ฉันเหยียบผืนแผ่นดินนี้ครั้งแรก ด้วยความรู้สึก "หงุดหงิด"และ"กระสันอยากรู้" ... เสียเหลือเกินว่า .. " อะไรดลใจให้หอบสังขารตัวเองข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่นี่กันนะ !! "

เกือบ 6 ชั่วโมง บนเที่ยวบินของสายการบินแห่งชาติ ... ตอนนี้ ฉันกำลังล่องลอยอยู่เหนือประเทศอะไร .. ข้ามผ่านประเทศอะไรบ้างนะ .. ทำไมมันนานแบบนี้ ... ที่เห็นจะต้องอดทนแบบสุดๆที่ชีวิตนี้ไม่เคยพบเคยเจอ ก็คือ "กลิ่น"

เนื่องจากเที่ยวบินนี้ก่อนจะถึงประเทศที่หมายจะทำการจอดพักที่ประเทศปากีสถาน ให้ผู้โดยสารบางส่วนลงก่อน ..

คงพอเดาออกว่า เจ้าต้นเหตุแห่งกลิ่นนี้ มาแต่ที่ใดกัน ...

"ไม่ไหวแล้วนะ!" เมื่อไหร่จะถึงซักที !!! .... ฉันนั่งเคาะนิ้ว สบถอยู่คนเดียวในใจ ..

 

 


 

ฉันเหยียบผืนแผ่นดินนี้ครั้งแรก ด้วยความรู้สึก "หงุดหงิด"และ"กระสันอยากรู้" ... เสียเหลือเกินว่า .. "อะไรดลใจให้หอบสังขารตัวเองข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่นี่กันนะ !! "

Seeb International Airport,Muscat of the sultanate of Oman ... พวกเราร่วม 45 ชีวิต หญิงไทยทั้งหมด นับเป็นกลุ่มใหญ่มากเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับ สนามบินแห่งชาติขนาดพกพาชนิดเล็กกระทัดรัดแห่งนี้ ... มันก็ไม่แปลกหรอกที่เวลาเดินออกมา ทุกสายตาจะจับจองพวกเรา ตื่นตา ระคนสงสัย ...

"พวกฉันคงสวยมากเลยสินะ มองกันไม่วางตาเลย".. ความคิดกระแทกแดกดัน ประชดประชันเกิดขึ้นทันทีในสมอง เมื่อฉันสบตาเข้ากับกลุ่มคนเหล่านั้น

ประตูบานเลื่อน เลื่อนออกจากกัน ฉันกัดฟันแน่น และระบายลมหายใจแรงๆออกมา พร้อมกับกระแสความร้อนระอุ ที่ผ่านหน้าเข้ามา ฉันหยีตาทันที

"ถึงซักทีสินะ ... โอมาน" 

 


 

 

“แขกขาว” นี่คือนิยามแรกในหัวของฉันกับคนที่นี่

ถ้าจะนับว่าผู้คนที่นี่เป็นแขกขาวทั้งหมดซะเลยทีเดียว มันก็คงไม่ใช่ อันที่จริงแล้วผิดถนัดเลยก็ว่าได้...

ประวัติศาสตร์ชาติโอมานนั้นระบุไว้ว่า ได้เริ่มก่อตั้งเผ่าพันธุ์ตั้งแต่ครั้ง 100,000ปีก่อน เลยก็ว่าได้ ผู้คนได้อพยพมาจากทางชายฝั่งแอฟริกา ผ่านมาเรื่อยไปตามแนวประเทศเยเมน ซึ่งอยู่ทางใต้ของประเทศโอมานปัจจุบันเรื่อยมาจนถึงชายฝั่งทะเลของประเทศโอมาน ..

 

 

การก่อสร้างชนชาตินี้มีมาอย่างยาวนาน ครั้งนึงที่ฉันได้อ่านเพื่อรวบรวมข้อมูล .. มันทำให้ฉัน “มึน”  ซึ่งเอาจริงๆนะ เพิ่งจะมีการสังขยานาประวัติศาสตร์ชาติได้จริงจังเมื่อไม่นานมานี้เอง หลังสงครามโลกครั้งที่สองที่มีการสำรวจและศึกษาประวัติคาบสมุทรอาหรับ จากนั้นจึงมีพระราชดำรัชขององค์สุลต่าน ที่จะมีการศึกษารวบรวมประวัติการสร้างชาติโอมานขึ้นมา

 “โอมาน” ชื่อนี่ท่านได้แต่ใดมา .. ไม่เกี่ยวกับนาธานนะ

“อะไรๆก็นาธาน... นาธาน” ฉันสบถในใจ เมื่อคีย์เวิร์ดทั้งหมดที่ฉันได้พบในภาษาไทย ของ “โอมาน” ในประเทศไทย มันมีความเกี่ยวพัน หรือบางครั้ง หมายถึงชื่อของอดีตนักร้องไทยคนหนึ่งที่เคยมีชื่อเสียงและชื่อเสียสุดๆในยุคหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว..

ฉันอยากจะตะโกนกรีดร้องให้สุดเสียง ประหนึ่งว่าตนเอง คือ โอมานนี่ (Omani) ว่า ”มันไม่ใช่โว้ยยยย”

“โอมาน คือชื่อ ของประเทศหนึ่ง ในตะวันออกกลาง จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน”

----------------------------------------------

 

“ฉันมาทำอะไรที่นี่(ว่ะ)..” นั่นคือ คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาเมื่อฉันนั่งมองผ่านกระจก ของมินิแวน ที่พวกเราทั้งหมดกำลังโดยสารอยู่  มันเป็นบริการรับ-ส่งจากสนามบินไปยังที่พักของ ฉันและชาวคณะ ในคืนนี้

นอกจากอุณหภูมิ ที่ทำให้ฉันรู้สึก กึ่งสุกกึ่งดิบ ถ้าอยู่บนเตา คงอยู่ในระดับไฟอ่อน บวกกับทั้งสองข้างทางที่ฉันกำลังผ่านนั้น ช่างมืด ฉันสังเกตเห็นต้นไม้ที่”เพิ่งปลูก” ไม่กี่ต้นตามไหล่ทาง .. ฉันห่อไหล่ ย่อคอ เข้าและย่นจมูก .. ตามวิสัยของตัวเอง เมื่อรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจกับอะไรบางอย่าง ..

ฉันก้มมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง .. เมืองไทยจวนจะตีสองแล้ว .. ฉันมองนาฬิกาครั้งสุดท้ายที่สนามบิน ตอนนั้น เพิ่งจะ 4 ทุ่มกว่า .. “เวลาที่นี่ ช้ากว่า เมืองไทย 3 ชั่วโมง..”

 

ฉันรู้สึกหงุดหงิด ระคนไม่พอใจไปซะหมด กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันขณะนั้น คำถามวนๆซ้ำๆเดิมๆ ว่าฉันคิดอะไรอยู่ ฉันตัดสินใจผิดหรือถูกกันแน่ ... ฉันกำลังจะถูกไหม้.. ฉันกำลังไหม้เกรียม ... ทำไมมันร้อนแบบนี้นะ!!

... ฉันกำลังน้ำตาไหล ...

... ฉันคิดถึงครอบครัว ...

... ฉันเดินมาไกลมากแล้วนะ ... และการถอยหลังกลับ มันขัดกับสันชาติญาณเหลือเกิน ..

... ฉันกำลัง ตื่นตะลึง ... 

ในรถมินิแวนขณะนี้ ไม่ว่า คนอื่นๆจะอยู่ในสภาวะไหนๆ เสียงจ่อกแจก จอแจ มันก็แค่โสตประสาทของฉัน .. มันแค่ผ่านไป .. ฉันอยู่คนเดียวท่ามกลางความมืด .. กับความรู้สึกของตัวเองที่ดำดิ่งลึกไปถึงที่ใดนั้นเกินจะคาดเดา

“หรือฉันกำลังหลงมาที่นรกขุมไหนกันแน่”

----------------------------------------------------------------------------------------

 

“นี่มันคุกชัดๆ” เสียงเพื่อนคนหนึ่งของเรา เปรยขึ้นมาฉันเดาว่านี่คงเป็นคำชมเชยสถานที่ที่เราอยู่ ขณะนี้

ถามกลางแสงแดดจ้าที่กำลังแผดเผาฉันอยู่เหมือนเสียงกรีดร้องของเด็กสาวในsilent hill เราถูกทิ้งไว้ที่หน้าสถานที่ราชการแห่งหนึ่ง .. ฉันเงยหน้าขึ้นมองสัญลักษณ์ มีดสั้นไขว้กัน ที่อยู่ตรงหัวตึก ...

นี่ถ้าเป็นแถวบ้านคงเรียกว่าศาลากลางสินะ ..วันนี้ฉันต้องมาทำ “บัตรประชาชน(resident card)”สำหรับบุคคลต่างชาติที่เข้ามาทำงานที่นี่ บริษัทจะต้องนำลูกจ้างเหล่านั้น มาทำบัตรประจำตัวประชาชน เพื่อบันทึกประวัติ ข้อมูล

“วันนี้ฉันเป็นresident of Oman แล้วนะ” .. รู้สึกยินดีกับการได้มาของบัตรประชาชนใบที่สอง แต่ก็ระคนสมเพช กับหน้าตาในบัตรเสียเหลือเกิน .. เพราะหญิงที่เพิ่งผ่านสงครามโซมาเลียมายังดูดีกว่าฉันในรูปเสียอีก

 

สถานที่ราชการที่นี่ก็คงจะไม่ต่างจากประเทศไทยสักเท่าไหร่นัก ที่มักจะประดับด้วยธงและมีตราสัญลักษณ์ประเทศ

ธงชาติ2ที่นี่ ประกอบด้วยแถบสามสี คือ สีแดง ที่หมายถึงเลือดเนื้อและบรรพบุรุษผู้ก่อสร้างชาติและชาวโอมาน  สีเขียว ที่หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ของประเทศ และสีขาว คือความสงบสุขและความเป็นเอกราชของประชาชน ที่มุมบนซ้ายของผืนธงมีสัญลักษณ์ มีดสั้น(Kanjar)คู่ไขว้กันอยู่ และนี่คือ อาวุธประจำชาติโอมาน

----------------------------------------------------------------------------------------

“โอมาน หรือรัฐสุลต่านโอมาน (Sultanate of Oman‎) เป็นประเทศมุสลิม ที่อยู่ในคาบสมุทรอาหรับ หนึ่งในสมาชิกประเทศตะวันออกกลางแห่งนี้ มีพรมแดนทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือติดกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทางตะวันตกติดกับซาอุดีอาระเบีย และทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับเยเมน อีกอย่างที่เธออาจจะยังไม่รู้ก็คือ ประเทศของเราหน่ะ ยังมีดินแดนส่วนแยกอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(U.A.E)ด้วยนะ”

“จริงเหรอ”

“ก็จริงหน่ะสิ ... เจ๋ง ใช่มั้ยละ”

ฉันนั่งฟังคำบอกเล่าจาก นาเดอร์ (Nader) ชายเพื่อนชายชาวโอมาน สดๆร้อนๆ อันที่จริงฉันก็ยังไม่ได้จะผูกสัมพันธ์ที่จะรับตาคนนี้เป็นเพื่อนมากเท่าไหร่นักหรอกนะ แต่มันดันเหมาเรียกเราว่า “เฟรนด์”(friend) ไปแล้ว .. ฉันก็ทำได้แต่เบ้ปาก หน้าเหว่อๆ คิดในใจว่า เหรอ(ว่ะ)

นาเดอร์ อายุน้อยกว่าฉันไม่กี่ปี แต่เทียบลักษณะทางกายภาพของบอกเลยว่า ไปไกลกว่าฉันหลายขุมนัก อาชีพหลัก รับราชการอยู่ในกระทรวงหนึ่งเกี่ยวกับการศึกษาของรัฐ ส่วนอาชีพเสริม น้องแกขับแท็กซี่ หารายได้เสริม .. อืม เป็นวัยรุ่นยุคใหม่คนหนึ่งที่น่าชื่นชมนะ

“นี่ .. เธอ ยังไม่เคยไปเที่ยว แถวๆQurum มั้ยล่ะ”

“จะไปเคยได้ยังไงละ.. เอ้ออ !!” บอกตรงบางที่ฉันก็นึกรำคาญ คนประเทศนี้นะ ไอ่พวกที่จะนึกมีอัธยาศัยดีเหลือเกิน ก็ช่างเป็นมิตรกันจนดูซื่อไปซะหมด เห็นเราเป็นเหมือนญาติ เป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานานนม ส่วนอีกจำพวกหนึ่ง ..หืม ก็ชวนให้ฉันได้พึงระวังตัวไว้สมคำเล่าลือกันเลยทีเดียว ...

“โอมาน หน่ะนะ กว้างประมาณ 309,500 เอิ่ม...เอ่อ..”

“ตารางกิโลเมตร .. ใช่ไหม”

“อือๆ.. ใช่ แล้วก็มีคนโอมานนี่ ประมาณ 3ล้าน1กว่าคนหน่ะ หมายถึงคนโอมานเลยนะ นอกนั้นก็เป้นพวกอินเดียซะมาก รองลงมาก็จะเป็นพวกปากีสถาน  บังกาลี(บังกลาเทศ) ก็เยอะนะ พวกนี้โหด แล้วก็โมรอคโคกับเตอร์กิช”

ฉันเริ่มเลิกคิ้วข้างหนึ่ง แล้วเกาคาง พลางคิดในใจว่า ประเทศนี้มันช่างกระจิดริดเสียอะไรอย่างนี้ นี่ประชากรสะสมกันมากี่ร้อยปีแล้วเนี่ย ยังน้อยกว่า จังหวัดเล็กๆบ้านเกิดของฉันเสียยิ่งกระไรนัก ..

“ฉันอยากรู้นัก .. ครั้งแรกที่คนประเทศเธอเจอ “ฝน” หน่ะรู้สึกยังไง”

“โอ้ โหยนี่ ก่อนเธอจะมานะ เมื่อปี2005-2006 ช่วงเดือน มิถุนายน หน่ะหนักเลย ฝนตกถล่มทลาย เพราะพายุไต้ฝุ่น ถนนหนทางนี่ ยุบแตกแยก เสาไฟฟ้านี่หักโค่นลงมาเลยก็มี”

“เฮ้ย!!จริงขนาดนั้นเลยเหรอ” ฉันทำหน้าเหยเก ท่างทางไม่เชื่อสุดฤทธิ์ นาเดอร์จึงเสริมต่อเพื่อให้ดูมีข้อมูลน่าเชื่อถือมากขึ้นว่า

“อันที่จริงอะนะ ฉันคิดว่าพายุจะมาทุกทีหลังจาก “รอมดอน” ช่วงนั้นอากาศมันร้อนจัดๆเลย พอจะเปลี่ยนฤดูเข้าหน้าหนาว ที่บางปีหนาวจนเหลือเลขตัวเดียว ไม่ได้หน้าไก่กา 20 กว่าองศาอะไรแบบนั้นนะ ..อืม ฉันว่าเพราะแบบนี้แหละ อากาศมันเคลื่อนที่ไปมา อีกอย่างประเทศเราติดทะเลด้วย .. อืม ฉันคิดว่าแบบนี้แหละ”

... เอาเถอะ เท่าที่ฟังแกเล่ามาก็ดูมีเหตุผลอยู่หรอกนะ แต่ที่โอ้อวดว่า หน้าหนาว หนาวเข้าขั้นเลขหลักเดียว ฉันคงยังไม่อินเท่าไหร่ รู้แต่ว่าตอนนี้ประเทศนี้มีสองฤดูเท่านั้นแหละ คือร้อน กับร้อนโคตรๆ ณ.ที่เทอร์โมมิเตอร์วัดความร้อนบอกฉันว่า 50 กว่าองศาเซลเซียสเข้าไปแล้ว ...

ไวเท่าความคิดของฉัน นาเดอร์สวนขึ้นมาทันทีว่า “นี่..ที่บอกว่าหนาวสุดหน่ะ ต้องไปกลางทะเลทรายนะจะหนาวมากๆ แต่ถ้าอยู่ในเมืองแบบนี้ก็จะรู้สึกแค่อากาศเย็นๆสบายๆแบบที่เธอไม่ต้องเปิดแอร์หรือพัดลมเท่านั้นแหละ แต่ถ้าจะไม่ให้มีอากาศร้อนเลยเธอต้องไปตามภูเขานะ ที่นี่ภูเขา มีป่า ทุกอย่างเป็นสีเขียวหมดและอากาศเย็นตลอดทั้งปีเลยล่ะ ..แต่ตอนนี้ ไม่ต่างอะไรกับนรกเลยฉันยอมรับว่ามันร้อนมากจริงๆ”

“นอกจากที่เธอจะคิดว่า โอมานจะมีแค่ทะเลทรายอะนะ ที่นี่มีทะเล มีที่ราบสูง มีภูเขาที่ไม่มีต้นไม้แบบนี้ เป็นภูเขาหิน เป็นหินภูเขาไฟ เรามีภูเขาที่มีต้นไม้สีเขียวแต่ไม่ใช่ในมัสกัตนี่หรอกนะ แต่ต้องห่างออกไปอีกสักสองชั่วโมงเลยหล่ะ อยู่อีกเมืองหนึ่ง แต่ก็อยู่ในเขตปกครองของมัสกัตนะ(Muscat)”

“ยังไงล่ะ”

“ก็ อย่างที่เธอรู้มัสกัต คือ เมืองหลวงของโอมาน แต่เราก็ยังมีเมืองท่า สำคัญอย่างซาลาล่า (Salalah) และบางเมืองที่อยู่ในเขตประเทศอื่นของU.A.E อย่าง คาซับ(Kasab) และ(มาด์หะ) Mad’ha เมื่อในโอมานมีทั้งหมด 40เมือง* แบ่งเป็น 9 เขตปกครอง** เธอรู้ไหม วันที่ 18 เดือนหน้านี้ จะเป็นวันชาติ (18th November) ฉันกำลังลุ้นอยู่เลยว่าท่านสุลต่านจะขึ้นเงินเดือนประชาชนรึป่าว..คาบูส(Qaboos)หน่ะพระองค์หน่ะทรงเป้นกษัตริย์ที่คนโอมานรักมากเลยนะ ท่านนำความเจริญมาให้ประเทศมากมาย .. ดูสิ ตอนนี้ทุกที่ทั่วประเทศ ติดรูปท่าน แสดงความจงรักภักดีเต็มไปหมดอันท่จริงท่านเพิ่งครองราชย์มาได้แค่ 40 ปีเองนะ แต่เป็น 40 ปีทองเลยหล่ะ ”

ฉันนั่งมองนาเดอร์ที่กำลังสนุกสนานกับการเล่าเรื่องประเทศของตนเองให้ฟังอย่างออกรส

อากาศยังคงร้อนระอุ ฉันเห็นรังสีความร้อนลอยตัวจากผิวถนนขึ้นมาดั่งเปลวไฟ  ฉันนั่งคิดอะไรเงียบๆในใจเวลาผ่านไป นาเดอร์เลี้ยวรถไปตามถนน ..และฉันเพิ่งสังเกตเห็น เส้นขอบ  “ทะเล”

Al Qurum ย่านนี้เป็นย่านธุรกิจ มีโรงแรมร้านค้าร้านอาหารมากมายติดทะเลโอมาน (Sea of Oman) ทีแรกฉันก็ไม่เห็นว่า น้ำทะเลจะสีสวยไปกว่าทะเลพัทยาสักเท่าไหร่หรอก.. จนขับผ่านไปเรื่อยๆ ฉันถึงมองเห็นว่า แสงแดดที่ร้อนจัดนี้ ได้ทำให้ทรายสีน้ำตาลบัดนี้สะท้อนออกมาเป็นสีทอง ผืนน้ำทะเลสีเข้มที่มีฟองคลื่นสีขาวเป็นขอบระบาย ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าเข้มจัด ภาพนั้นมันแจ่มชัด เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างในผืนดินแห่งนี้กำลังแสดงให้ฉันเห็นว่า ... ฉันรู้จักที่นี่น้อยไปเสียแล้ว ...

 


 

 

 

 

 

1 3,090,150 (July 2012 )

2 ธงชาติเดิมของโอมานนั้น มีสีแดงทั้งผืนต่อมาเมื่อเดือนธันวาคม 1970 ได้มีการเปลี่ยนแปลงสีธงให้มี 3 สี และประทับตราที่มุมบนซ้ายนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

*เมืองในประเทศโอมาน มีดังนี้  Adam,As Sib,Al Buraimi,Al Hamra,Al Jazer,AL -Suwaiq,Bahla,Barka,Bidbid,Bidiya,Dibba Al-Baya,Duqm,Haima,Ibra,Ibri,Izki,Jabrin,Jalan Bani Bu,Hassan,Khasab,Mad'ha,Mahooth,Manah,Masirah,Matrah,Mudhaybi,Mudhaireb,Muscat,Nizwa,Quriyat,Raysut,Rustaq,Ruwi,Saham,Shinas,Saiq,Salalah,Samail,Sohar,Sur,Thumrait

**เขตปกครองแบ่งออกเป็น 9 เขต ได้แก่ Muscat Governorate,Musandam Governorate,Al Buraimi Governorate,Al Dakhiliyah Governorate,Al Batinah North Governorate,Al Batinah South Governorate,Al Sharqiyah South Governorate,Al Sharqiyah North Governorate,Al Dhahira Governorate,Al Wosta Governorate

*** สุลต่าน คาร์บูส บิน ซาอิด (Qaboos bin Said) เป็นประมุขและมีอำนาจสูงสุด โอมานปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตย