เทคนิคนี้ เป็นการฝึกให้ นศ. คุ้นเคยกับการเรียนจากการอภิปรายกลุ่มย่อย คือให้มีทักษะในการฟัง และมีทักษะในการพูด

ครูเพื่อศิษย์ส่งเสริมให้ศิษย์สนุกกับการเรียน  : 70. ทักษะการเรียน  (6) ฟัง ๓ คน

บันทึกชุดนี้ ได้จากการถอดความ ตีความ และสะท้อนความคิด  จากการอ่านหนังสือ Student Engagement Techniques : A Handbook for College Faculty เขียนโดย ศาสตราจารย์ Elizabeth F. Barkley  ในตอนที่ ๗๐นี้ ได้จาก Chapter 19  ชื่อ Learning and Study Skills  และเป็นเรื่องของ SET 50 : Triad Listening

บทที่ ๑๙ ว่าด้วยเรื่องการพัฒนาทักษะการเรียน  ได้แก่ การวางแผนการเรียน  การจดเล็กเชอร์  การค้นความรู้เพิ่มเติม  การเตรียมตัวสอบ  การร่วมอภิปรายในชั้น  การร่วมทำงานในกลุ่มย่อย เป็นต้น

บทที่ ๑๙ ซึ่งเป็นบทสุดท้ายนี้ ประกอบด้วย ๖ เทคนิค  คือ SET 45– 50  จะนำมาเสนอในบันทึกชุดนี้ตอนละ ๑ เทคนิค  และตอนที่ ๗๐ นี้ เป็นเทคนิคสุดท้ายของบท  และเป็นตอนสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้  แต่จะมีตอนที่ ๗๑ เพิ่มขึ้นอีก ๑ ตอน  เพื่อบันทึกความในใจ หรือ AAR ของผม

SET 50  :  Triad Listening  

จุดเน้น  :  ความร่วมมือ

กิจกรรมหลัก :  การอภิปราย

ระยะเวลา  : คาบเดียว  

โอกาสเรียน online  :  ต่ำ

เทคนิคนี้ เป็นการฝึกให้ นศ. คุ้นเคยกับการเรียนจากการอภิปรายกลุ่มย่อย  คือให้มีทักษะในการฟัง และมีทักษะในการพูด 

 ขั้นตอนดำเนินการ

1.  ครูใช้เวลา บอก นศ. ว่า ทักษะในการสื่อสารสำคัญต่อการเรียนรู้วิชานั้นอย่างไร 

2.  เขียนใบงาน บอกบทบาทและขั้นตอนในกิจกรรม

3.  แจกใบงาน และอธิบายบทบาทและขั้นตอน

4.  จัดแบ่ง นศ. เป็นกลุ่ม ๓ คน  ให้ผลัดกันแสดงบท “ผู้พูด”  “ผู้ฟังอย่างสะท้อนความคิด”  (reflective listener) และ “ผู้เป็นกรรมการ”

5.  ครูบอกคำสั่ง

6.  ผู้พูดพูดตามคำสั่ง

7.  ผู้ฟัง พูดสื่อสาระที่ได้จากผู้พูดในถ้อยคำใหม่

8.  กรรมการสังเกตกระบวนการที่เกิดขึ้น

9.  หมุนเวียนบทบาทกันในกลุ่ม  โดยครูบอกคำสั่งใหม่ 

ตัวอย่าง

วิชาการสื่อสาร/การพูด ข้ามวัฒนธรรม

เป็นวิชาที่เรียนพลวัตของการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม  ครูใช้เทคนิค “ฟัง ๓ คน”  ให้ นศ. ทำความเข้าใจหลักการของแต่ละวัฒนธรรม, สไตล์ของภาษา, มุมมองของแต่ละชาติพันธุ์, และภาพลักษณ์ทางสังคม  ที่ส่งเสริมหรือขัดขวางการสื่อสารทั้งทางภาษาพูด และการสื่อสารผ่านท่าทาง  ในการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม

การประยุกต์ใช้ online

ทำไม่ได้ 

การขยายหรือปรับปรุงวิธีการ

เตรียม นศ. เข้าสู่ทักษะนี้ โดยให้อ่านและอภิปรายหลักการการสื่อสารอย่างได้ผลดี  ศึกษาผลของอารมณ์  รวมทั้งการตอบสนองของผู้ฟังที่มีผลต่อการพูดของผู้พูด  ตัวอย่างของการพูดโดยใช้การกระตุ้นอารมณ์ของผู้ฟัง

·  สั่งการ / เรียกร้อง  “เราต้องพยายามต่อไป”  “คุณต้องหยุด….”

·  ชักชวน / โต้แย้ง  “คุณตระหนักไหมว่า ....”  “ความเป็นจริงคือ ….” 

·  ตำหนิ / ไม่เห็นด้วย  “คุณไม่ได้คิดไตร่ตรองเรื่องนี้อย่างรอบคอบ” 

·  ให้ความมั่นใจ / เห็นใจ  “ไม่ต้องห่วง”  “คุณจะสบายใจขึ้น”

·  ตีความ / วินิจฉัย  “สื่งที่คุณต้องการคือ ...”  “ปัญหาของคุณคือ …”

·  ล้อเลียน / เสียดสี  “คุณดูข่าวบ้างหรือเปล่า”  “คุณยายของผมก็คิดอย่างนี้” (ล้อเลียนว่าโบราณคร่ำครึ)

นศ. บางคนอาจไม่ศรัทธาเทคนิคนี้  และแสดงท่าทีว่าตนไม่มีความจำเป็นต้องฝึกทักษะการสื่อสาร   ครูอาจป้องกันโดยบอก นศ. ให้เข้าใจ “พฤติกรรมหนีปัญหา” (flight behavior)  เพื่อหลีกเลี่ยงจากสถานการณ์ที่ตนไม่ต้องการเผชิญ  ทำให้ตนเองขาดโอกาสในการเรียนรู้  พฤติกรรมนี้มี ๑๒ ประเภท  ต่อไปนี้คือตัวอย่างของ “พฤติกรรมหนีปัญหา” ๔ ประเภท 

1.  ความเบื่อหน่าย  คนที่เบื่อรู้สึกว่าตนตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์  แต่จริงๆ แล้วเป็นคนที่ดูถูกตัวเอง  ไม่กล้าริเริ่ม  ยอมเป็นผู้ถูกกระทำ  คนเช่นนี้เป็นภาระของผู้อื่น  เป็นคนที่ไม่ร่วมมือ หรือเป็นคนรบกวนสมาธิของผู้อื่น  คือในที่สุดคนอื่นจะสังเกตเห็นและต้องหาทางจัดการ  ซึ่งจริงๆ แล้ว คนที่เบื่อหน่ายควรต้องรับผิดชอบพฤติกรรมของตนเอง

2.  คนที่ไม่ต้องการฝึกทักษะ  อ้างว่าตนมีทักษะนั้นแล้ว   จริงๆ แล้วคนเราทุกคนควรตรวจสอบทักษะของตนเองนานๆ ครั้ง  และควรเสริมทักษะที่ไม่ค่อยได้ใช้นั้นเป็นครั้งคราว

3.  อารมณ์ขัน  เป็นดาบสองคม  คือในด้านบวก อาจใช้ลดความตึงเครียด  แต่ในด้านลบอาจใช้เป็นเครื่องมือหนีปัญหา  จริงๆ แล้ว การมีความตึงเครียดในระดับหนึ่งไม่ใช่เรื่องเสียหาย  กลับจะเป็นตัวขับเคลื่อนความก้าวหน้าด้วยซ้ำ

4.  การมุ่งร้าย  เป็นอาการของความรุนแรง  เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข และทำความเข้าใจ  เพราะการมุ่งร้ายอาจเป็นอาการของสิ่งอื่นที่ร้ายกว่า  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อการเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้   

เอกสารค้นคว้าเพิ่มเติม

Luotto JA, Stoll EL. (1996). Communication skills for collaborative learning. Dubuque, IA : Kendall/Hunt, pp. 35-39.

วิจารณ์ พานิช

๓ ธ.ค. ๕๕