ความต่างในการดูแลผู้ใหญ่ที่มีความบกพร่องทางจิตสังคมกับผู้สูงอายุทางจิตสังคม ทั้ง 2 ช่วงวัยนี้เห็นชัดในความต่าง ตั้งแต่ในเรื่องปัจจัยภายในคือตัวบุคคลเอง ไม่ว่าจะเป็นในด้านโครงสร้างและการทำหน้าที่ของร่างกาย ด้านความสามารถในการดูแลตนเอง การวางแผนในกิจกวัตรประจำวันในแต่ละวัน ความสามารถด้านการรับรู้-ความเข้าใจ ความสามารถในการจัดการกับชีวิตตนเอง ฯลฯ หรือปัจจัยภายนอกคือบริบทแวดล้อมเมื่ออยู่ในวัยนั้นๆ ทั้งทางด้านบุคคลแวดล้อม และสิ่งแวดล้อมที่เป็นกายภาพ เป็นวัฒนธรรม เป็นเทคโนโลยีต่างๆ
โรคที่พบบ่อยที่ก่อความบกพร่องด้านจิตสังคมในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ได้แก่
· Schizophrenia (โรคจิตเภท) ที่มักเริ่มมีอาการในช่วงวัยรุ่น พบในผู้ใหญ่บ่อยกว่าวัยสูงอายุ
· Dementia (ภาวะสมองเสื่อม) ที่พบในวัยสูงอายุมากกว่าวัยผู้ใหญ่โดยเฉพาะ Alzheimer’s disease
· Mood disorders (กลุ่มอาการอารมณ์ผิดปกติ) โดย Major depressive disorder (โรคซึมเศร้า) และBipolar disorder (โรคอารมณ์ 2 ขั้ว) พบในวัยผู้ใหญ่มากกว่าวัยผู้สูงอายุ
· Personality disorder (บุคลิกภาพผิดปกติ) ซึ่งมีผลอย่างมากต่อการทำงาน การกิจกรรมทางสังคมในวัยผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ
· Substance abuse (การใช้สารในทางที่ผิด) คือมีการใช้สารเสพติดนั้นๆอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ไม่สามารถประกอบกิจกรรมการดำเนินชีวิตของตนเองได้ ก่อเกิดปัญหาด้านสังคมหรือความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล พบการใช้สารเสพติดตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยสูงอายุ
จะเห็นได้ว่ากลุ่มโรคหรือภาวะหรือโรคที่ยกมาข้างต้นส่วนใหญ่จะพบมากในวัยผู้ใหญ่ถี่กว่าวัยผู้สูงอายุอาจอันเนื่องมาจากรูปแบบการดำเนินชีวิตที่วัยผู้ใหญ่มีภาวะความเครียดจากปัญหาด้านต่างๆได้มากกว่าวัยผู้สูงอายุที่เริ่มชินและรู้จักการดำเนินชีวิตในแบบของตนเองแล้ว กิจกรรมการดำเนินชีวิตส่วนใหญ่เป็นการใช้เวลาว่างและการพักผ่อน ซึ่งมีการใช้ความสามารถด้านการรับรู้เข้าใจคิดเห็นน้อยกว่าในวัยผู้ใหญ่แล้ว จึงไม่แปลกที่ภาวะสมองเสื่อมจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ แต่โรคอื่นๆข้างต้นซึ่งมีปัจจัยด้านสังคมแวดล้อมมาเกี่ยวด้วยมาก วัยผู้ใหญ่ซึ่งต้องมีการติดต่อสื่อสาร ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่เต็มเวลา มีเวลาพักผ่อนน้อยหรืออาจไม่เป็นดวลา จึงมีโอกาสเป็นโรคเหล่านั้นมากกว่า
กระบวนการบำบัดรักษาทางกิจกรรมบำบัดกับโรคข้างต้น ได้แก่
>> การทำจิตบำบัด ปรับแนวคิดและพฤติกรรมให้สอดคล้องกับความเป็นจริง เป็นไปในทางที่เหมาะสม ส่งเสริมทักษะการจัดการความเครียด-การแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะเรื่องการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นในผู้รับบริการจิตเภท,
>> ส่งเสริมการปรับตัวของคนรอบข้างและการจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อจัดการกับปัญหาพฤติกรรมของผู้รับบริการภาวะสมองเสื่อม รวมถึงการแนะนำและการฝึกการดูแลตนเอง (Self-care) ให้กับผู้รับบริการร่วมกับผู้แล,
>> การให้ความรู้กับผู้รับบริการและครอบครัวคนรอบข้างเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำอีก,
>> การทำกลุ่มบำบัดทำพฤติกรรมบำบัด Assertive & social skills training ในผู้รับบริการบุคลิกภาพผิดปกติ,
>> การทำ Peer group เพื่อนช่วยเพื่อนให้คำแนะนำที่ดี ให้กำลังใจกันในการปรับตัวการแก้ปัญหาต่างๆในชีวิตโดยไม่พึ่งสารเสพติด การส่งเสริมการกลับไปใช้ชีวิตในบริบทแวดล้อมของตนเอง มีอาชีพสุจริต ไม่ข้องเกี่ยวหรือกลับไปใช้สารอีก
หลักการในการดูแลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุโดยหลักแล้วไม่ต่างกัน
เป็นการประเมินและบำบัดรักษา รวมถึงการประเมินซ้ำ ตามอาการ-ภาวะปัญหาจากโรคที่ผู้รับบริการมี
ความแตกต่างอยู่ที่วิถีส่วนใหญ่ที่ดึงเวลากว่าครึ่งในแต่ละวัน (Area of occupation)ของผู้ใหญ่คือการทำงาน
แต่ของผู้สูงอายุส่วนใหญ่คือการใช้เวลาว่างและการพักผ่อน
มีส่วนน้อยที่ยังต้องทำงานอยู่ หรือบางคนที่ทำงานก็คืองานอาสาสมัครหรืองานที่ไม่ได้หวังผลหรือค่าตอบแทนใดๆ
นักกิจกรรมบำบัดมีบทบาทคือจะทำอย่างไรให้ผู้รับบริการทั้งสองวัยกลับไปดำเนินชีวิตได้อย่างเต็มศักยภาพต่อไปได้