ลองมองไปรอบ ๆ ตัว หรือแม้กระทั่งก้มมองที่ตัวเอง เราจะพบว่า แม้ไม่ได้ต้องโทษ แต่คนจำนวนมากกลับใช้ชีวิตราวกำลังถูกจองจำ เราสร้างกำแพงหนาทึบบางอย่างไว้กักขังตัวเอง แล้วพิพากษาตัวเองเสร็จสรรพให้ต้องอยู่ในนั้นตราบนานเท่านาน ที่น่าเศร้าคือ หลายคนยอมที่จะถูกกักขังตลอดชีวิต โดยไม่คิดจะออกมา

คุณโหน่ง วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ เล่าให้ฟังถึงจดหมายฉบับพิเศษที่มาจากเรือนจำ
ซึ่งไม่ได้เป็นจดหมายแห่งความหดหู่เศร้าหมองแต่อย่างใด

แต่กลับเป็น "จดหมายแห่งอิสรภาพ" โดยแท้จริง


เชิญติดตามครับ ;)...




ออกมา


เป็นเวลากว่าสองปีแล้ว ที่เกือบทุกเดือน ผมจะได้รับจดหมายพิเศษฉบับหนึ่ง ส่งมาให้อ่านอย่างต่อเนื่อง

ที่ว่า "พิเศษ" ก็อย่างที่รู้ว่า นับจากการเกิดขึ้นของอีเมล คนสมัยนี้ไม่ค่อยนิยมเขียนและส่งจดหมายถึงกันแล้ว ผมเองก็เช่นกัน จากที่เมื่อก่อนเคยได้รับจดหมายวันละหลายฉบับ กลายเป็นเหลือแค่นานทีจะมีมาสักฉบับ ที่มากมายกลับเป็นจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่อัดแน่นอยู่ใน Mail Box (และแน่นอน กว่าครึ่งเป็นอีเมลประเภทส่งหว่านไปทั่ว)

อีกอย่างที่ทำให้จดหมายฉบับนี้ไม่เหมือนฉบับอื่น ๆ คือ มันถูกส่งมาจากเรือนจำ


นักโทษชายวัยรุ่นคนหนึ่งเขียนจดหมายถึงผมอย่างสม่ำเสมอ บอกเล่ากิจวัตรของเขาให้รู้ราวกับอยากระบายความในใจถึงใครสักคน เรื่องของเขาเท่าที่ผมพอจะเปิดเผยได้คือ เขาต้องโทษคดียาเสพติด ถูกศาลตัดสินให้จำคุกเป็นเวลา ๑๖ ปี ๘ เดือน ล่าสุดเขารับโทษไปแล้ว ๗ ปีตลอดเวลาที่ผ่านมามีความประพฤติดีจนถูกจัดให้เป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นเยี่ยม

สิ่งที่ผมชอบใจจากการอ่านจดหมายแต่ละฉบับของน้องคนนี้คือ เขาไม่ได้เอาแต่โอดครวญเรื่องทุกข์ยากและชีวิตไร้อิสรภาพให้ผมฟัง อาจมีบ้างบางครั้งที่เปรย ๆ ว่า เบื่อ ๆ เหงา ๆ แต่ส่วนใหญ่แล้ว เนื้อความในจดหมายของเขาเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เขาเล่าว่าเขาได้เรียนหนังสือแผนกวิชาสถาปัตยกรรม ได้ทำโครงการนั้นโครงการนี้ส่งอาจารย์ เล่าว่าตั้งวงดนตรีกับเพื่อน ๆ เล่นสังสรรค์สนุกสนานในงานภายใน เล่าถึงข้อคิดและความประทับใจที่ได้จากการอ่านหนังสือดี ๆ

บอกตามตรงว่าบางเวลาที่อ่านจดหมายเหล่านี้ ผมเกือบเผลอลืมไปว่ากำลังอ่านเรื่องราวของคนที่ถูกคุมขัง



เขาเขียนมาขอบคุณทุกครั้งที่ได้รับ a day เล่มใหม่ จดหมายฉบับล่าสุดของเขาที่ผมเพิ่งได้รับเมื่อเช้า มีข้อความลงท้ายที่ยอดเยี่ยมมากจนผมอดไม่ได้ที่จะคัดมาให้คุณอ่านข้อความนั้นมีอยู่ว่า


"ถ้าเรามีโอกาส ก็ควรจะทำโอกาสนี้ให้ดีที่สุด และจงสร้างสิ่งใหม่ ๆ ให้ทุกคนได้รู้ว่า พลังในชีวิตไม่มีวันหมดไปง่าย ๆ ขอเพียงเราไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามเส้นทางชีวิต"


ต้องติดคุก ๑๖ ปี แต่เขาอธิบายว่ามันคือ "อุปสรรคเล็ก ๆ น้อย ๆ" ผมไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร นอกจากต้องบอกว่า นี่คือคนที่มีความหวังและมีอิสรเสรีชัด ๆ! ขณะเดียวกันลองมองไปรอบ ๆ ตัว หรือแม้กระทั่งก้มมองที่ตัวเอง เราจะพบว่า แม้ไม่ได้ต้องโทษ แต่คนจำนวนมากกลับใช้ชีวิตราวกำลังถูกจองจำ เราสร้างกำแพงหนาทึบบางอย่างไว้กักขังตัวเอง แล้วพิพากษาตัวเองเสร็จสรรพให้ต้องอยู่ในนั้นตราบนานเท่านาน ที่น่าเศร้าคือ หลายคนยอมที่จะถูกกักขังตลอดชีวิต โดยไม่คิดจะออกมา

ผมไม่แน่ใจนักว่าสิ่งที่จำกัดอิสรภาพของแต่ละคนคืออะไร อาจเป็นความไม่รู้ ความไม่กล้า ความกังวล ความขลาดกลัว หรือภาระหน้าที่บางอย่าง สิ่งที่ผมเชื่อมากกว่าคือ ชีวิตถูกสร้างมาให้อิสระ แต่ละชีวิตกำเนิดขึ้นพร้อมกับอิสรภาพ เราแต่ละคนเลือกเกิดไม่ได้ หากเลือกที่จะมีชีวิตแบบใดก็ได้--นั่นคือความจริง

ดังนั้น ใครที่กำลังอยู่ในสภาพไร้อิสรภาพ สิ่งแรกที่ผมขอแนะนำให้ทำทันที คือ ปลดเปลื้องพันธนาการทั้งหลายทิ้งไปให้หมด

แล้วออกมา!


.........................................................................................................................................................................


ข้อคิดที่ผมได้รับ ...


เรากำลังทำอะไรเพื่อกักขังตัวเองหรือไม่


หรือเราขลาดกลัวเกินกว่าที่จะปลดเปลื้องพันธนาการนั้น ๆ ทิ้งไป

และยอมติดอยู่ที่นั่นจนตาย ???


บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...


.........................................................................................................................................................................

ขอบคุณหนังสือแรงบันดาลใจดี ๆ

วงศ์ทนง  ชัยณรงค์สิงห์.  Try.  พิมพ์ครั้งที่ ๗.  กรุงเทพฯ: อะบุ๊ก, ๒๕๕๕.