สืบเนื่องจากการสอน KM นิสิต ป.ตรี ดัง "Link"  จึงเกิด My After Learning Review 15 ดังนี้

ก่อนที่จะเรียนในหัวข้อเรื่อง การบริหารจัดการความรู้

     ความคาดหวังในตอนก่อนที่เริ่มฟังการเล่าเรื่อง "ใครเอาเนยแข็งของฉันไป" นั้น มีความคิดถึงชื่อเรื่องที่มีความน่าสนใจ ไม่นึกถึงว่าแนวคิดต่าง ๆ จะสามารถเกิดขึ้นได้มากมายจากการฟังนิทานเพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว ก็เหมือนกับตัวละครในเรื่องคือ เฮม ที่มัวครุ่นคิดกับสิ่งที่ลวงตา ไม่ได้มองให้ลึกถึงข้างใน แต่ในขณะเดียวกันถ้าจะเปรียบการฟังเรื่องราวของนิทานเรื่องนี้ต่อไปเรื่อย ๆ จนจบ ทำให้นึกถึงการเปรียบตัวเองเหมือนกับ "ฮอล" ที่สามารถรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ได้ ไม่ได้จมอยู่กับความคิดเดิม ๆ ว่า "นิทานชื่อเรื่องก็ธรรมดาทั่ว ๆ ไปก็คงเหมือนกับนิทานอีสปที่เมื่อฟังจบแล้วก็จะให้แง่คิดหรือคติสอนใจต่าง ๆ เพียงด้านเดียว"

       ต่อจากนี้ไปการฟังนิทานเรื่องนี้ถือเป็นการเริ่มต้นแนวคิดใหม่ ๆ หลายด้าน ที่เคยถูกมองข้ามไป ทำให้รู้สึกว่าการจมอยู่กับความคิดเดิม ๆ ความกลัวที่จะเริ่มต้น ความกลัวที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงมันทำให้หนทางที่เราจะต้องเดินไปข้างหน้ามีความแคบลง แต่หากว่าเราหันมองโลกให้กว้าง ไม่ยึดติดกับความคิดเดิม ๆ มีการปรับตัวยอมรับสิ่งที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้อยู่ตลอดเวลา มีแนวคิดเป็นของตนเองแต่ต้องยอมรับแง่คิดต่าง ๆ จากผู้อื่นด้วย เช่น การเปิดรับการมีแง่คิดที่แปลกออกไปของบุคคลอื่น ทั้งที่ดูเหมือนจะขัดกับความรู้เดิมที่เรามีมา ก็ทำให้เราได้รับรู้การเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ความเชื่อเดิม ๆ ก็เช่นกันมันไม่สามารถที่จะทำให้เราค้นพบความแปลกใหม่ได้

         จากการฟังนิทานในเรื่องนี้ ทำให้สามารถมองชีวิตที่เป็นธรรมดาของคนเราได้ สามารถจะย้อนกลับไปมองดูอดีตที่ผ่านมาของตนเองและหัวเราะกับสิ่งที่เราเคยทำผิดพลั้งพลาดไป เพราะเมื่อมาถึงปัจจุบันนี้เราสามารถยืนอยู่ได้โดยที่ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ นั้นมาอย่างง่ายดาย นั่นแสดงให้เห็นได้ว่า เราต้องไม่จมปลักอยู่กับอดีต ต้องมองไปข้างหน้า แล้วยอมรับกับพัฒนาการเปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ แล้วจะทำให้เราอยู่ได้โดยไม่กลัวที่จะเสียอะไร

                                                                        ฤทัยวรรณ  ดุษฎีพงษ์