มีความจำเป็นที่จะอนุรักษ์ทางธรรมชาติ คืออนุรักษ์ด้วงงวงช้างดอกปาล์มน้ำมันให้มีไว้ในสวนปาล์มอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยในการผสมเกสร ด้วงชนิดนี้ขยายพันธุ์ได้รวดเร็วและไม่ทำอันตรายต่อต้นปาล์ม
เมื่อเร็วๆนี้ทางทีมงานมีโอกาสไปเยี่ยมเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันที่
หมู่ที่๗ ตำบลระหาน อำเภอบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชรคือคุณชูชัย กลิ่นเกษร มีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันไปแล้ว ๖๕ ไร่
ขณะนี้ต้นปาล์มมีอายุ ๕ ปีแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าจากการที่ทางทีมงาน
ได้ไปเยี่ยมสวนปาล์มน้ำมันของเกษตรกรในเขตจังหวัดกำแพงเพชรมาหลายสวนแล้ว
สวนปาล์มน้ำมันของอาจารย์ชูชัย กลิ่นเกสร
นี้นับว่าเป็นสวนที่มีการดูแลรักษาต้นปาล์มที่ดีสวนหนึ่งที่เกษตรกรเจ้าของได้มีความรู้
และนำความรู้ไปปฏิบัติในสวนจนเห็นผลค่อนข้างชัดเจนครับ

คุณชูชัย ได้เล่าให้ทีมงานฟังว่า
ตนเองอดีตเป็นข้าราชครู แต่ต่อมาได้ลาเกษียณอายุก่อนกำหนด มาหลายปีแล้ว
เริ่มแรกมาทำสวนส้มที่กำแพงเพชร จำนวน ๖๕ ไร่ แต่ส้มไม่ยั่งยืนไปไม่รอด
จึงได้ปรับปรุงพื้นที่ในสวนส้มเดิม โดยปรับเปลี่ยนมาปลูกปาล์มน้ำมันแทนส้ม
การทำสวนปาล์มน้ำมันของตนเอง ใช้หลักการสร้างต้นปาล์มให้สมบูรณ์ลำต้นใหญ่
(สะโพกใหญ่)ปีแรกจะยังไม่มุ่งเก็บผลผลิต
ดูแลรักษาบำรุงให้ต้นสมบูรณ์และแข็งแรงก่อน ขณะนี้ผลผลิตปาล์มเริ่มออกแล้ว
คุณชูชัย
ได้เล่าต่อไปอีกว่าข้อสำคัญที่พบตนเองในช่วงที่ปาล์มน้ำมันกำลังออกดอก จะสังเกตว่าในสวนปาล์มก็จะมีทั้งช่อดอกตัวผู้และช่อดอกตัวเมีย ซึ่งจะแยกกันอยู่กันคนละช่อดอก
จึงมีความจำเป็นที่จะอนุรักษ์ทางธรรมชาติ
คืออนุรักษ์ด้วงงวงช้างดอกปาล์มน้ำมันให้มีไว้ในสวนปาล์มอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยในการผสมเกสร
ด้วงชนิดนี้ขยายพันธุ์ได้รวดเร็วและไม่ทำอันตรายต่อต้นปาล์ม
พบว่าให้ผลเป็นที่น่าพอใจจากการสังเกตเต็มวัยมีความไวต่อกลิ่นของดอกตัวผู้มาก
การช่วยผสมเกสรเกิดจากละอองที่ติดตามลำตัวเมื่อไปตอมดอกตัวเมียในช่วงระยะหนึ่ง ทำให้ละอองตกบนดอกตัวเมีย
เกิดการผสมพันธุ์ การติดผลต่อทะลายก็เพิ่มมากขึ้น
ดอกตัวเมีย ดอกตัวผู้
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ใต้ร่มปาล์ม ต้นปาล์มน้ำมันที่สมบูรณ์(อายุ๕ ปี)
ประเด็นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในสวนปาล์มน้ำมันของคุณชูชัย กลิ่นเกษร
ในครั้งนี้ ทางทีมงานก็ได้เรียนรู้การดำรงชีวิตของด้วงงวงดอกปาล์มน้ำมันในสวนปาล์ม การติดผลดกของปาล์มน้ำมันส่วนหนึ่งเกิดจากมีแมลง(ด้วงงวงดอกปาล์มน้ำมัน)ช่วยผสมเกสรให้แมลงนี้มีช่วงชีวิตอยู่ ๓o วันซึ่งจะบินเร่ร่อนในสวนปาล์มน้ำมันซึ่งจะกัดกินดอกเพศผู้ของปาล์มน้ำมันเป็นอาหาร
แต่ด้วยการมองไม่แม่นยำหรือเข้าใจผิด ไปสัมผัสดอกเพศเมียอยู่บ่อย
ๆจึงกลายเป็นตัวช่วยผสมเกสรในช่วงที่ดอกต่างบานเต็มที่ดอกเพศผู้จะทำให้กลิ่นของเกสรฟุ้งกระจายมากทำให้มีด้วงงวงจำนวนมากบินมาเยี่ยมเยือนที่ต้นปาล์มน้ำมันเหล่านั้นยามเมื่อเราเดินเข้าไปใกล้ต้นปาล์มน้ำมันก็จะได้รับกลิ่นหอมของเกสรปาล์มเช่นกัน
ณ.ปัจจุบันก็พบว่ามีเกษตรกรที่ปลูกปาล์มน้ำมันเกือบจะทุกสวนให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ด้วงงวงดอกปาล์มน้ำมันให้มีอยู่ในสวนปาล์มอย่างต่อเนื่องนั่นเองครับ
เขียวมรกต
๒o ธค.๕๕

