โรคเบาหวาน

ทุกคนรู้จักโรคเบาหวาน แต่ไม่คิดว่าจะเกิดกับตัวเอง จึงใช้ชีวิตอย่างประมาท กินอาหารทำลายสุขภาพ ขาดการออกกำลังกาย ในที่สุดโรคเบาหวานก็มาเยือน
 
รศ.นพ.สมพงษ์ สุวรรณวลัยกร รองผู้อำนวยการ (ฝ่ายบริการ) โรงพยาบาลจุฬากรณ์ สภากาชาดไทย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคต่อมไร้ท่อ บอกว่า สังคมไทยและเอเชียเปลี่ยนไป เดิมกินน้อย ออกกำลังกายมาก กลายมาเป็นกินมาก ออกกำลังกายน้อย
 
ในอดีตโรคเบาหวาน
เป็นโรคของชาวตะวันตกที่กินมาก อ้วนมาก แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้ว คนเอเชียเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นจนน่ากลัว เชื่อกันว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า

โรคเบาหวานครึ่งหนึ่งของโลก จะอยู่ในเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียอาคเนย์ประเทศในเอเชียอาคเนย์พัฒนาเร็วมาก โรคเบาหวานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น มาเลเซียประมาณ 10-11% ของประชากรเป็นโรคเบาหวาน ประเทศสิงคโปร์ 11% สำหรับประเทศไทยตัวเลขอยู่ที่ 6-7% ถ้าตัวเลขของประเทศไทยพุ่งขึ้นไปถึง 2 หลักแสดงว่าต่อไป 1 ใน 10

คนเป็นเบาหวาน โดยเฉพาะผู้สูงอายุน่าเป็นห่วงมาก เพราะทุกวันนี้ผู้สูงอายุ 2 ใน 10 คน เป็นโรคเบาหวานโรคเบาหวานไม่ได้เจอเฉพาะในผู้สูงอายุเท่านั้น คนอายุน้อยก็พบมากขึ้น โดยในเอเชียและประเทศไทยเริ่มพบคนเป็นโรคเบาหวานตั้งแต่อายุ 30 ปี คือ ผู้ป่วย 1 ใน 3 อายุประมาณ 30-35 ปีก็เริ่มเป็นโรคนี้แล้ว
 
สาเหตุที่ทำให้เป็นโรคเบาหวานตั้งแต่อายุยังน้อย เชื่อว่าเป็นเพราะพฤติกรรมการกินอยู่เปลี่ยนแปลงไป คือ กินน้ำตาล ไขมันมาก กินอาหารไม่มีประโยชน์ ขาดการออกกำลังกาย เดี๋ยวนี้บ้านเรามีปัญหาเด็กอ้วนมากขึ้น ทั้งในโรงเรียนประถม และมัธยม ส่วนหนึ่งมาจากครอบครัวเล็กลง หลายครอบครัวมีลูก 1-2 คน ลูกเป็นเหมือนหัวแก้วหัวแหวน พ่อแม่พยายามให้ลูกกินทุกอย่างที่มีอยู่ พอเด็กออกกำลังกายน้อย ส่งผลให้เป็นโรคอ้วน

แม้แต่การเรียนวิชาพลศึกษา เด็กไทยเรียนแค่ 1 วันต่อสัปดาห์ ในทางกลับกันเด็กกินน้ำอัดลมทุกวัน กินขนมกรุบกรอบทุกวัน แล้วจะไม่ให้อ้วนได้อย่างไร โรคนี้เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรม จึงต้องแก้ไขที่พฤติกรรม แต่ปัญหาพฤติกรรมแก้ไม่ได้ง่าย เพราะหลายคนยังคงกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ใช้ชีวิตไม่ถูกต้อง
 
ดังนั้นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ กินอาหารอย่างระมัดระวัง ออกกำลังกายให้มากขึ้น เพราะโรคเบาหวานเป็นแล้วไม่หาย แต่สามารถป้องกันได้ ควรดูแลสุขภาพป้องกันไม่ให้เกิดโรค ไม่ใช่เป็นแล้วค่อยมารักษาภายหลัง เพราะถ้าเป็นโรคเบาหวานแล้วต้องกินยา บางคนกินยาไม่ได้ผลก็ต้องฉีดยา มีส่วนน้อยเท่านั้นที่อาจไม่ต้องใช้ยา เนื่องจากเป็นไม่มาก และเขาสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ เช่น ลดน้ำหนักได้ คุมอาหารได้ ใส่ใจสุขภาพ

แนะนำว่าอายุ 30 ปีขึ้นไปควรไปตรวจหาเบาหวานทุกปี แต่หลายคนไม่ได้ตรวจร่างกาย มาพบแพทย์ช้า เพราะคนที่จะตรวจร่างกายเป็นประจำมีน้อย ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงาน มีสวัสดิการ คนทั่วไปทำงานส่วนตัวอยู่กับบ้านน้อยคนที่จะไปตรวจร่างกายประจำปี
 
ก่อนไปตรวจร่างกายไม่ต้องอดอาหาร เพราะเวลาเจาะเลือดไปตรวจหาเบาหวาน อาจตรวจไม่เจอ ถ้าอยากตรวจเบาหวาน อย่าหลอกตัวเอง อย่าเตรียมตัว ควรใช้ชีวิตปกติ แล้วไปตรวจเลย หลายคนเตรียมตัวก่อน จะไปตรวจร่างกายวันจันทร์ เสาร์อาทิตย์ ไม่กินอะไรเลย ระวังตัวมากเพราะกลัวน้ำตาลขึ้น แบบนี้ไม่ดี
 
ใครก็ตามที่รู้ว่ามีความเสี่ยง เช่น มีคนในครอบครัว พ่อแม่ พี่น้อง ปู่ย่าตายายเป็นโรคเบาหวานควรระวังไว้ เพราะโรคเบาหวานเป็นเหมือนภัยเงียบ ระยะแรกอาจไม่มีอาการอะไร ถ้าไปตรวจร่างกายน้ำตาลในเลือดสูงกว่า 180-200 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร แสดงว่าเป็นโรคเบาหวานมาประมาณ 3-4 ปีแล้ว ไม่ใช่เพิ่งเป็น
 
ที่น่าห่วง คือ เบาหวานขึ้นจอประสาทตาพบเยอะมาก ในบ้านเราตาบอดอันดับ 1
สาเหตุ มาจากโรคเบาหวาน การตัดเท้าก็เช่นกันถ้าไม่นับอุบัติเหตุ เหยียบกับระเบิด ส่วนใหญ่เกิดจากโรคเบาหวาน แม้กระทั่งคนไข้ที่มานอนโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้มากกว่าครึ่งหนึ่งล้วนเป็นโรคเบาหวาน คนไข้ที่มาลงทะเบียนล้างไตทั่วประเทศก็เช่นกัน 70% เป็นโรคเบาหวาน.


 


( ขอบคุณ ภัยเงียบเบาหวาน จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ คอลัมน์คุณหมอขอบอก )


ด้วยความปรารถนาดี กานดา แสนมณี