วันนี้คุณทานผักหรือยังค่ะ?
ในผักมีอะไร ผักเป็นอาหารที่มีคุณค่ามากชนิดหนึ่ง เพราะมีสารอาหารที่ร่างกายต้องการ เช่นเกลือแร่ วิตามิน อยู่เป็นจำนวนมาก สารบางอย่างจะมีเฉพาะในผักเท่านั้นสิ่งสำคัญที่พบมากในผักทุกชนิดคือ "ใยพืช" (Fiber) ซึ่งเป็นส่วนที่ย่อยไม่ได้และไม่ให้พลังงาน นอกจากมีมากในผักแล้วยังพบได้ในถั่วต่างๆ เช่น ถั่วฝักยาว ถั่วลันเตา ข้าวซ้อมมือ ข้าวแดง เป็นต้น ใยพืชมีประโยชน์อย่างไร 1. ให้พลังงานน้อย 2. ลดอัตราการดูดซึมของน้ำตาล ทำให้ระดับน้ำตาลภายหลังอาหารลดลง 3. ช่วยลดการดูดซึมไขมัน 4. กระตุ้นลำไส้ให้ทำงานดีขึ้น ทำให้ท้องไม่ผูก ป้องกันโรคริดสีดวงทวารโรคมะเร็งลำไส้ เป็นต้น มากินผักกันเถอะ

การรับประทานผักจำนวนมาก ๆ หลายชนิดเป็นประจำนอกจากทำให้ร่างกายแข็งแรงและเจริญเติบโตแล้ว ยังสามารถป้องกันโรคบางชนิดได้ดังตัวอย่างต่อไปนี้

เห็ดหอมเป็นเห็ดมีขายกันในรูปเห็ดตากแห้ง เห็ดหอมมีรสหวาน มีกลิ่นหอมสารเคมีที่พบมีเส้นใย ไขมัน คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็กและวิตามินบีมีการทดลองพบว่าเห็ดหอมมีฤทธิ์ลดโคเลสเตอรอลในเลือดถ้ารับประทานเห็ดหอมเป็นยาบำรุงกำลังช่วยย่อย ลดอาการเบื่ออาหารงามีกลิ่นหอม มีน้ำมันมาก มีโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรด วิตามินบี 1, บี 2, วิตามินอี และเกลือแร่หลายชนิด สรรพคุณบำรุงกำลัง แก้ท้องผูก ผมหงอกก่อนวัยลดโคเลสเตอรอลในเลือด และเสริมภูมิต้านทานโรค ถ้ารับประทานเป็นประจำข้อระวังผู้มีท้องร่วงเรื้อรัง ไม่ควรรับประทาน<p style="margin-left: 36pt">ถั่ว </p> <p style="margin-left: 36pt"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">ได้แก่ ถั่วลันเตา ถั่วแขก มีสารอาหารที่สำคัญคือ โปรตีน ไขมันและเกลือแร่หลายชนิด มีคุณค่าอาหารครบถ้วน มีสรรพคุณบำรุงร่างกาย ขับปัสสาวะลดอาการบวมน้ำได้ </p> <p style="margin-left: 36pt">ขี้เหล็ก</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">ใช้ใบรับประทาน ใบขี้เหล็กมีวิตามินเอ วิตามินซี เส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัสเหล็ก วิตามินบี 1 และไนอาซิน </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">สรรพคุณทางยาของใบขี้เหล็กมีสารชนิดหนึ่งออกฤทธิ์ต่อประสาททำให้นอนหลับดีแก้ท้องผูกได้ดี และบำรุงร่างกาย </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">ตำลึง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">เป็นไม้เถา ใช้ใบรับประทาน เป็นพืชมีคุณค่าสูงทั้งวิตามินเอแคลเซียมช่วยบำรุงกระดูก ยังมีโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรด ฟอสฟอรัส เหล็กเหมาะเป็นอาหารบำรุง นอกจากนี้ตำลึงยังมีคุณสมบัติแก้แพ้ได้ดีโดยนำใบมาพอกบริเวณโดนสัตว์กัดต่อย </p> <p style="margin-left: 36pt">มะระ </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">เป็นผักจำพวกแตง มีรสขม เป็นยาดับร้อน ถอนพิษไข้ แก้กระหายมีการทดลองกินมะระลดน้ำตาลในเลือดได้ (ส่วนเม็ดมะระจีนแก่จัดตากแห้งแกะเปลือกนอกออกนำมาบดให้ละเอียด ละลายน้ำร้อนกินวันละครั้งก่อนนอน จะแก้อาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหารและกระตุ้นความรู้สึกทางเพศได้) </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">หัวปลี</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">เป็นส่วนดอกของต้นกล้วย ใบหัวปลีมีธาตุเหล็ก จึงบำรุงเลือด แก้โลหิตจางและยังคงลดน้ำตาลในเลือด และแก้โรคเกี่ยวกับลำไส้ การนำมาปรุงอาหารได้แก่ ยำหัวปลีหรือรับประทานสดก็ได้</p> <p style="margin-left: 36pt">เกร็ดเล็กน้อยในการปรุงอาหารผักให้ได้คุณค่า</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">1. การหั่นผักแล้วล้าง น้ำจะทำให้วิตามินซีในผักสูญเสียไปเพราะวิตามินซีสลายตัวได้ง่ายในน้ำ ดังนั้นจะต้องล้างผักก่อนแล้วจึงหั่นและเมื่อหั่นเสร็จแล้ว ควรปรุงทันที</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">2. หลังปรุงแล้วควรรับประทานทันที เพราะการทำทิ้งไว้นาน ๆ หลังปรุงจะทำให้สิ่งมีคุณค่าทางอาหารสูญเสียไปได้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">3. วิธีการหุงต้มผักทุกชนิดล้วนมีผลต่อการสูญเสียวิตามินซีเนื่องจากวิตามินซีละลายน้ำได้ ดังนั้นการรับประทานผักต้มจะต้องรับประทานน้ำแกงด้วย การต้มควรจะต้มในน้ำน้อย ๆ และใช้เวลาสั้น ๆ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">4. การปรุงอาหารจำพวกผัก ถ้าเติมน้ำส้มสายชูลงไปเล็กน้อยจะช่วยเพิ่มรสชาติอาหาร และรักษาวิตามินซีไว้ด้วย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal">5. เครื่องครัวที่ใช้ผัดหรือต้มผัก ควรเป็นพวกเหล็กเพราะจะทำให้วิตามินสูญเสียน้อยกว่าพวกทองแดง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center"></p> <p style="margin-left: 36pt">  </p> <p style="margin-left: 36pt"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center"></p><p style="margin-left: 36pt"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center"></p>