โปรแกรม PSU CalPat เป็นโปรแกรมจัดการฐานข้อมูลที่สามารถเก็บข้อมูลรูปแบบดีเอ็นเอ ได้หลากหลายชนิด เช่น autosomal STR, Y-STR, X-STR และ mt DNA  และสามารถคำนวณค่าทางสถิติในงานนิติเวชศาสตร์สำหรับการแปลผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ กรณีต่างๆ  ไม่ว่าเป็น

     - การตรวจพ่อ-แม่-ลูก โดยการใช้ autosomal STR

     - การตรวจพี่-น้อง ร่วมพ่อแม่เดียวกัน (full sibling) โดยการใช้ autosomal STR

     - การตรวจพี่-น้อง ร่วมพ่อเดียวกัน แต่คนละแม่ หรือร่วมแม่เดียวกันแต่คนละพ่อ (half sibling) โดยการใช้ autosomal STR

     - การตรวจ พี่หรือน้องของพ่อ-หลาน (avuncular) โดยการใช้ autosomal STR

     - การตรวจ ปู่หรือย่า-หลาน (grandparent-grandchild) โดยการใช้ autosomal STR

     - การตรวจญาติร่วมบรรพบุรุษสายแม่เดียวกัน (maternal lineage) โดยการใช้ mt DNA

     - การตรวจญาติร่วมบรรพบุรุษสายพ่อเดียวกัน (paternal lineage) โดยการใช้ Y-STR

     - การตรวจพี่สาว-น้องสาว ร่วมพ่อเดียวกัน หรือย่า-หลาน โดยการใช้ X-STR

     เมื่อวาน พอจะมีเวลาว่าง ก็เลยมานั่งเขียนโปรแกรมเพิ่มเติม เพื่อให้โปรแกรมนี้สามารถคำนวณลูกผู้พี่-ลูกผู้น้อง (first cousin) ได้ โดยการเปรียบเทียบรูปแบบดีเอ็นเอชนิด autosomal STR  อ้างอิงสูตรคำนวณกรณี first cousin นี้จาก Ayres KL/Forensic Science International 2000;114:107-115.  มีสูตรคำนวณ ดังนี้ครับ

    การคำนวณ จะเรียกใช้โปรแกรมคำนวณ first cousin สำหรับการใส่ข้อมูล ก็เป็นเพียงการเลือกว่าจะเปรียบเทียบรูปแบบดีเอ็นเอ ระหว่างตัวอย่างไหน กับ ตัวอย่างไหน ส่วนค่า theta และ prior prob ถ้าไม่แก้ไข ก็สามารถใช้ค่าเริ่มต้นที่กำหนดไว้ในโปรแกรมได้เลย จากนั้นกดปุ่ม บันทึกลงตาราง แล้วกดปุ่ม CPI Calculation เมื่อมีข้อความขึ้นว่า พร้อมใช้งาน ก็สามารถกดปุ่มพิมพ์รายงาน 16 ตำแหน่ง ก็จะได้ผลการเปรียบเทียบออกมาครับ

     ผลการเปรียบเทียบลูกผู้พี่-ลูกผู้น้อง กรณีเข้ากันได้ ดังผลดังนี้ครับ

     ส่วนผลการเปรียบเทียบลูกผู้พี่-ลูกผู้น้อง กรณีที่เข้ากันไม่ได้ ได้ผลดังนี้ครับ

     จะเห็นว่าผลการเปรียบเทียบกรณีการตรวจลูกผู้พี่-ลูกผู้น้องนั้น ผมยังไม่ได้เขียนให้โปรแกรมสามารถแปลผลการตรวจไว้  ทั้งนี้เนื่องจากค่า likelihood ratio ที่ได้จากการคำนวณ มักไม่สูงมาก การใช้ค่า cut off ที่ระดับ 99 % (posterior prob) อาจสูงเกินไป ซึ่งจำเป็นต้องเก็บข้อมูลการเปรียบเทียบไปก่อนสักพัก จนได้ค่าที่มีความเชื่อมั่นมากเพียงพอ ถึงจะได้เริ่มเขียน part ของการแปลผลการตรวจครับ  อย่างไรก็ตาม เราก็ได้ค่า likelihood ratio ไว้ใช้เปรียบเทียบแล้วครับ