ความสัมพันธ์กันในหมู่มนุษยชาติก็ควรได้รับการเคารพ จึงลองใช้ฉันท์ชนิดนี้ (สัททุล ๑๙) อวยพรปีใหม่ให้แก่กันและกัน.. เพื่อแสดงความเคารพมนุษย์ด้วยกัน
สัททุล ๑๙
จุ่งจำเริญชนมายุกีรติบวร
เฟื่องฟุ้งขจรจร ขจาย
อีกอันใดผิว์ประสงค์ฤจงหทยหมาย
สบสมสะดวกดาย ฉะนั้น
หายห่างโศรกนิรโรคสถิย์สุขนิรันดร์
สรวมชีพประสบสัน- ติเทอญ
โดย.. พ่อชาวสวน...
ยามฝนพรำที่บ้านสวน ๓๑ ธค. ๒๕๕๕
<h4>“ลูกสาวชาวสวน” กลับบ้านไปเยี่ยมพ่อและแม่ช่วงเทศกาลปีใหม่๒๕๕๖ .. เป็นช่วงเวลาแห่งการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน พ่อและแม่ “พระในบ้าน” อายุท่านมากแล้ว สุขภาพก็ไม่อำนวยนัก ก็ยังรักและวางได้ไม่ง่ายนักกับความเป็นห่วงลูกๆ หลานๆ การพบกันของสมาชิกในครอบครัวจึงเป็นห้วงเวลา ที่ได้หยุดคิด ทบทวน ปัจจุบันกาลในหลายๆมิติ</h4><h4>
</h4><h4>
สัททุล ๑๙ฉันท์ ..จึงเขียนขึ้นวันนั้น เมื่อเราอยู่พร้อมกัน นำมาฝากทุกๆท่าน ณ. ที่นี้ด้วยค่ะ</h4>
หลังจากที่ พ่ออ่านให้ฟัง ถูกต้องตามหลักฉันทลักษณ์ ด้วยความสงสัย "ลูกสาวชาวสวน" จึงถามพ่อ ว่า ทำไมถึงเลือกใช้ ฉันท์ ชนิดนี้ในวาระนี้...
ข้อสงสัย ถูกไขกระจ่าง พ่อเล่าว่า " ครู อาจารย์ทางฉันทลักษณ์กำหนดให้ใช้ฉันท์ชนิดนี้เขียนเพือสรรเสริญสิ่งที่เราให้ความเคารพยำเกรง เช่น เทวดา ศาสนา พระราชา เนื่องจากฉันท์แบบนี้มีลีลา (movement) สง่าคล้ายการเคลื่อนไหวของเสือ จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "เสือผยอง"
พ่อเห็นว่า ..ความสัมพันธ์กันในหมู่มนุษยชาติก็ควรได้รับการเคารพ จึงลองใช้ฉันท์ชนิดนี้อวยพรปีใหม่ให้แก่กันและกัน เพื่อแสดงความเคารพมนุษย์ด้วยกัน การอ่านต้องอ่านเสียงหนักเบา (ครุ-ลหุ)
@ลูกสาวชาวสวน @.ที่ปักษ์ใต้ค่ะ :-))
๓ มค. ๒๕๕๖
ให้ความอลังการดีนะครับ
ค่ะ ..อาจารย์ วิรัตน์ คำศรีจันทร์ .เช่นเดียวกันเลยค่ะ ..ให้ความรู้สึกที่ดี หากได้อ่านตามครุ ลหุ แบบเนียนๆ ไม่สะดุด ก็จะพบความน่าชื่นชมของ ภาษาไทยแบบมีฉันทลักษณ์ ที่บรรพชนได้สรรค์สร้างไว้ให้เราจริงๆ ซาบซึ้งๆๆ
นึกถึงสมัยเด็กๆค่ะ ที่คุณครูให้ท่องบทอาขยาน หรือบทอื่นๆที่ไพเราะ ถูกเลือกสรรมาให้จดจำ นำมาเทียบเคียงได้ ทำให้ไม่ต้องจำแบบฉันทลักษณ์ แต่รู้สึกว่าไม่มีบทอาขยานใดเป็น ชนิดสัททุล ๑๙ นี้เลย ทำให้ผู้ร้อยคำต้องอ่านให้ฟังเป็นตัวอย่าง นำมาซึ่งความซาบซึ้ง ความเป็นไทยๆ ผ่านทางบทกวี ได้ดีขึ้นค่ะ ขอบพระคุณค่ะ