เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด :

ปลานิลกินฟางข้าว





         หลังจากเกี่ยวข้าว(ด้วยรถเกี่ยวข้าว)เสร็จแล้ว  ชาวนาส่วนใหญ่ก็จะจัดการเผาฟางข้าวทิ้ง เพื่อจะได้สะดวกในการไถนารอบใหม่ ซึ่งการเผาฟางนั้น นอกจากจะก่อให้เกิดปัญหาหมอกควันแล้ว ก็ยังเผาพลาญทำให้เชื้อจุลินทรีย์ในดินจำนวนมากตายลงไปด้วย ทำให้ดินเสื่อมสภาพลงเรื่อยๆ

         แต่ในส่วนของผมเองนั้น ผมเลือกที่จะใช้วิธีขนฟางเอาให้ปลานิลที่เลี้ยงไว้ในบ่อน้ำกลางนากินแทน(ที่นาของ ดร.ปริมจิรา  ทัดบุบผา) ทั้งนี้ เพราะว่าปลานิลเป็นปลากินพืช ซึ่งสามารถกินพืชที่อยู่ในน้ำได้ทุกชนิด รวมทั้งฟางข้าวด้วย

        เมื่อเรานำเอาฟางไปโยนลงในน้ำ ประมาณ 3-5 วัน ฟางที่แช่อยู่ในน้ำก็จะค่อยๆ เปื่อยลง ปลานิลและปลากินพืชอื่นๆ เช่น ปลาตะเพียน ปลากระดี่ ปลายี่สก เป็นต้น  ที่เลี้ยงไว้ในบ่อ ก็จะพากันกัดกินฟางข้าวที่เปื่อยยุ่ยเหล่านั้นอย่างเอร็ดอร่อย จนกระทั่งฟางข้าวหมดลงไปในที่สุด

       ฟางข้าวที่แช่อยู่ในน้ำ นอกจากจะเป็นอาหารของปลากินพืชแล้ว ก็ยังเป็นแหล่งหลบของปลาทั้งหลายด้วย รวมทั้งยังช่วยทำให้เกิดตะไคร่น้ำและแพลงตอนขึ้นมาด้วย ซึ่งจะกลายเป็นอาหารชั้นดีของปลาอีกอย่างหนึ่งด้วย

       การใช้ฟางข้าวเลี้ยงปลานิลหรือปลากินพืช นอกจากจะช่วยในการแก้ปัญหาเรื่องหมอกควันที่เกิดจากการเผาฟางข้าวแล้ว ก็ยังช่วยทำให้ประหยัดต้นทุนในการเลี้ยงปลาลงได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง ทำให้ปลาเนื้อแน่น รสหวาน และมีความปลอดภัยสูงเหมือนกับปลาที่อยู่ในแหล่งน้ำตามธรรมชาติทั่วๆ ไป

       หากเพื่อนๆ ท่านใดสนใจวิธีการเลี้ยงปลาด้วยฟางข้าว ก็สามารถนำไปใช้ได้เลยนะครับ   ไม่หวงวิชา และไม่สงวนสิทธิ์แต่อย่างใดครับผม







ฟางข้าวที่ถูกทิ้งอยู่ตามทุ่งนา

นำไปโยนไว้ในบ่อน้ำเพื่อให้ปลานิลกิน

โยนไว้เป็นจุดๆ  เมื่อฟางข้าวเปื่อย ปลาก็จะกิน แล้วกองฟางก็จะค่อยๆ ยุบลงไปเอง