ได้ฤกษ์งามยามดี เขียนเรื่องพี่วาดรูป น้องเล่าเรื่อง อย่างที่ตั้งใจ

         ผมคิดอยู่นานว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เมื่อพบว่าเด็กประถมปลายส่วนใหญ่พูดอภิปรายไม่เป็น ไม่รู้จักการคิดวิเคราะห์ ส่งผลให้การเขียนบันทึก เขียนเรียงความ เขียนเล่าเรื่อง และเขียนเรื่องจากภาพของนักเรียน สะเปะสะปะ อ่านวกไปวนมา หาสาระไม่ได้

         คิดว่าจุดอ่อนเรื่องนี้ อยู่ที่ประสบการณ์การเรียนรู้ในช่วงปฐมวัย ขาดการสื่อสารที่ถูกต้อง ขาดการเสริมต่อการเรียนรู้ที่เหมาะสม พอดีผมเห็นภาพวาดของนักเรียนจากผลงานค่ายศิลปะวางเรียงรายอยู่ในห้องพักครู ประกายความคิดก็เกิดขึ้น และไปสอดคล้องกับภาพกิจกรรมปฐมวัยที่ท่านศน.ลำดวน ไกรคุณาศัย ได้จากการนิเทศและนำลงเฟสบุ๊ค ผมเห็นแล้วเกิดความมั่นใจและทำทันที

         บอกครูอนุบาลว่า สัปดาห์ละอย่างน้อย ๒ ครั้ง ให้เด็กผลัดกันออกมาพูดเล่าเรื่องจากภาพของพี่ ก่อนหน้านั้น ครูอาจสนทนาซักซ้อมก่อนก็ได้ ขณะที่เด็กพูด ครูต้องอดทนและรอคอย ต้องหมั่นเสริมแรง อย่าใจร้อน พูดเสริมต่อบ่อยๆ ให้เด็กอยากพูดออกมา จากจินตนาการและประสบการณ์ ไม่มีการตำหนิ  แต่ให้อิสระเสรีเต็มที่ คนละ ๓ - ๕ นาที ฝึกพูดบ่อยๆ จะเป็นพื้นฐานสำคัญสู่การเขียนในอนาคต

         ครูอนุบาลเสนอว่า อยากใช้ผลงานภาพวาดของนักเรียนด้วย ให้เขาพูดบรรยายภาพของเขาเอง ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง จะดีกว่าภาพของพี่เสียอีก เด็กวาดเองพูดเอง จะเข้าใจ มั่นใจ ว่าจะสื่อสารอะไร จะบอกอะไรแก่คนฟัง ซึ่งจะเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เขาคุ้นเคย สนใจ และอยากเล่า

         ผมนิเทศติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง พบว่าครูให้ความร่วมมือ กิจกรรมนี้กำลังจะไปได้ดี นี่คือก้าวแรกของการแก้ปัญหาทักษะการเขียนของนักเรียน ซึ่งอาจจะส่งผลดีด้าน การอ่านด้วย  งานนี้ แม้จะต้องรอคอยความสำเร็จอย่างยาวนาน..ผมก็จะลุ้นและอดทน

         www.bannongphue.com