อ่านหัวข้อบันทึก รู้สึกเบื่อๆไหมครับ เรื่องอย่างนี้หมูตุ๋นจนเละ แล้ว ไม่มีอาหารจานอื่นๆ มาเสนอหรือไร ?

  โปรดอ่านให้จบ แล้วจะพบว่า ที่ไปปลูกป่ากันสนั่นพงไพรนั้น แน่ใจแล้วหรือว่า ได้ประสิทธิผลคุ้มค่าเงินขององค์กร และค่าเวลาของ

  " จิตอาสา " ผู้ไร้เดียงสา ทั้งหลาย

    " หน้าดิน " ธรรมชาติ อันโอชะของป่าดิบนั้น เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่ คาร์บอน อายุนับพันๆปี

    เริ่มด้วยพญาไม้สูง ๓๐-๔๐ เมตร ผู้ หยั่งราก ลึก ไม่น้อยกว่า ๑๐- ๑๕ เมตรลงสู่ ชั้นดินเลวๆใต้หน้าดินอุดมหนา ๑-๓ เมตร ซึ่งรากไม้

โตเร็วทั้งหลาย ไม่มีวันจะหยั่งไปถึง

    รากพญาไม้สามารถดูดแร่ธาตุ ในดินระดับดังกล่าว ขึ้นมาสู่ ใบ รับแสงอาทิตย์ สังเคราะห์ แสง สร้าง โมเลกุลคาร์บอนในใบจำนวน

มหาศาล

    ใบพญาไม้ นับร้อย กก. ต่อปีปลิดปลดตนตามธรรมชาติ ลงมาทับถมผุพัง เป็นดินอันโอชะที่ นายทุนผู้อ้วนพี แต่ยังหิวโหยดั่งเปรต

และเกษตรกรผู้ยากไร้ ผู้อยากพ้นภาวะกึ่งเปรต  ต้องการหนักหนา

    เนื่องจากพวกเขาไม่เข้าใจถึงกลไกที่ พญาไม้ สร้างดิน โดย ต้นเป็น ท่อส่งวัตถุดิบจาก ดินเลว ลึกๆ ขึ้นมาผลิต ดินดี

 เขาด้วยความหิวโหยก็ตัดท่อ ( คือลำต้นของ พญาไม้ )ที่นำความอุดมจากดินดานมาสู่หน้าดิน ไปเสีย. วงจรแห่งการสร้างหน้าดิน

 ก็สะบั้นลง เหลือแต่เพียงหน้าดินทุนเดิม ไม่มีการสร้างทดแทน เมื่อหมดไปเพราะพืชอายุสั้น และการชะล้าง ก็เหลือแต่ดินลูกรัง ซึ่ง

 รากพืชที่ไม่ใช่ พญาไม้ อยู่ไม่ได้

    ดังนั้น อย่าหวังเลยที่จะฟื้นป่าด้วยการปลูกไม้ โตเร็วกระจอกๆ บนพื้นป่าเสื่อมโทรม

    ข้อน่าสังเกต เชิงนิเวศน์  ๓ ประการที่ ผู้ หวังดีพึง ระวัง มิฉะนั้น จะเสียง เงินเสียแรง เปล่า

        ๑) กล้าไม้อ่อนเจริญดี เมื่อมีร่มเงาของแม่มัน หรือ ไม้อื่นๆ ท่านไปเฮโลปลูกกลางแจ้งโล่งเตียน มันจะรอดน้อยและแคระแกรน 

         ๒) ความสะดวกของคนเมืองที่ใจเปี่ยมด้วยความหวังดี ทำให้ท่านปลูกป่าแบบพืชเชิงเดี่ยว  โดยธรรมชาติ แล้ว ป่าเป็นนิเวศน์

   ของพืชหลากชนิด บังแสง แบ่ง จุลชีพ สร้างฮอร์โมนในดินที่ เกื้อกูลกันและกัน

       ๓)  โปรดถามนักนิเวศน์วิทยาว่า " succession "  หมายความว่าอะไร ? สำคัญต่อการฟื้นฟู อย่างมีประสิทธิภาพ/ประสิทธิผล

  อย่างไร ?

        สงสารคนอยู่ปลายน้ำอย่างผมบ้างเถิด ผมทนกินน้ำ ปนน้ำพริก ที่ละลายละเลงกันมาหลายปีแล้วครับ