----------------------------------------------

อาเซียนคืออะไร และจะก่อให้เกิดอะไรบ้างต่อชีวิตและชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ชายแดน

บรรยายโดย อาจารย์ ดร.ชาติชาย เชษฐสุมน[1] เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2555 เพื่อการอบรมผู้นำชุมชนเพื่อสร้างความตระหนักถึงผลของการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

บันทึกการอบรมและเรียบเรียงโดย นางสาวปรางค์สิรินทร์  เอนกสุวรรณกุล[2] เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ.2555

ให้คำแนะนำและแก้ไขรูปแบบการบันทึกโดยรศ.ดร. พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร

ให้คำแนะนำในการแก้ไขความถูกต้องของเนื้อหาโดยอาจารย์ ดร.ชาติชาย เชษฐสุมน

----------------------------------------------

ความนำ

           การอบรมครั้งนี้เป็นการอบรมผู้นำชุมชนในพื้นที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ความรู้ในเรื่องของประชาคมอาเซียน เพราะพื้นที่แม่อายนี้เป็นพื้นที่ชายแดนไทยที่ติดกับประเทศพม่า หากว่ามีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบ ชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวย่อมได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน ดังนั้นการมาเตรียมความพร้อม เตรียมความรู้ที่เป็นประโยชน์ ให้คำแนะนำ ชี้ให้เห็นถึงโอกาสและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ย่อมทำให้ชาวบ้านพื้นที่แม่อายมีความพร้อม มีความรู้ สามารถพัฒนาการเกษตร สินค้าและผลิตภัณฑ์ของตนเองได้ ตลอดจนมีความสามารถแข่งขันทางเศรษฐกิจ กับสินค้าที่จะมาจากประเทศอื่นๆ รวมถึงสินค้าภายในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

            ในหัวข้อการอบรมให้ความรู้ว่า”ประชาคมอาเซียนคืออะไร และจะก่อให้เกิดอะไรบ้างต่อชีวิตและชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ชายแดน” นั้น เป็นความรู้ที่เป็นประโยชน์กับชาวบ้านเพื่อตระหนักถึงผลในการการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และเป็นการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่เวทีการแข่งขันทางเศรษฐกิจในการขายสินค้าและบริการของชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก  โดยในหัวข้อดังกล่าว ได้มีวิทยากรผู้ให้ความรู้บรรยายอบรม คือ อาจารย์ดร.ชาติชาย เชษฐสุมน อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิยาลัยธรรมศาสตร์ ในครั้งนี้ ไว้ดังนี้ ...

             “ ในเบื้องต้นนั้น ถ้าหากเราจะกล่าวถึงตลาดที่จะทำการแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าของเรา เหตุใดเราถึงมองตลาดที่ไกลตัว ทำไมเราถึงไม่มองตลาดการค้าที่อยู่ใกล้ๆกับตัวเราก่อน  อย่างเช่นในพื้นที่นี้ ซึ่งก็คือพื้นที่ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ตลาดที่ใกล้เคียงกับที่เราอยู่นั้น ไม่ใช่เพียงแค่ตลาดแม่สาย ตลาดท่าขี้เหล็กเท่านั้นที่เราจะสามารถใช้เป็นพื้นที่ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนกระจายสินค้าผลิตภัณฑ์ของเราได้ แต่ว่ายังรวมไปถึง ตลาดในฝั่งพม่าซึ่งอยู่ใกล้กับพื้นที่ท่าตอนมาก และปกตินั้นชาวบ้านในพื้นที่ก็คงจะได้ไปทำการค้าหรือซื้อขายสินค้าในตลาดดังกล่าวมาแล้ว ซึ่งชาวบ้านอาจยังมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่เมื่อใดที่ประชาคมอาเซียนเปิดอย่างเต็มรูปแบบนั้น ทางพม่าก็ต้องรับรองความปลอดภัยให้กับเรา เหมือนที่ประเทศของเราก็ต้องรับรองความปลอดภัยให้กับคนชาติอื่นๆที่จะเข้ามาทำการค้าขาย ทำธุรกิจในประเทศไทยของเราอีกด้วย

            ความจริงนอกจากตลาดการค้าที่กล่าวไว้ข้างต้นนั้น ก็ยังมีตลาดที่เราจะสามารถไปทำการค้าขายได้อีกมากมาย ตัวอย่างของผู้ใหญ่สุทิน ผู้ใหญ่บ้านใน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย นั้นก็เป็นตัวอย่างของคนที่เคยไปทำการค้าขายในประเทศลาว ประเทศพม่า มาแล้ว ซึ่งตลาดที่เราจะทำการขายสินค้าผลิตภัณฑ์ของเราได้นั้นก็ยังมีอีกเป็นจำนวนมาก อยู่ที่ว่าเรานั้นจะไปค้าขายในตลาดที่มีอยู่มากมายนั้นหรือไม่ 

              ก่อนจะเข้าเนื้อหาการอบรมในหัวข้อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนจะสร้างประโยชน์อะไรให้กับเราได้บ้าง อันดับแรกนั้นเราต้องรู้ว่า ประชาคมอาเซียนนี้มีมานานแล้ว  เป็นการรวมกลุ่มตั้งองค์การระหว่างประเทศขึ้นของประเทศสมาชิก เพื่อที่จะดูแลในด้านต่างๆ  ถ้าจะเปรียบให้เข้าใจง่ายๆก็คล้ายกับการรวมกลุ่มแม่บ้าน การรวมกลุ่มเกษตรกรข้าวโพดเพื่อที่จะดูแลประโยชน์ต่างๆของสมาชิก คล้ายคลึงกับวัตถุประสงค์ของการรวมตัวขึ้นเป็นประชาคมอาเซียน

            ประชาคมอาเซียนเป็นการให้ความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก 10 ประเทศ คือ บูรไน ดารุสซาลาม กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม  ในสามด้าน คือ ด้านการเมืองและความมั่นคง อันเป็นวัตถุประสงค์ดั้งเดิมของการรวมตัวกันของสมาชิก ซึ่งแต่เดิมนั้นเรียกว่า สมาคมอาเซียน ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2510 มีประเทศสมาชิกเข้าร่วมขณะนั้น  5 ประเทศ มีเป้าหมายเพื่อดูแลด้านความมั่นคง  เพื่อไม่ประเทศสมาชิกกลายเป็นคอมมิวนิสต์  และต่อมาสมาชิกก็ได้เพิ่มจำนวนกลายเป็น 10 ประเทศ เมื่อคอมมิวนิสต์หมดไปแล้ว ประชาคมอาเซียนก็ให้ความสนใจในด้านอื่นๆเพิ่มเติม จนกระทั่งมีความร่วมมือ ทางด้านเศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรมอีกด้วย

ความร่วมมือทางด้านการเมืองและความมั่นคงของประเทศสมาชิก

·  เรื่องคอมมิวนิสต์ อาวุธนิวเคลียร์

             ในเรื่องของภัยคอมมิวนิสต์ปัจจุบันปัญหานี้ก็ได้หมดไปแล้ว นอกจากนี้ประชาคมอาเซียนก็ยังมีข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ เป็นไปเพื่อการดูแลความปลอดภัยในประชาคมอีกด้วย 

·  เรื่องพรมแดนระหว่างประเทศสมาชิก เรื่องภัยพิบัติธรรมชาติ

            มีการดูแลเรื่องพรมแดนระหว่างประเทศสมาชิก ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับชาวบ้านในพื้นที่ท่าตอน อำเภอแม่อายโดยตรง เพราะมีระยะทางห่างจากประเทศพม่าแค่เพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น เขตแดนที่เราเดินออกไปอาจจะเป็นของไทยก็ได้ หรืออาจจะเป็นของพม่าก็ได้ อย่างเช่นบริเวณพื้นที่ สบยอน เช่นนี้เราก็ต้องช่วยบอก ช่วยรัฐบาลยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวนี้เป็นของไทย อย่างเช่นบริเวณพื้นที่ สบยอน เช่นนี้เราก็ต้องช่วยบอก ช่วยรัฐบาลยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวนี้เป็นของไทย ทั้งนี้ประชาคมอาเซียนก็ยังมีการให้ความร่วมมือ ในเรื่องของการดูแลภัยพิบัติธรรมชาติ ตัวอย่างของเหตุการณ์สึนามิที่เกิดขึ้นที่ภาคใต้ เป็นภาพสะท้อนได้เป็นอย่างดีว่า คนในภูมิภาคอาเซียนมีการให้ความร่วมมือช่วยเหลือกันมากขึ้น เราอาจมีความตกลงร่วมกันในการแจ้งเตือนภัยพิบัติ  เช่นเราอยู่ติดกับประเทศพม่า หากว่าเกิดแผ่นดินไหวในพม่า พม่าต้องแจ้งไทย หากเกิดแผ่นดินไหวในไทย ไทยก็ต้องแจ้งพม่าเช่นเดียวกัน

·  การส่งผู้ร้ายข้ามแดน

           ในเรื่องของความร่วมมือในเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ก็ต้องมีการจัดการร่วมกัน  เช่น กระทำผิดในไทย แล้วหนีไปมาเลเซีย เช่นนี้ประเทศสมาชิกที่เกี่ยวข้องจะทำอย่างไร ก็ควรมีข้อตกลงให้จับผู้กระทำความผิดมารับโทษในประเทศไทยได้ ขอให้ประเทศมาเลเซียส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาให้ประเทศไทยได้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่รัฐจะต้องเจรจาระหว่างกัน แต่เราต้องตระหนักว่ารัฐจะเจรจาได้อย่างไร ถ้าหากไม่มีข้อมูลจากประชาชน ประชาชนก็ต้องช่วยกันบอกรัฐบาล รัฐบาลก็ต้องเข้ามาดูแลประชาชนในเรื่องนี้ อย่างเช่น อยากจะส่งผลไม้ไปขายในพม่า ระยะทาง 3 กิโลเมตรนี้ ทำอย่างไรจะไปค้าขายได้อย่างปลอดภัย หากว่าเกิดมีการกระทำความผิด รัฐมีข้อตกลงในเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนอย่างไร รัฐมีข้อตกลงในเรื่องความปลอดภัย ความมั่นคงกับประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างไร เมื่อประชาชนต้องการการดูแลในเรื่องความปลอดภัยจากรัฐ ประชาชนก็ต้องบอก เพื่อที่รัฐไทยจะได้เข้ามาดูแล รวมถึงอาจนำไปสู่การเสนอว่าจะมีการเปิดตลาดชายแดนได้หรือไม่ ตรงนี้ ประชาชนก็ต้องช่วยกันเสนอต่อรัฐบาล

ความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก

·  การค้าขายสินค้าและบริการ

           ประเด็นเรื่องความตกลงด้านเศรษฐกิจของประชาคมอาเซียน  ในความร่วมมือด้านการค้าขายสินค้าและบริการ เราก็ต้องสำรวจสินค้าของเราก่อนว่า เราจะขายสินค้าและบริการอะไร สินค้าหลักที่ชาวบ้านในพื้นที่ตำบาลท่าตอนมีก็คือ ข้าว กระเทียม ข้าวโพด ลิ้นจี่  เครื่องอุปโภค ผ้าทอ เป็นต้น  ในกรณีสินค้าเกษตรเมื่อเราไปสำรวจตลาดแล้วเราจะพบเช่นว่า ในพม่าไม่มีลิ้นจี่ ไม่มีลองกอง ไม่มีลำไย เราอาจจะขายสินค้าหลักที่เรามี คือลิ้นจี่ แล้วก็อาจจะส่งออกลองกองลำไยจากประเทศเราไปตีตลาดในประเทศพม่าได้อีกด้วย นอกจากนี้เมื่อเรานำสินค้าหลักของเราไปขายแล้ว เราก็อาจจะซื้อสินค้าจากพม่านำเข้ามาขายในประเทศไทยได้อีกด้วย ในปัจจุบันการค้าขายสินค้าหลักของชาวบ้านนั้นเป็นไปในรูปแบบของการ มีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อ เพราะชาวบ้านเห็นว่า สะดวกกว่าที่จะไปขายเอง โดยชาวบ้านก็ขายสินค้าให้กับพ่อค้าคนกลางในราคาถูกเพราะว่าหากชาวบ้านไม่ยอมขายในราคาดังกล่าว จะไม่มีใครมาซื้อสินค้าและผลิตผล อาจารย์ชาติชายได้เสนอแนะว่า ทำไมชาวบ้านถึงไม่ลองศึกษาและเป็นผู้ส่งออกสินค้าเอง อาจารย์ยกตัวอย่างของดอกกล้วยไม้ ที่ขายในต่างประเทศ ที่ประเทศมาเลเซียขายได้ก้านละ 25 บาท ที่เยอรมันก้านเดียวขานได้ 600 – 800 บาท ที่สุวรรณภูมิ หนึ่งช่อมีสี่ก้าน ก็ขายได้ถึง 1,600 บาท ดังนั้นถ้าชาวบ้านเป็นผู้ส่งออกสินค้าเอง รายได้ของชาวบ้านจะเพิ่มขึ้นจำนวนมาก

·  การท่องเที่ยว

           นอกจากนี้ เราต้องไม่ลืมว่า ที่แม่อายนี้มีจุดท่องเที่ยวมากมาย ที่นี่มีธรรมชาติที่สวยงาม มีวัด

มีที่พัก มีรีสอร์ท นอกจากนี้ถ้าหากว่าที่นี่มีโรงพยาบาล คนจากฝั่งพม่าจะเข้ามารักษาใช้บริการและถ้าหากว่าเปิดโรงเรียน  ก็อาจมีคนจากฝั่งพม่าเข้ามาเรียนในไทย เรียนภาษาไทยเพิ่มขึ้น ทำให้โรงพยาบาลไทย โรงเรียนไทยมีรายได้ และชาวบ้านในบริเวณนี้ก็มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย

·  ความร่วมมือเรื่องอากรศุลกากร

           โดยที่ประชาคมความร่วมมือทางเศรษฐกิจอาเซียนนี้มีความตกลงร่วมกันที่จะดูแลในเรื่องของภาษี โดยอาจกำหนดให้ลดภาษีจากการขายสินค้าที่นำเข้าจากประเทศสมาชิก หรืออาจตกลงให้ไม่ต้องเสียภาษีเลยก็ได้ ปัจจุบันนี้ก็ได้มีความตกลงกันเบื้องต้นแล้ว แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมสินค้าทุกชนิด อย่างไรก็ตามประชาคมอาเซียนก็มีความพยายามที่จะตกลงเจรจาให้การขายสินค้าทุกชนิดในประเทศสมาชิกปลอดภาษี

           ซึ่งผลจากความร่วมมือตกลงดังกล่าวจะมีทั้งด้านบวกและด้านลบกับเรา เรามีโอกาสขายสินค้าให้ประเทศอื่นๆได้ โดยที่เราไม่ต้องเสียภาษีแต่ก็ต้องไม่ลืมว่า สินค้าจากต่างประเทศที่เข้ามาขายในประเทศไทย จะไม่ต้องเสียภาษีเช่นกัน ทำให้อาจมีสินค้าเข้ามาตีตลาดในประเทศไทยแข่งขันกับสินค้าภายในประเทศของเราจำนวนมาก ดังนั้น เราก็ต้องปรับปรุงพัฒนาสินค้าและบริการของเรา ให้ดี จึงจะแข่งขันกับสินค้าของประเทศอื่นๆได้

            ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้เช่น ปัญหาสินค้าที่ล้นตลาด ถ้าสินค้าภายในล้นตลาด เราจะนำส่งออกไปขายภายนอกประเทศ เราจะทำอย่างไรให้สามารถแข่งขันกับสินค้าประเทศอื่นๆ หรือจะพัฒนาสินค้าของเราอย่างไรให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมาได้ อาจารย์ดร.ชาติชาย เสนอแนะแนวทางการแปรรูปผลิตภัณฑ์สินค้าภายในที่ล้นตลาด ส่งออกขายนอกประเทศ อย่างเช่นเราอาจทำ ลิ้นจี่กวน ลิ้นจี่กระป๋อง ลิ้นจี่ขวดแก้ว เป็นต้น เพียงเท่านี้เราจะสามารถแก้ปัญหาสินค้าล้นตลาดภายในประเทศ สามารถที่จะแข่งขันกับสินค้าในต่างประเทศ และยังเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าวัตถุดิบที่เรามีอยู่อีกด้วย และเราต้องไม่ลืมที่จะคำนึงถึงอุปสรรคของภาษาในตัวสินค้า อาจารย์ยกตัวอย่างว่า ถ้าเราไปซื้อยา แล้วฉลากเขียนเป็นภาษาที่เราอ่านไม่ออกเราคงไม่กล้าซื้อ ชาวบ้านให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ถ้าเขาซื้อมาก็คงจะเอาไปคืน แล้วไปซื้อยาที่รู้จักที่เคยกินประจำที่เป็นยาของไทยเอง จะรู้สึกปลอดภัยมากกว่าเป็นต้น นี่ก็เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของภาษาที่จะใช้บนฉลากผลิตภัณฑ์สินค้าของเรา เราจะนำไปขายในประเทศใดก็ควรมีภาษาของประเทศนั้น ไม่เช่นนั้นก็ควรมีภาษาอังกฤษ หรือมีหลายภาษาเพื่อที่จะสะดวก และเป็นที่มั่นใจของลูกค้าที่มีในต่างประเทศด้วย

·  ความร่วมมือด้านการลงทุน แรงงาน

           ในเรื่องของความร่วมมือด้านการลงทุน ตัวอย่างของผู้ใหญ่สุทินที่อยากจะมีการลงทุนเปิดร้านอาหารอีสานในพม่า อาจารย์ก็ได้ให้ความรู้ว่า ปัจจุบันได้มีการเปิดโรงงานแล้ว หรือธนาคารในประเทศไทยก็ได้เริ่มเข้าไปแล้ว ส่วนในเรื่องของแรงงาน ประชาคมอาจมีข้อตกลงในเรื่องการเคลื่อนย้ายแรงงานโดยเสรี โดยที่ถ้าหากว่าชาวบ้านต้องการจะเข้าไปทำงานในต่างประเทศนั้น อาจารย์แนะนำให้เข้าเมืองโดยทำตามกระบวนการขั้นตอนให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหา เอกสารที่ต้องมีก็คือ หนังสือเดินทาง ใบอนุญาตให้เข้าเมือง ในอนุญาตให้อาศัย ใบอนุญาตให้ทำงานนั่นเอง

ความร่วมมือทางด้านสังคมและวัฒนธรรมของประเทศสมาชิก

              สมาชิกในประชาคมอาเซียนอาจมีความตกลงร่วมมือในเรื่องสังคมวัฒนธรรม ซึ่งในความเป็นจริงนั้นการแต่งงานระหว่างคนสองประเทศนั้น ก็เป็นการทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมอย่างแน่นอน  นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือในการดูแลเรื่องของผลกระทบที่เกิดตามมาจากความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การขยายตัวทางเศรษฐกิจอาจก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมตามมา ซึ่งประเทศสมาชิกอาจมีความตกลงร่วมกันเพื่อดูแลปัญหาที่จะเกิดขึ้นนี้  รวมถึงให้ความร่วมมือในเรื่องของการดูแลเด็ก ผู้หญิง คนพิการ คนชรา โดยอาจนำตัวอย่างการดูแลขององค์การระหว่างประเทศเช่น EU UN เป็นต้น ดูแลเรื่องภัยพิบัติ ดูแลเรื่องความยากจน  การพัฒนาของประชากรในประชาคมอาเซียนนี้ได้อีกด้วย

ทำไมต้องมีอาเซียน

             การที่มีประชาคมอาเซียนนั้น นอกจากจะเป็นไปเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกในการดูแลด้านต่างๆดังที่กล่าวมาข้างต้นทั้งสามด้านแล้ว ประชาคมอาเซียนนี้ก็มีขึ้นเพื่อลดอุปสรรคระหว่างประเทศสมาชิก ทั้งอุปสรรคทางการค้าตัวอย่างเช่นการมีข้อตกลงในการลดภาษีอากรศุลกากร หรือการค้าเสรีปลอดภาษีอย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ร่วมมือกันลดอุปสรรคในการลงทุน ลดอุปสรรคในการทำงานเป็นต้น

            ซึ่งประเทศสมาชิกรวมทั้งประเทศไทย จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ทั้งการมีอัตราอากรนำเข้าลดลง ได้รับการอำนวยความสะดวกในการลงทุน ในการค้าบริการ ในการทำงาน ในการประกอบธุรกิจ แต่อย่างไรก็ตามไมได้หมายความว่า จะเดินทางอย่างเสรีโดยไม่ต้องขออนุญาตหรือไม่ต้องมีเอกสารประจำตัวเท่านั้น มิฉะนั้นก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่าใครเป็นใคร ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาประการอื่นๆตามมาอีก ซึ่งสิทธิประโยชน์ต่างๆที่อำนวยความสะดวกในเรื่องเหล่านี้ ก็คือเป็นการอำนวยความสะดวกให้ทำเรื่องดังกล่าวอย่างถูกกฎหมายได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้นนั่นเอง

            นับว่าเป็นโอกาสของประชาชนไทย รวมถึงประชากรของทุกประเทศสมาชิกในอาเซียนแล้ว อยู่ที่ว่าใครจะนำโอกาสนั้นมาเป็นของตนเอง โดยที่เราก็ต้องรู้ว่า ความจริงแล้วโอกาสของเราก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่สิบประเทศสมาชิก ความจริงแล้วตลาดและโอกาสของเรามีมากกว่านั้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่า เราเองจะเป็นผู้ที่คว้าโอกาสที่มีมาเป็นประโยชน์กับตัวเราหรือไม่

              เมื่อรู้ถึงสิทธิประโยชน์ที่เรามีแล้ว เราก็ต้องศึกษาถึงวิธีการที่จะเข้าถึงสิทธิประโยชน์นั้นๆด้วย ว่าจะเข้าสู่สิทธิประโยชน์ต่างๆอย่างไร มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ศึกษาว่าสินค้าที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ เป็นสินค้าชนิดใดบ้างที่จะได้รับการยกเว้นอาการนำเข้าเป็นต้น โดยมีหลักเกณฑ์ มีเงื่อนไขอย่างไร ทั้งนี้โดยประชาชนควรจะต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งการให้ความรู้และการสนับสนุนให้ประชาชนได้เข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆได้โดยสะดวกอีกด้วย

·  ผลกระทบของประชาคมอาเซียนที่มีต่อชุมชน

               ในประเด็นว่าประชาคมอาเซียนจะกระทบต่อชุมชนท่าตอนอย่างไรนั้น ความจริงแล้วชุมชนท่าตอนมีการปรับตัวมาตั้งนานแล้ว แต่ว่าอาจจะไม่รู้ตัวเพราะชุมชนท่าตอนก็อยู่ใกล้กับประเทศพม่า ชาวบ้านก็ข้ามไปมา ซื้อขายสินค้าเป็นประจำ ตอนนี้ก็เริ่มมีการเข้าไปค้าขายในประเทศลาวแล้ว คนลาวก็เริ่มเข้ามาในไทยแล้ว เพียงแต่ชาวบ้านอาจจะไม่รู้ว่านี่ก็คือ รูปแบบของความตกลงทางด้านเศรษฐกิจอาเซียนนั่นเอง เราก็อาจมาร่วมมือกัน ดูปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชุมชน มาช่วยกันคิดว่า 3 กิโลเมตร ที่จะเดินทางไปค้าขายในประเทศพม่านี้จะทำอย่างไรให้ชาวบ้านปลอดภัย อาจมีการเสนอให้รัฐบาลเข้ามาดูแลเรื่องความปลอดภัย โดยไปทำความตกลงกับประเทศเพื่อนบ้านดังที่ได้กล่าวมาให้หัวข้อความร่วมมือของอาเซียนในเรื่องการเมืองความมั่นคงข้างต้น หรือไม่

  อย่างไรก็ตามเราก็ต้องไม่ลืมที่จะตระหนักว่า เมื่อมีด้านบวกที่เป็นประโยชน์เป็นโอกาสของเรา ก็อาจมีผลกระทบกับชุมชน ได้เช่นกัน ซึ่งก็คือเกิดการแข่งขันทางการค้าสินค้าและบริการนั่นเอง เพราะนอกจากจะมีสินค้าจากประเทศสมาชิกอาเซียนที่เข้ามาแข่งกับสินค้าของเราแล้ว สินค้าภายในประเทศในพื้นที่อื่นๆเอง ก็เกิดการแข่งขันกับเราได้เช่นกัน ลิ้นจี่ในประเทศไทยนอกจากที่แม่อาย ลำพูนก็มีลิ้นจี่ อัมพวาก็มีลิ้นจี่ ซึ่งเราก็ต้องคำนึงถึงจุดนี้ด้วย นอกจากนี้ ก็ยังต้องคำนึงถึงสินค้าจากภูมิภาคอื่นๆที่จะเข้ามาแข่งขันกับสินค้าของเราด้วย  เช่น  ลิ้นจี่จากประเทศจีน เป็นต้น  ดังนั้นเราต้องรู้จักพัฒนาสินค้าและบริการของเราให้มีมูลค่า จากนั้นเราจะสามารถแข่งขันกับสินค้าที่มาจากพื้นที่อื่นๆได้”

คำถามจากชาวบ้านท่าตอน

คำถามที่ 1 (ตัวแทนจากหมู่ 8) : เมื่อชาวบ้านมีสินค้า แต่ไม่รู้กฎระเบียบ ไม่รู้ความต้องการตลาด ไม่รู้วิธีการบริหาร หน่วยงานของภาครัฐหน่วยใดที่จะสามารถให้ความรู้ได้บ้าง

คำตอบ: อาจารย์ดร.ชาติชาย เชษฐสุมน :

  “อันดับแรกเราต้องสำรวจว่าเรามีข้อดีอย่างไรเพื่อที่จะนำไปสู่การรู้ว่าเรายังต้องการอะไร และใครจะให้ความช่วยเหลือกับเราได้บ้าง เราในฐานะประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย เมื่อเรารู้ว่าเราต้องการอะไรจากภาครัฐแล้ว ก็สามารถบอกรัฐบาลเพื่อขอความช่วยเหลือในด้านต่างๆได้

  หน่วยงานภาครัฐ ที่จะสามารถให้ความรู้เราได้  ถ้าชาวบ้านท่าตอนต้องการความรู้ในเรื่องการเกษตร หน่วยงานที่เราต้องไปติดต่อก็คือ เกษตรตำบลท่าตอน เกษตรอำเภอแม่อาย หรือเกษตรจังหวัดเชียงใหม่  ถ้าเราต้องการความรู้เรื่องตลาด เราก็ต้องไปติดต่อกระทรวงพาณิชย์

  เมื่อเรารู้ว่าเรามีสินค้าอะไร เราสำรวจว่าเราจะขายที่ไหน เราจึงไปถามหาข้อมูลจากภาครัฐ เราอยากได้อะไร เช่นต้องการทุน ต้องการถนน เราก็ต้องบอก

  นอกจากสำรวจข้อดีและความต้องการของเราแล้ว ประการที่สองเราก็ต้องสำรวจตัวเองว่าเรามีสินค้าอะไรที่ดีเหนือกว่าคนอื่น เพราะถ้าเรามีแต่คนอื่นไม่มีสินค้าตัวนี้ เมื่อเราพัฒนาสินค้าของเรา คู่แข่งจะไม่มี ทั้งนี้ก็ต้องสำรวจความต้องการของตลาดอีกด้วย”

คำถามที่ 2 : เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตลาดตรงไหนต้องการสินค้าอะไร

คำตอบ: อาจารย์ดร.ชาติชาย เชษฐสุมน :

  “ในเมื่อฝั่งพม่า ไม่มีผลไม้ แต่เรามีลิ้นจี่ มะม่วง สินค้าผลไม้ที่เรามีในท้องถิ่นเราก็เอาไปขายได้ เราต้องติดตามข่าว หรืออาจขอข้อมูลจากภาครัฐว่าประเทศไหนขาดแขลนสินค้าอะไร เมื่อเรารู้ข้อมูลทางเศรษฐกิจ รู้ก่อน เข้าถึงตลาดนั้นก่อน เราจะตีตลาดได้และประสบความสำเร็จก่อน ตัวอย่างบริษัท CP เป็นต้น

  แต่อย่างไรก็ตามเราต้องสำรวจว่าเรามีอะไร และต้องรู้จักพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเรา ตัวอย่าง ทุเรียนเมืองนนท์ เป็นสินค้าที่พัฒนาแล้ว มีชื่อเสียง คนไทยไม่ได้กิน ส่งออกนอกประเทศหมด”

คำตอบ: รศ.ดร. พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร[3]:

  “เราควรมีเวปไซต์แม่อาย และรู้จักสร้างแบรนด์ให้กับพื้นที่แม่อาย ตัวอย่างเช่น ทุเรียนนนท์ เมื่อดังแล้วก็ไม่ต้องหาตลาด เพราะจะมีคนมาซื้อสินค้าของเราเอง ดังนั้นทำไมเราจึงไม่มีสินค้าที่จะเป็นสัญลักษณ์ของแม่อายเอง และเราก็ต้องรู้จักเพิ่มมูลค่าสินค้าของเราด้วย เช่นไม่ใช่สารเคมีในการเกษตรเป็นต้น ทั้งนี้ เราต้องรู้จุดเด่นของชุมชนของเรา ว่าในชุมชนของเรามีอะไรดี ในชุมชนของเรามีใครที่มีความรู้เรื่องอะไรบ้าง  และในเรื่องของการบริหาร ก็ให้หาคนดีๆ คนเก่งๆ ในชุมชนที่เรามีช่วยบริหารให้

เมื่อทำตามวิธีการต่างๆนี้ เราจะมีแบรนด์ของแม่อายเอง ไม่ต้องไปหาตลาดมีคนมาซื้อสินค้าของเราถึงที่ สินค้าของเราจะขายได้ในราคาที่สูงขึ้นเพราะไม่ใช่สารเคมีในการเพาะปลูก  และการดำเนินกิจการของเราจะดำเนินไปได้ด้วยดีเพราะมีคนเก่งและดีบริหารงานให้ และมีการช่วยเหลือกันในชุมชน เพราะเรารู้ว่าใครมีความรู้อะไร ที่จะมาพัฒนาสินค้าและบริการของชุมชนเราได้”

----------------------------------------------



[1]อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายระหว่างประเทศ คณะนิติศาสตร์ มหาวิยาลัยธรรมศาสตร์

[2]นักกฎหมายและทนายความอาสาสมัครในโครงการบางกอกคลินิกฯ คณะนิติศาสตร์ มหาวิยาลัยธรรมศาสตร์

[3]อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายระหว่างประเทศ คณะนิติศาสตร์ มหาวิยาลัยธรรมศาสตร์