ตั้งแต่เป็นครูมาหลายปีแล้ว  ได้ยินคำสมญานามการเป็นครูมาหลายชื่อ  เช่น ครูคือแม่พิมพ์ของชาติ  ครูคือประทีปส่องทาง  ครูคือเรือจ้าง  ฯ  คำขานเรียกเหล่านี้บางที่บางแห่งก็ยังเรียกกันอยู่  แต่คำหนึ่งที่ไม่หายไปคือ .....ครู  


ถึงแม้ว่า สมัยหนึ่งเรามาเปลี่ยนการเรียกครูว่า  อาจารย์ แต่เราก็ไม่ชอบคำว่า อาจารย์  ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดใดก็ตาม เราก็เปลี่ยนจากการเรียน จาน หรือ อาจารย์มาได้ เพราะคำว่า  ครูมีความหมายสำหรับ คนเป็นครูยิ่งนัก  


การศึกษามีความเคลื่อนไหวและพัฒนามาโดยตลอด  ปรับและเปลี่ยนกันมา  ไม่ว่าจะนำการพัฒนาการศึกษามาเป็นวาระแห่งชาติ  ชื่อของครูที่เรียกขานก็เกิดขึ้นมาเป็นลำดับ  เช่น  ครูดีเด่น  ครูแห่งชาติ ครูต้นแบบ ครูแกนนำ  ครูเกียรติยศ ฯลฯ  โดยมีการกำหนดเกณฑ์คุณสมบัติของครูตามตัวชี้วัดต่างๆ   อันเป็นเกียรติยศให้กับครูที่ปฏิบัติหน้าที่กันมาอย่างจริงจัง   

  

จากนั้นมีการกระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษาและชุมชน  การจัดตั้งเขตการศึกษาทั่วประเทศ  รวมไปถึงการประเมินผลและการประกันคุณภาพการศึกษา  จำแนกเป็นการประเมินผลและการประกันคุณภาพสถานศึกษา  โรงเรียน  กับการประเมินผลและประกันคุณภาพครู  เช่น  การกำหนดใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู   การปรับเปลี่ยนหลักสูตรการผลิตบัณฑิตสายครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ที่จะไปประกอบอาชีพครู  หรือที่เราเรียกกันว่า  ครูพันธ์ใหม่   ต่อมารางวัลเพื่อเสริมสร้างเกียรติภูมิของครูก็เกิดขึ้นมาอีก  เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ  เช่น  หนึ่งแสนครูดี  ครูดีในดวงใจ  และอีกๆๆมากมาย  ล้วนแล้วแต่เป็นชื่อที่เรียกขานกับครู  


เรียกขานชื่ออย่างไรก็ตามเกี่ยวกับครู  ถามว่า  ครูเหล่านี้มีคุณสมบัติครบถ้วนกับการเป็นครูดีหรือไม่  


ครูดีครูเก่ง  ได้ถูกกำหนดขึ้นมา  หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ  สังคม  วัฒนธรรมทางการศึกษาและเทคโนโลยี   ชุมชนและสังคมมีควาดหวังกับครูขึ้นมามาก  ภายหลังจากผลการเรียนรู้ของนักเรียนไม่เป็นที่น่าพึงพอใจ  เกิดการวิเคราะห์กันมากหลายสถาบันพบว่า  ครูขาดประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอน  เพราะครูมีปัญหารุมล้อมมากมาย

  

แต่คุณสมบัติของการเป็นครูดีครูเก่ง  นอกจากครูจะต้องเป็นผู้รอบรู้ในเนื้อหาวิชาแล้ว  ยังต้องแตกฉานในทักษะและวิธีหาความรู้สมัยใหม่  Therefore, teachers must be omniscient in subject matters as well as the quest for new skills and knowledge. 


เรื่องปัญหาที่รุมล้อมครูนั้นไ้ด้มีการจัดการลดปัญหานั้นได้บ้าง  แต่ปัญหาใหญ่มากที่ไม่สามารถลบล้างไปได้ ก็คือ   ครูใช้เวลาในการสอนมาก โดยเฉพาะในครูชั้นประถมใช้เวลาหน้าชั้นเรียนมากเกินไป  โดยครูมีเวลาในการเตรียมการสอนและการศึกษาเพิ่มเติมความรู้ให้ตนเองน้อยเกินไป  และยังอาจะเป็นเหตุให้ครูเกิดความเครียด  ไม่มีความสุข  อันเป็นผลต่อบรรยากาศการจัดการเรียนการสอนด้วย 

 

ดังนั้น  จะเป็นอย่างไรก็ตามที่จะมีการแก้ปัญหาหรือไม่  ครู ก็ยังคงเดินหน้า  รับหน้าที่จัดการเรียนการสอน และการงานอื่นๆที่ได้รับมอบหมายตามหน่วยเหนือบัญชา  จึงเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันขึ้นมาว่า ครูคือใครในวันนี้  หรือจะเป็นครูดี  ครูเก่ง  ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร  คำตอบง่ายๆก็คือ  ครูดีและครูเก่งต้องสอนดี มีภูมิรู้ ภูมิธรรม ศิลปในการสอนและการอบรมผู้เรียน มีความสามารถนำหลักสูตรไปสู่การเรียนการสอนในห้องเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  มีความสามารถปรับเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย  ผู้เรียนเิกิดการเรียนรู้ได้เร็ว สนุกสนาน ประทับใจ จดจำได้นาน มีทักษะชีวิต  และนำความรู้ไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน  มีความรู้ในการผลิตสื่อ และใช้สื่อการเรียนรู้  โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย  ผู้เรียนได้เรียนรู้โดยมีส่วนร่วมและได้ปฏิบัติจริง


นอกจากนี้ ครูดีครูเก่ง  ต้องเป็นทั้งครูผู้สอนและอบรมบ่มนิสัย  มีความรู้เท่าทันเหตุการณ์ต่างๆ มีการคิดเชิงบวก  สอนเชิงบวก  อบรมเชิงบวก และลงโทษเชิงบวกด้วย  คราวนี้ท่านผู้อ่านก็คงจะทราบกันดีแล้วว่า  ครูคือใครในวันนี้  แน่นอนต้องเป็นครูดีครูเก่ง  ดังที่ได้กล่าวมา  


ครูอ้อย แซ่เฮ  ผู้เขียน

เนื่องในวันครู ปี 2556