วันนี้ ๖ ธค. ๕๕ ป่วยแต่เช้ามืด จนบัดนี้เกือบสองทุ่มก็ยังไม่หาย  สงสัยว่าจะเป็นผลพวงจากการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เหลืองที่จะต้องทำเพื่อเดินทางไปคองโก อัฟริกา (เพื่อให้คำปรึกษาต่อรัฐบาลเขาในการอุตสาหกรรม)  

เลยเป็นข้อแก้ตัวว่า วันนี้คิดอะไรแบบบุกเบิกถางทางไม่ค่อยออก  จึงไปหาอ่านบทความของท่านอื่นๆบ้าง  ไปเจอบทความ “ทุกข์เพราะเทียบ”  ของหมอภูฯ   (ที่อ้างคำสอนพระคุณเจ้า ไพศาล วิสาโล อีกต่อ)  อ่านแล้วสนุกดี  จึงได้เม้นท์ต่อท้ายไว้หน่อย 

http://www.gotoknow.org/blogs/posts/510613

ผมมีความเห็นเพิ่มว่าการ “ทุกข์เพราะเทียบ”  นั้นน่าจะเกิดขึ้นได้จริง โดยเป็นผลพวงของการเทียบโดยไม่มีปัญญากำกับ ทำให้คิด อยากมี อยากเป็น ในเชิงโลกีย์ให้มากขึ้นเหมือนคนอื่นเขา  (เช่น มือถือ  รถ บ้าน ตำแหน่งหน้าที่ อำนาจ)

แต่หากเราเทียบอย่างมีปัญญากำกับ เราอาจ “สุขเพราะเทียบ” ก็เป็นได้  เช่น การที่เราเทียบกับคนที่ด้อยกว่าเรา ว่าเขาทุกข์กว่าเราหนักหนาเขาก็ยังอยู่ได้  แล้วเรามีอะไรมากกว่าเขาเสียอีกจะทุกข์อะไรไปหนักหนา 

อีกอย่างที่สำคัญคือ เราเทียบกันคนที่มีศีล สมาธิ ปัญญา มากกว่าเรา แล้วเราสำนึก จนทำให้เราอยากมีศสป. แบบเขาบ้าง  อย่างนี้ก็จะเป็นการสุขเพราะเทียบได้เหมือนกัน(หรืออย่างน้อยกำลังสร้างบันไดให้ตนเองเพื่อปีนไปหาสุข)

(เมื่อคืนป่วย เพลีย เลยหลับไป บัดนี้เช้า ๗ ธค. ตื่นมาบันทึกต่อ) 

ก่อนสรุป จบ  ต้องถามหนักๆ ว่า  สุข ทุกข์ คืออะไรกันแน่  เด็กแว้นเต้นรำท่าทางขาดวิ่นดิ้นเร่า  เขาก็ว่าเขาสุข ในขณะที่คนแก่จีนว่าทุกข์  ส่วนคนจีนแก่ได้รำไท้เก้ก เขาก็ว่าเขาสุข แต่เด็กแว้นว่าทุกข์ 

ดังนั้นคำว่าสุขทุกข์นั้นมันก็บ่แน่ดอก  เพราะมันขึ้นกับรสนิยมและนิยามที่บุคคลยึดถืออยู่ด้วย

สำหรับผมมีนิยามว่า...อะไรที่เราทำแล้วผ่อนคลายก็คือสุข ส่วนอะไรที่เครียดก็ทุกข์  (ไม่อยากลงละเอียดว่าสุขกับสนุกมีอะไรที่เหมือนหรือต่างกันอย่างไร)   

อันว่าความเครียดนี้เกิดจากแรงที่เข้ามากระทำ ซึ่งมันมีแรงหลายรูปแบบมาก เช่น แรงอัด แรงดึง แรงบีบ แรงเค้น แรงเสียดทาน แรงเหวี่ยง แรงยก แรงฉุด แรงที่น่ากลัวคือแรงดึง และแรงเหวี่ยง เพราะมันอาจดึงเราให้พองออก ทำให้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวได้ง่ายๆ เห็นทุกข์เป็นสุขว่างั้นเถอะ

ศาสนาพุทธสอนด้วยคำเชิงลบ เพราะไม่ได้สอนให้แสวงหาความสุขนิรันดร์เหมือนศาสนาอื่น  แต่กลับสอนให้ขจัดทุกข์ให้สิ้น ซึ่งถ้านิยามความทุกข์ตามนิยามผม  ดังนั้นวิธีการหมดทุกข์ ก็คือ ปลดแรงกระทำทุกรูปแบบออกไปให้สิ้น

การหมดทุกข์กับการมีสุขนั้น ผมว่ามันคนละเรื่อง  แม้จะมีบาลีกำกับว่า  นิพพานัง ปรมัง สุขขัง  (นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง)  ก็ตามที

...คนถางทาง (๗ ธค. ๒๕๕๕)