จากการประชุมที่ผ่านมา ยังขาดข้อมูลบางส่วน หมอหวี่เล่าต่อให้ฟังในเรื่องต่อมาว่า

ต่อมา จากการประชุมครั้งแรกกับบริษัทผู้ผลิต ที่มีการเตรียมกันไปในทางฟันข้อมูลเรื่องฟันตกกระเยอะ และเราไม่มีข้อมูลเรื่องฟันผุ หรือข้อมูลในเขตประเทศอาเซียน ซึ่งเขาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีฟลูออไรด์เยอะ แต่เขาก็ยอมรับกับยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ 1,500 ppm จึงมีการประชุมอีกครั้งหนึ่ง โดย บริษัทผู้ผลิตจัด เป็นการประชุมครั้งที่ 2 เมื่อ 1 มิย.49 มีการเพิ่มเติมข้อมูลระบาดวิทยาการเกิดฟันผุในประเทศไทย และมีข้อมูลของประเทศในเขตอาเซียนด้วย ก็พบว่า ประเทศในเขตอาเซียนก็มีสถานการณ์ฟันตกกระ มีการนำเสนอเรื่องยาสีฟันฟลูออไรด์ 1,500 ppm ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้ทางบริษัทก็เชิญอาจารย์มาจาก อังกฤษ นำเสนอฟลูออไรด์ 1,500 และของไทยก็นำเสนอด้วย เป็นเรื่องเดียวกัน

จากการประชุมนี้ได้ข้อสรุปในการประชุมครั้งที่ 2 ว่า ไทยยังคงปริมาณฟลูออไรด์สูงสุดไว้ ที่ 1,000 ppm ทาง อย. ก็ยอมรับ แต่เนื่องจากในข้อตกลงอาเซียนต้องเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราต้องส่งผู้แทนไทยไปเสนอในการประชุมวิชาการนี้ที่เสียมเรียบ ซึ่ง คุณหมอเจน (ทพญ.ศันสนีย์ รัชชกูล) ไปเป็นผู้แทนเสนอ ในการประชุมวันที่ 14 มิย.49
รายงานสรุปจากการประชุมในครั้งนี้ อาเซียน OK ที่ประเทศไทยจะยังคงปริมาณฟลูออไรด์ไว้ที่ 1,000 ppm

และปรากฏว่า เวียดนาม และพม่า ก็บอกว่า เขาก็เอาด้วย ประสงค์จะคงไว้เช่นเดียวกับประเทศไทย และปรากฏตามว่าประเทศอื่นๆ ก็บอกว่า ถ้างั้นจะขอกลับไปทบทวนกับหน่วยงานวิชาการทันตฯ ของเขาก่อน ว่า สถานการณ์ของเขาเป็นอย่างไร และจะกลับมาหารือในการประชุมคราวหน้า เพราะฉะนั้นจากการนำเสนออาเซี่ยนก็ยังมีเพียงค้างประเด็นอยู่ตรงนี้

... สถานการณ์ตรงนี้ ทำให้มีผู้ให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า เราก็ควรเข้าไปประสานต่อยอดกันต่อแล้วละ ว่า ประเทศในอาเซียน ควรให้ความสำคัญกับข้อมูลสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของฟลูออไรด์กันอย่างไร นะคะ ...

ตอนหน้าจะเป็นตอนสรุปค่ะ ว่า กลุ่มนี้ทำ KM เช่นนี้ แล้วได้ความรู้อะไร