ด้วยบ้านเรามีสมาชิกในบ้านเพียงสองคนคือแม่กับครูนกทำให้การปรุงอาหารก็จะเป็นไปตามหลักพอเพียงและเน้นปรุงง่ายๆ เพราะแม่กับครูนกมีลักษณะนิสัยการรับประทานไปด้วยกันได้คือ กับข้าวเพียงอย่างเดียวเราก็ทานได้  และหากปรุงเมนูพิเศษก็จะเผื่อเพื่อนบ้านเรือนเคียง  วันนี้เป็นอีกวันที่แม่ตั้งใจจะทำน้ำพริกตะไคร้แจกจ่ายเพื่อนบ้านตามคำร้องขอของแฟนคลับแม่โดยหน้าที่หลักในครัวของครูนกคือ ล้าง หั่น และโขลกเครื่องแกง/น้ำพริก


        เครื่องปรุง  กุ้งแห้ง  กะปิลนไฟ  พริกสด  พริกไทยดำ  พริกไทยสด   หัวหอม  กระเทียม  ข่าอ่อน  เกลือ  และตะไคร้
        เริ่มต้นโขลกกุ้งแห้งกับพริกไทย  เมื่อโขลกจนเริ่มป่นใส่เครื่องปรุงต่างๆ  แล้วตามด้วยกะปิคั่วก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
        อีกหน้าที่ของครูนกคือ ต้องทำหน้าที่ชิมโดยเกณฑ์ของบ้านเราคือ ถ้าชิมแล้วอร่อยจึงจะแจกจ่าย  แต่หากไม่อร่อยก็จะรับประทานภายในครอบครัว


        วันนี้น้ำพริกตะไคร้ผ่านเกณฑ์การชิมของครูนกแม่เลยแจกจ่ายได้ ๓ บ้างซึ่งแต่ละบ้านจะทานรสเผ็ดมากกว่าบ้านครูนก  เลยต้องเก็บพริกไทยสดเป็นเครื่องเคียงไปด้วย

        วัฒนธรรมการส่งอาหารพิเศษประจำบ้านไปยังเพื่อนบ้านครูนกพบว่า มีหลายหมู่บ้านยังปฏิบัติกัน  ถือเป็นสิ่งดีงามที่ปลูกฝังนิสัยการเอื้ออาทร  และสานสามัคคีในชุมชน  เปรียบเสมือนหากเรามีเพื่อนบ้านที่ดีก็ไม่ต้องมีรั้วบ้านเพราะการดูแลเอาใจใส่จะเกิดขึ้นกับทุกๆสถานการณ์  สังคมเข้มแข็งลดปัญหาต่างๆ ได้อีกหลายประการ  ครูนกยังได้พูดคุยกับแม่ว่า"ต่อไปวันข้างหน้าครูนกจะทำอะไรแจกเพื่อนบ้านกัน  เพราะฝีมือการปรุงอาหารประเภททานได้คนเดียว" ไม่อยากให้วัฒนธรรมเหล่านี้หายไปครูนกคงต้องฝึกทำอาหารพื้นบ้านให้บ่อยขึ้น