ยุคนี้เราคงได้ยินคำว่า Arab Spring แต่น้อยคนคงเคยได้ยินคำว่า Silent spring

ในปีนี้ หนังสือเล่มหนึ่งชื่อ Silent Spring ที่เขียนขึ้นโดยนักชีววิทยาทางทะเลสตรีชื่อ ราเชล คาร์สัน (Rachel Carson ) จะมีอายุครบ ๕๐ ปี ใช่ครับ หนังสือของเธอ

ประวัติของเธอมีในวิกิพีเดีย และก็เมื่อเร็วๆนี้ หนังสือพิมพ์หลายฉบับเขียนถึงเธอ แม้ว่านับถึงวันนี้ เธอจะเสียชีวิตไปถึง ๔๘ ปีแล้ว เช่น The Guardian  ของอังกฤษ  New York Time  ของอเมริกัน

หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือธรรมดา แต่เปลี่ยนแปลงโลก

สมัยก่อน โลกใช้ยาฆ่าแมลงเป็นจำนวนมาก โดยไม่เข้าใจถึงอันตราย มุ่งหวังแต่ผลผลิตทางการเกษตรให้สูงเป็นหลัก ไม่สนใจว่าจะมีผลเสียต่อสุขภาพของคนและสัตว์ สิ่งแวดล้อม แหล่งน้ำ จะเสีย โดนปนเปื้อนด้วยสารพิษ ทำให้คนเป็นมะเร็งมากขึ้น สัตว์ต่างๆ ปลา นก ต้องตาย เป็นจำนวนมาก

เธอเป็นคนแรกที่รณรงค์ในเรื่องนี้จนมีผล และต่อสู้กับอิทธิพลของบริษัทสารเคมีระดับโลกซึ่งขู่จะฟ้องหากตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ออกมา หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานหลักในบรรดาหลายๆ เล่มในชีวิตของเธอ พิมพ์ออกมาก่อนเธอจะเสียชีวิตราว ๒ ปี ผลให้มีการแบนการใช้สาร DDT, และยาฆ่าแมลงอีกหลายตัว มีมาตราการต่างๆ อีกมากในสหรัฐ และน่าจะส่งผลต่อประเทศอื่นๆ ด้วย

หลังมรณกรรม เธอได้รับเหรียญเพื่ออิสรภาพของประธานาธิบดี จากประธานาธิบดี คาร์เตอร์ เพื่อยกย่องเธอ

คนเราในยุคนี้ทั่วโลก นับได้ว่าต่างก็เป็นหนี้บุญคุณเธอ ทำให้ไม่ตายเร็วเพราะยาฆ่าแมลงไปมากกว่านี้ เราปลอดภัยจากยาฆ่าแมลงไปมาก แต่ว่าผมเชื่อว่า ก็ยังมีช่องโหว่บางอย่างในประเทศไทย ทำให้การใช้ยาฆ่าแมลง และ น่าจะรวมไปถึง ยาฆ่าวัชพืช ด้วย ยังมีการใช้ในอัตราสูงมากเกินไปในประเทศเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตป่าต้นน้ำลำธารที่เหลือน้อยของเรา

ผมหวังว่า ในอนาคต บ้านเราจะมีคนอย่าง ราเชล คาร์สัน ของเมืองไทย ขึ้นมารณรงค์ในเรื่องนี้มากขึ้น และมีคนทั่วไปเริ่มใส่ใจเรื่องพวกนี้มากขึ้น

เพิ่มเติม เพิ่งไปเจอ pdf  ของหนังสือเธอ  และคำวิจารณ์ผลกระทบเนื่องในโอกาสครบรอบ ๕๐ ปี Silent Spring at 50