โรคทางจิตเวชเด็กและวัยรุ่น มีทั้งกลุ่มโรคที่ได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่วัยทารก วัยเด็ก วัยรุ่น มีอาการต่อเนื่องไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ และกลุ่มโรคที่ได้รับการวินิจฉัยในวัยผู้ใหญ่ แต่เริ่มมีอาการตั้งแต่วัยทารก วัยเด็ก โรคทางจิตเวชในเด็กและวัยรุ่นแบ่งความผิดปกติได้ตามDSM IV โดยสามารถแบ่งออกเป็น 10 กลุ่ม ดังนี้
1) Mental Retardation บกพร่องทางสติปัญญา
2) Learning Disorders คือความผิดปกติของสมองในกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ
3) Motor Skills Disorders มีความผิดปกติของการประสานงานของกล้ามเนื้อ
4) Communication Disorders มีความผิดปกติในด้านการสื่อสารไม่ว่าภาษาพูด หรือภาษามือ (sign language)
5) Pervasive Developmental Disorders คือความผิดปกติในด้านพัฒนาการหลายด้าน ตัวอย่างเช่น autistic disorder, childhood disintegrative disorder หรือ Asperger's syndrome เป็นต้น
6) Attention-Deficit and Disruptive Behavior Disorders แบ่งเป็น 3 กลุ่มย่อยๆคือ
- Attention- deficit/hyperactivity disorder หรือโรคซนสมาธิสั้น
- Conduct disorder เด็กมีพฤติกรรมเกเรคล้ายอันธพาล
- Oppositional defiant disorder เด็กมีอาการดื้อ ไม่เชื่อฟัง
7) Feeding and Eating Disorders of Infancy or Early Childhood ความผิดปกติในพฤติกรรมการกิน
8) Tic Disorders คือ อาการกระตุกของกล้ามเนื้อต่างๆอย่างไม่เป็นจังหวะ ( motor tics ) หรือการส่งเสียงหรือพูดคำต่างๆซ้ำๆ ( vocal tics )
9) Elimination Disorders คือความผิดปกติของการขับถ่ายทั้งปัสสาวะและอุจจาระ
10) อื่นๆ ได้แก่
- Separation anxiety disorder ความกังวลต่อการต้องแยกจากพ่อแม่หรือคนใกล้ชิด
- Selective mutism เด็กไม่ยอมพูดกับคนนอกครอบครัว แม้แต่ที่โรงเรียน
- Reactive attachment disorder of infancy or early childhood เด็กที่ขาดความรักผูกพันแต่เล็ก เช่นเด็กที่ถูกทอดทิ้ง จนเกิดปัญหาเหม่อลอย ไม่สนใจคนอีกเลย หรือต้องสนิทกับคนแบบไม่เลือก
- Stereotype movement disorder พฤติกรรมซ้ำๆ ของเด็ก เช่น ดูดนิ้ว กัดเล็บ โขกศีรษะกับพื้น
บทบาทของนักกิจกรรมบำบัด สามารถใช้เทคนิคและวิธีการต่างๆ ตามความเหมาะสมได้ดังนี้
อายุ 0-5 ปี
ให้เด็กแสดงสีหน้าออกมา อาจมีภาพให้ทำตาม หรือให้ส่งเสียงร้องออกมา เช่น ส่งเสียงกรี๊ด ตะโกน เป็นต้น โดยควรให้พ่อแม่เข้าร่วมกลุ่มกิจกรรมด้วย นอกจากนี้อาจมีการใช้กิจกรรมที่มีอุปกรณ์ ให้เด็กได้ระบายอารมณ์ออกมา เช่น การเล่นฟุตบอล หรือกีฬาที่ได้ใช้แรง เป็นต้น ในเด็กบางคนอาจระบายอารมณ์ออกมา เช่น การฉี่ราด เป็นต้น
อายุ 6-11 ปี
เด็กที่มีความบกพร่องทางจิตสังคม ในช่วงอายุนี้ จะเริ่มมีการแยกตัว ซึ่งเป็นอาการนำก่อนซึมเศร้า ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มได้ นักกิจกรรมบำบัดควรแนะนำทักษะต่างๆให้แก่ผู้ปกครองในการเข้าหาเด็ก โดยเน้นการใช้ภาษากาย เช่น การแตะตัว การโอบกอด เป็นต้น หากเด็กแสดงอาการโวยวายออกมา พ่อแม่ควรให้เด็กได้ระบายอารมณ์ออกมาด้วยวิธีการที่สร้างสรรค์ เช่น เล่นกีฬา ทำงานศิลปะ เป็นต้น
อายุ 12-17 ปี
เด็กในช่วงวัยนี้ส่วนใหญ่จะมีอาการเนื่องมาจากการติดยาเสพติด หรือการถูกกระทำชำเรา ตั้งแต่เด็ก โดยเด็กจะมีพฤติกรรมต่อต้านสังคม บางรายอาจชอบบ่นว่าปวด เมื่อย ปวดหัว มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย ดังนั้นในการทำกิจกรรมกลุ่มจึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ของมีคม เชือกบ่วง เด็กในกลุ่มนี้จะมีปัญหาเรื่องการนอนหลับ นักกิจกรรมบำบัดจึงควรจัดกิจกรรมเพื่อนให้เด็กสามารถระบายแรงขับออกมาได้อย่างเต็มที่ เพื่อขจัดปมปัญหา ให้ทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายร่วมกับกลุ่มเพื่อน เช่น ฝึกเกร็งกล้ามเนื้อ จับชีพจร หรือให้นอนหลับในตอนกลางวัน เป็นต้น หากภายใน 6 เดือน อาการยังไม่ดีขึ้น เด็กจะมีอาการไม่รับผิดชอบ ไม่สนใจสิ่งต่างๆ มีปัญหา ด้านการรับรู้ความเข้าใจ ความจำ บุคลิกภาพจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นตรงกันข้าม ชอบเล่นซนแบบเด็กๆ ฝันร้าย ก่อให้เกิดเป็นโรคซึมเศร้า
เนื่องจากผู้รับบริการทางจิตสังคมในเด็กและวัยรุ่นมีลักษณะที่แตกต่างกันไปตามอาการนักกิจกรรมบำบัดจึงควรเลือกใช้เทคนิคต่างๆให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้รับบริการ เพื่อให้ผู้รับบริการได้แสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างสร้างสรรค์ และพัฒนาทักษะในด้านต่างๆได้อย่างเหมาะสม