นี่คือการเรียนปนเล่นวิธีหนึ่ง

  แม้ว่าปองภพจะอ่านหนังสือทั้งภาษาไทย  และภาษาอังกฤษออกเป็นคำๆ  แต่ทว่าปัญหาอยู่ที่ปองภพอายุ 3 ขวบแล้วยังพูดออกเสียงไม่ชัดเจน  คำว่า  หนึ่ง  ออกเสียงเป็น หนื่อ  คำว่า  ได้  ออกเสียงเป็น ล่าย และคำทุกคำทั้งพูดทั้งอ่าน ปองภพออกเสียงเพี้ยนหมดทุกคำ   นี่คือปัญหาของเขา  เมื่อไปโรงเรียนสิ่งแรกที่ครูพยายามทำคือ  ฝึกให้ปองภพพูดออกเสียงชัดเจน  ปองภพต้องออกจากโรงเรียน  เพราะโรงเรียนจะมีพฤติกรรม

1. สอนให้ปองภพ นับ 1-10

2. สอนให้ปองภพ อ่าน ก.ไก่ ข.ไข่

3. สอนให้ปองภพ พูดออกเสียงชัดเจน

4. สอนให้ปองภพ ระบายสีในกรอบที่วาดไว้

5. สอนให้ปองภพ ลากเส้นตามเส้นประ

ทุกอย่างทำซ้ำซากโดยครูไม่สนใจว่าเด็กน้อยคนนี้

1. นับได้เกิน 100

2. บวก-ลบ ในใจเลขหลักเดียวได้

3. อ่านหนังสือทั้งภาษาไทย-อังกฤษออกเป็นคำ

4. วาดรูประบายสีได้ด้วยตนเอง

5. เขียนหนังสือตามแบบเป็นคำๆได้

ถามว่าครูรู้ข้อมูลนี้ไหมรู้เพราะได้บอกกล่าวไว้แล้วแต่ต้องสอนตามแผนที่วางไว้และต้องสอนให้เหมือนกันทั้งชั้นเรียนปองภพจึงต้องยื่นคำขาดกับพ่อแม่ว่าไม่ไปโรงเรียนจะเรียนที่บ้าน  (Home school)เหมือนพี่สาวภาระทั้งหมดตกอยู่ที่แม่แม่จึงเป็นครูคนแรกและครูคนต่อไปของปองภพ

ความจริงไม่ใช่เรื่องยากในการเปิด  Home school  เพราะแม่ของปองภพสอนพี่สาวทั้ง 2คนของปองภพมาแล้ว พี่สาวคนโตเรียนอยู่ที่บ้านจนจบ ม.3 ได้จึงเข้าเรียนต่อ ม.4 ของภาครัฐและพี่สาวคนที่ 2 ก็เรียนจนจบ ป.5 แล้วเข้าเรียนต่อ ป.6 ที่โรงเรียนเช่นกันแต่สำหรับปองภพยากตรงที่เขาเป็นเด็กที่มีความคิดโตเกินวัยเป็นนักต่อรองตัวยงและเขาเป็นลูกคนเล็ก พี่มีอายุห่างจากพี่คนกลางถึง 7  ปี ทุกคนจึงเอาใจเขาปองภพเป็นเด็กพิเศษของบ้านหลังนี้

ที่ว่าปองภพเป็นเด็กนักต่อรองนั้นเห็นได้ชัดเจนเวลาเรียนปองภพจะต้องบอกว่า “ถ้าอย่างนี้ต้องมีอย่างนี้ด้วย” เช่น ถ้าเขาตอบถูก 20 ข้อ พ่อต้องเลี้ยงไอศกรีมหรือจะขอเรียนเพียงครึ่งชั่วโมงแต่จะทำงานให้เสร็จจำนวน 5 ชิ้นงาน แทนการเรียนเต็มทั้งชั่วโมงเพราะจะไปเล่นกับเพื่อนถ้าไม่ได้ดั่งใจเขาจะ  ร้องไห้งอแง  แต่พอยอมให้ปองภพยิ้มร่าทันทีนี่คือปองภพเด็กคนนั้น

               

อ่านเป็นเล่มได้ที่ https://docs.google.com/docume...