ผักบุ้ง แหล่งอาหาร ยา และพลังงานของชาติ (ตอน ๒)
ผมเขียนมาหลายบทความให้ไทยเราเลิกทำนาปลูกข้าวเพื่อส่งออกที่เหนื่อยมาก และยากจนกันเสียที หันมาปลุกป่า ทำอุตสาหกรรมป่าไม้จะดีกว่าหลายสิบเท่า (เหนื่อยน้อยกว่าแต่ได้เงินมากกว่า)
แต่ดูเหมือนเข้าหูควายทะลุหูหมา ไม่เห็นมีใครชอบสักคน (ยกเว้นคุณสนธิ ลิ้มฯ ที่บอกว่าชอบมาก) ดูเหมือนว่านักการเมืองไทยส่วนใหญ่เขาอยากให้ชาวนายากจนกันต่อไปนานๆ จะได้หาเสียงได้อีกมากด้วยโครงการโหลยโท่ย ไม่ว่าจะจำนำหรือประกันก็ห่วยพอกันแหละในคห.ผม คือให้ชาวนาหาทางออกไม่เจอต้องพึ่งนักการเืมืองให้จูงเดินตลอดไป
เอาหละถ้ายังทำใจไม่ได้กับการปลูกป่า (ซึ่งขอ carbon credit ก็ได้ไร่ละหกพันแล้วในขณะทำนาอีสานกำไรสุทธิไร่ละ ๑๕๐๐ เท่านั้นเอง ถ้ารัฐไม่โกงนโยบายด้วยการจำนำเกินราคาตลาด) วันนี้จะขอให้หันมาทำนาผักบุ้งแทนปลูกข้าว ......ผักบุ้งไทยก้านแดงๆ ดอกแสนสวยสีม่วงเราที่พบเห็นทั่วไปริมทางนี่แหละ
ลองจินต์ดู ผักบุ้งเต็มกระทงนา เก็บเกี่ยวได้สัปดาห์ละครั้ง (ตัดปุ๊บ แตกปั๊บ) ถ้าหนึ่งตรม. ได้หนึ่งกก. ดังนั้นไร่หนึ่งได้ ๑ . ๖ ตันต่อ ๗ วัน เฉพาะหน้าฝน ๔ เดือนได้ ประมาณ ๓๐ ตัน หน้าแล้งหน้าหนาวได้อีก ๑๐ ตัน รวมเป็นปีละ ๔๐ ตัน แต่มันมีน้ำมากประมาณ ๘๐% ถ้าทำให้แห้งสนิทในสภาพบรรยากาศ จะเหลือนน. เพียงประมาณ ๑๐ ตันเท่านั้น (ไม่ใช่ ๘ ตันนะ มันคำนวณยากพอควร เกี่ยวกับสมดุลความชื้นของอากาศด้วย)
แต่๑๐ ตันก็มากกว่าข้าว เพราะข้าวอีสานทำอย่างไรก็ได้ไม่เกินครึ่งตัน (หักน้ำออกแล้ว) แถมเหนื่อยยากมหาศาล ส่วนปลูกผักบุ้ง ไม่ต้องดูแลอะไรเลย (หรือดูน้อยมาก)
แถมในน้ำก็เลี้ยงหอยปูปลา ได้อีก เช่น หอยขม ปูนา ปลากระดี่ ก็ให้มันกินไรน้ำที่ได้จากใบผักบุ้งที่เน่าเปื่อยหล่นลงไปในน้ำนั่นแหละ
ถามว่าผักบุ้งมหาศาล ปลูกกันไปทำอะไร แล้วจะหาตลาดได้ที่ไหน ...ตอบ ก็เอามาทำเอทานอลไง หรือเอามาหมักเป็นแก๊สชีวภาพ นอกจากนี้ยังเอาไปทำอาหารคน อาหารสัตว์ได้อีก
วันนี้รัฐบาลไทยสนับสนุนกันเหลือเกินในการทำเอทานอลจากหัวมันสปล. ให้ boi บ.ต่างชาติเข้ามาทำกันมากหลาย แมงเม่าไทยก็พลอยบินเข้ากองเพลิง
กะเขาด้วย ทั้งที่มันสปล. ผลิตได้ไร่ละเพียง ๓ ตัน (รวมน้ำที่มีอีก ๗๐%) ทำให้มีเนื้อชีวมวลแห้งน้อยกว่าผักบุ้งถึงประมาณ ๑๐ เท่า แถมปลูกยาก ต้องไถดะ แปร ใช้ยาพิษ ปุ๋ยสารพัด แต่ผักบุ้งไทยไม่ต้องการอะไรเลย ขึ้นได้เองตามธรรมชาติในน้ำ ดินแฉะ หรือแม้แต่ดินแห้งแล้งแตกระแหงก็ตาม แถมแต่ละปีไม่ต้องปลูกใหม่ ไม่ต้องไถหว่านให้เหนื่อยยาก
ปลูกผักบุ้งได้ไร่ละ ๔๐ ตันกลับไม่มีใครสนใจ ส่งเสริมให้ปลูก ส่วนนักวิชาการก็ไม่สนใจทำวิจัย หันไปวิจัยปลูกพืชเมืองหนาวกันอยู่นั่นแหละ ส่วนพืชเมืองพ่อเมืองแม่ตัวเองกลับดูถูกหาว่าเป็นพืชบ้านนอก เนี่ยไง อำมาตยาวิชาการ แบบนี้สมควรให้พวกรากผักบุ้งแดงมันเผาให้ตายคาราชประสงค์ให้สูญพันธ์ไปเลยดีไหม
วิจัยให้ดีๆ ผักบุ้งยังมีดีอีกมากหลาย เช่น ยางผักบุ้ง น้ำสกัดผักบุ้ง รากผักบุ้ง ดอกผักบุ้ง แม้แต่เม็ดผักบุ้ง เอามำทำอะไรเพิ่มมูลค่าได้บ้าง วันนี้ผมคิดเลยเถิดไปถึง ถ่านผักบุ้งด้วยซ้ำ เอ้า...ถ่านกัมมันต์ยังได้ (โลละพันบาท) น้ำส้มควันผักบุ้ง รักษามะเร็ง หยดและแสนบาทก็ยังน่าเป็นไปได้เลย
...คนถางทาง (๒๔ ธค. ๒๕๕๕)
ผักบุ้ง แหล่งอาหาร ยา และพลังงานของชาติ (ตอน ๒)
10 คนชอบ
ผักบุ้งยิ่งตัดยิ่งแตก คงเหมือน สมองดร.รากหญ้า ยิ่งคิดยิ่งแตกฉาน 555 หัวผักบุ้ง
ลืมกบไปได้ไง แมลงมันชอบมากินใบผักบุ้ง เราก็เลี้ยงกบให้กินแมลง ก็ได้สองต่อ คือลดแมลง และได้กบ อ้อต่อที่สามคือ อึกบกลายเป็นปุ๋ยให้ผักบุ้ง
อ่านแล้ว อยากกินผักบุ้งไฟแดง หมูกรอบ.... แต่ถ้ามีเป็นตันๆ คงกินได้่หลายพัน หลายหมื่นคนเลย...อะค่ะ
ปลูกเอาไว้ทำปุ๋ยพืชสดค่ะ ในสวนลำไย ก็ปลูกทิ้งไว้ แล้วก็เอาเครื่องตัดหญ้าตัด ประหยัดปุ๋ย
คุณสาวน้อยฯ เนี่ย เป็นเกษตรกรอนาคตไกลแน่ ถ้าจะให้ดีน่าจะมีการหมักก่อนนะผมว่า ผักบุ้งนั้นน่าจะหมักง่ายซะด้วย หรือเอาไปเลี้ยงหมู หมักในท้องหมู แล้วให้หมูอึออกมาเป็นปุ๋ย การหมักจะทำให้เราได้สองต่อ คือ แก๊สชีวภาพ และ การที่เหลือก็เป็นปุ๋ยพืชอย่างดี
ผักบุ้งมีประโยชน์ บำรุงสายตา ผัดผักบุ้งไฟแดงอร่อย