หากชีวิต เปรียบดังทะเล ฉันคงคล้ายเป็นเรือร่องไป ให้ลมพาพัดไป ไร้ทิศทาง


สุดขอบฟ้า กว้างใหญ่ ใครรู้บ้าง สุดท้ายหนทาง จะร้ายหรือดี


มีความหวัง ฝั่งอันแสนไกล เห็นเพียงแสงรำไรอ้างว้าง จะมีใครสักคน หรือไม่มี


หากคืนไหนไร้ดาว เหงาทุกที ชีวิตก็อย่างนี้ อยากมีความหมาย


เราคงเป็นดั่งเรือน้อยลำหนึ่ง ในทะเลแห่งชีวิตกว้างใหญ่ ฟ้าคลื่นลมซัดมาก็หวั่นไหว


ในใจมีแต่จุดหมายคือฝั่ง มันจะไกลสักเพียงไหนต้องไป แม้ว่าในหัวใจ ไม่มีใครเลย


ฉันคงเป็นแค่เพียงผงฝุ่นในสายลม ไม่มี ไม่มีความหมายใด ไม่มีใคร


มรสุมพัดผ่าน ทานไว้ได้ ชีวิตวันต่อไป ไม่มีใครรู้


เราคงเป็นดั่งเรือน้อยลำหนึ่ง ในทะเลแห่งชีวิตกว้างใหญ่ ฟ้าคลื่นลมซัดมาก็หวั่นไหว


ในใจมีแต่จุดหมายคือฝั่ง มันจะไกลสักเพียงไหนต้องไป แม้ว่าในหัวใจ ไม่มีใครเลย

เพลง "เรือลำหนึ่ง"

ศิลปิน ธนพล อินทฤทธิ์ GMM Grammy


ชีวิตเราเปรียบเหมือนเรือจริงหรือ

ถ้าเป็นเหมือนเรือ ใครล่ะเป็นคนพาย

ใครเป็นคนสร้างแผนที่ กำหนดเข็มทิศ

ใจเรากำหนดเองได้หรือไม่ เราพายเรือไปด้วยตนเองได้หรือเปล่า

นั่นน่ะสิเน๊อะ

การคิดใหม่ ทำใหม่ พยายามเดินไปในทางใหม่ ๆ ที่คนส่วนใหญ่เขาไม่เดิน ทำไมถึงต้องถูกคนส่วนใหญ่ตัดสินด้วยว่า "ทางนั้นผิด"

ผิดเพราะคนส่วนใหญ่เขาไม่เดินกัน

ชีวิตไม่ได้เป็นดั่งเช่น "นิยาย"

เพราะเราไม่สามารถใช้มือทั้งสองรังสรรค์ความสวยงามด้วยตนเอง แล้วใช้ใจของตนเองตัดสินความถูกผิดหรือตัดสินว่าสิ่งที่เราทำนั้นสวยงามหรือไม่สวยงาม

คนพูดคือคนถูก คนเงียบคือคนผิด

คนพูดเสียงดังมากก็ยิ่งถูกมาก คนพูดน้อยความถูกก็มีน้อยหรือถ้าคนไม่พูดความถูกก็ยิ่งจะไม่มีเลย

"การไม่พูด ก็คือ การยอมรับความผิดโดยดุษฎี"

วันนี้เราคงทำอะไรไม่ได้มากนัก คงทำได้แต่การนั่งรอเวลาให้ความจริงปรากฏออกมา

สักวันหนึ่ง วันนั้น ทุกคนคงจะได้รู้ว่า "ความจริงแท้นั้นคืออะไร"