ตะกร้าใบใหญ่

   

“เดิมทีอ้อมเป็นเด็กที่มีร่างกายปกติดีค่ะ  เดินได้  พูดได้เหมือนคนอื่น ๆ นั้นแหละ เคยไปเรียนหนังสือชั้นอนุบาลครั้งหนึ่งตอนที่แม่กับพ่อเค้ายังอยู่ที่บ้าน” แมวเล่าให้ฟังระหว่างทางขณะพาพวกเราเข้าไปเยี่ยมน้องอ้อม

  ย้อนไปเมื่อ 3-4 เดือนที่ผ่านมา ฉันในฐานะนักสังคมสงเคราะห์ออกสำรวจและเยี่ยมบ้านผู้พิการ แมวเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบ.ต.) พาเราเดินไปตามถนนคอนกรีตแคบ ๆ ที่สองข้างทางเป็นสวนรกทึบต้นไม้น้อยใหญ่หนาแน่นจนมองไม่เห็นว่าจะมีบ้านสักหลัง แมวพาเดินมาจนมาถึงบ้านหลังเล็ก ๆ หลังหนึ่งซึ่งมีสภาพทรุดโทรม หน้าบ้านเป็นที่โล่งแคบเชื่อมออกมาที่ทางเดิน มีลูกกรงกั้นระหว่างทางเดินที่เป็นถนนคอนกรีตกับพื้นบ้าน มองจากข้างนอกจะเห็นมีข้าวของเครื่องใช้แขวนระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ ถัดออกไปเป็นห้องนอนสองห้องที่ทำจากเศษไม้อัดมาแปะ ๆ ให้เป็นฝาบ้านระหว่างห้องนอนสองห้องนั้นจะถูกเว้นไว้เป็นทางเดิน และช่องทางเดินนั้นจะมองเห็นเปลคล้ายตะกร้าใบใหญ่วางอยู่กับพื้นหน้าห้องนอน

  ยายจันทร์เจ้าของบ้าน อายุประมาณ 80 ปี เป็นย่าของอ้อม มีอาชีพเก็บของเก่าขาย

“ทุกวันยายจันทร์จะออกหาของเก่าพวกขวด พลาสติก กระดาษ หรือ บางวันก็หาแถวละแวกบ้าน ถ้าไม่มีก็จะออกไปไกลหน่อย บางทีก็หาเก็บผักหญ้าตามสวนไปขาย” แมวแนะนำพร้อมบอกข้อมูลเบื้องต้นให้เราฟัง ระหว่างนั้นยายจันทร์ก็ได้พาเราเดินไปที่ตะกร้าใบใหญ่ ที่วางอยู่กลางห้อง

มันเป็นเปลที่มีเด็กผู้หญิง อายุสัก 8 ขวบนอนอยู่

อ้อมเป็นเด็กผู้หญิงคนนั้น เธอตัวเล็กผอม แขนขาลีบ บางครั้งมีอาการชักเกร็ง พูดไม่ได้ นัยน์ตาส่ายไปสายมา หัวกระดกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นพวกเราเดินเข้าไป เหมือนอยากให้เราอุ้ม

ตะกร้าหวายใบใหญ่ที่อ้อมนอนอยู่มีสภาพชำรุด หวายบางเส้นขาด บางเส้นก็หักงอไปมา ขาสองข้างของอ้อมยื่นออกมาตามรอยหวายที่ขาดเลยออกนอกตะกร้า ที่นอนที่อยู่ในเปลก็ดูเก่าคล่ำ

ทำไมอ้อมจึงอยู่ในสภาพพิการซ้ำซ้อนช่วยตนเองไม่ได้เลย เกิดอะไรขึ้นกันแน่  พ่อกับแม่ไปไหน ก่อนหน้านี้มีใครเคยพาน้องอ้อมไปรักษาฟื้นฟูบ้างหรือไม่  และอีกหลาย ๆ คำถามที่มันวนเวียนอยู่ในหัว

ฉันตัดสินใจนำเรื่องน้องอ้อมไปปรึกษาหมอทางกายภาพ

“คุณหมอค่ะคุณหมอจำเด็กพิการที่ชื่ออ้อมได้มั้ยค่ะ”

ฉันถามพร้อมกับหยิบรูปจากกระเป๋าให้คุณหมอดู “น้องเค้ามีโอกาสฟื้นฟูให้ดีขึ้นได้มั้ยค่ะ มันจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน เขาจะช่วยเหลือตนเองได้บ้างไหมคะ” คุณหมอให้ความหวังและแนะให้พาน้องอ้อมมาให้คุณหมอดูอีกครั้ง

ฉันได้โทรติดต่อแมวให้ไปบอกยายจันทร์ให้พาอ้อมมาโรงพยาบาล แต่ยายจันทร์เองก็แทบเอาตัวเองไม่รอดอยู่แล้ว จนสุดท้าย แมวก็เป็นธุระพาน้องอ้อมมาโรงพยาบาลทุกครั้งที่หมอนัดทำกายภาพ

เรื่องราวของอ้อมถูกถ่ายทอดจากแมวให้ฉันได้รับรู้ ก่อนหน้าที่อ้อมจะพิการนั้นอ้อมเป็นเด็กที่ซุกซนมาก แม่อ้อมเป็นคนโมโหร้ายชอบทำโทษอ้อมอย่างรุนแรงเสมอ ๆ คำบอกเล่าของแมวทำให้นึกถึงคำพูดของยายจันทร์ “แม่มันติดเหล้า ติดยา มันชอบตีลูกแรง ๆ ฉันเคยห้ามมันนะ มันบอกลูกของมันอย่ามายุ่ง  ส่วนพ่อมันก็เฉย ๆ เช้าก็ไปทำงานเย็นก็กินเหล้ากับเพื่อน ฉันก็เลยปล่อยมัน ไม่ยุ่งกับมัน”

แมวเล่าต่อว่า  ช่วงอายุประมาณ 4 ขวบ อ้อมเกิดอุบัติเหตุตกจากบ้านถูกกระเบื้องบาดลึกทั้งที่หัวเข่าและใต้ฝ่าเท้า แผลอักเสบ มีไข้และเกิดอาการชักบ่อย ๆ แม่อ้อมพาไปรักษาอย่างไรก็ไม่รู้แต่หลังจากนั้นอ้อมก็ไม่ยอมเดินอีกเลย

ช่วงที่แมวพาอ้อมมาทำกายภาพอยู่นั้น มีอยู่วันหนึ่ง อ้อมเกิดไม่สบายตัวร้อนมาก หมอให้ยาไปกินที่บ้าน  แมวบอกกับยายจันทร์ว่ายากินอย่างไรและให้เวลาใด ผลปรากฏว่ายาไม่ได้ถูกเปิดให้กิน

ฉันรู้สึกเศร้าใจจริง ๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับอ้อมก่อนหน้านี้ อุบัติเหตุ การดูแลที่ขาดความพร้อมทั้งด้านการเงิน การศึกษาและสติปัญญาของพ่อแม่   การถูกปล่อยปละละเลย ความจำเป็นในเรื่องการทำมาหากินและการติดเหล้าติดยาของพ่อแม่

ถ้าจะช่วยฟื้นฟูชีวิตอ้อมอย่างจริงจังคงต้องพาไปอยู่ในสถานสงเคราะห์ผู้พิการ ติดปัญหาว่ายายจันทร์จะยอมหรือไม่ แต่เมื่อฉันได้ประสานงานให้นักสังคมสงเคราะห์ไปเยี่ยมบ้านอ้อมอีกครั้งเพื่อพูดคุยกับยายจันทร์ให้เข้าใจถึงการช่วยเหลือน้องอ้อม ยายจันทร์ก็ไม่ปฏิเสธ

วันที่ทีมงานของเราได้ไปรับน้องอ้อมเพื่อไปส่งที่สถานสงเคราะห์ แววตาของอ้อมที่มองยายทำให้ฉันไม่แน่ใจว่าเราทำถูกหรือไม่ ส่วนยายเองก็ร้องไห้ เจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปปลอบและแจ้งว่ายายคิดถึงเมื่อใดบอกเจ้าหน้าที่ได้จะพาไปเยี่ยม

 อ้อมออกเดินทางไปแล้ว ตะกร้าใบใหญ่ถูกทิ้งไว้อยู่เบื้องหลัง ฉันมองตะกร้าเก่าๆ ใบใหญ่อีกครั้ง ไม่แน่ใจว่า สำหรับอ้อม ตะกร้าใบนี้เป็นกรงขังที่พันธนาการอ้อมไว้

หรือเป็นเปลนอนที่แสนอบอุ่นของเธอกันแน่