ดูแลกลุ่มงานเวศสตร์ครอบครัวและบริการปฐมภูมิ .... นั้นหมายถึงการดูแลสุขภาพ ประชาชน คั้งแต่อยู่... "ในครรภ์มารดา จนถึง ผู้สูงอายุ"
.....หมอเปิ้น...ดูแลกลุ่มงานเวศสตร์ครอบครัวและบริการปฐมภูมิ .... นั้นหมายถึงการดูแลสุขภาพ ประชาชน ตั้งแต่อยู่... "ในครรภ์มารดา จนถึง ผู้สูงอายุ" ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ คือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ... การศึกษาครั้งนี้ศึกษาด้านงานอนามัยแม่-เด็ก .... เป็นระบบพัฒนาคุณภาพชีวิตแม่วัยใส นะคะ
วัตถุประสงค์
เพื่อพัฒนาระบบดูแลคุณภาพชีวิตแม่วัยใส และสามีวัยรุ่นรวมทั้งครอบครัวและญาติ
วิธีการดำเนินการ
1) จัดตั้งคลินิกพิเศษสำหรับแม่วัยใสขึ้นคือใน “คลินิกรักษ์ดรุณ”
2)
จัด “กิจกรรมพิเศษ” ในโครงการ ได้แก่ กิจกรรมสร้างเสริมคุณภาพชีวิต“แม่วัยใสใส่ใจกิจกรรม 6อ.”
3)
สามีของแม่วัยใสหรือครอบครัว เข้าร่วมโครงการ 6อ. เพื่อให้ความเข้าใจถึงปัญหาที่เกิดกับแม่วัยมา
ในเรื่องภาวะซีด,โรค,การรับประทานยาเสริมธาตุเหล็ก,ยาเสริมไอโอดีน,ความวิตกกังวล (Anxity), ความเครียด(Stress), การรับประทานอาหาร
4)
กิจกรรม “การเยี่ยมบ้านแม่วัยใส” เพื่อค้นหาปัจจัยเสี่ยงทางสังคมและความเป็นอยู่ของแม่วัยใส
จะทำให้ทราบพฤติกรรมสุขภาพในด้านต่างๆ รวมถึงการกินยา, กินอาหารที่เหมาะสมและพฤติกรรมที่ปฏิบัติตน
5)
กิจกรรม “คัดกรองภาวะซึมเศร้า” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ “เสริมมาจากการคัดกรองความเครียด” ซึ่งกิจกรรมปกติก็ทำอยู่แล้ว
เป็นกิจกรรมการดูแลเชิงลึกที่เพิ่มเข้าไปในกิจกรรมในงานฝากครรภ์ของแม่วัยใส
6)
การประเมินความเข้มข้นเลือด(Hematocrit)อย่างเป็นพิเศษ เนื่องจากการตั้งครรภ์ของมารดาวัยใสเป็นการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์
ครรภ์ที่ไม่ตั้งใจ ดังนั้น การรับประทานอาหาร, การกินยาเสริมธาตุเหล็ก, การ ใส่ใจสุขภาพอนามัยของแม่วัยใสจะไม่เหมือนแม่วัยผู้ใหญ่ ดังนั้นจึงพบภาวะเสี่ยง คือ ภาวะซีดก่อนคลอด ความเข้มข้นเลือดต่ำกว่า 33 % ดังนั้น ทีมงานจึงนำผลความเข้มข้นเลือดของแม่วัยใสมาแสดงรูปแบบของกราฟให้เกิดการรับรู้เชิงประจักษ์ถึงแนวโน้มของความเสี่ยง(Risk)จากภาวะโลหิตจางของตนเอง, เป็นการสร้างความตระหนักถึงภาวะเสี่ยงที่มีโอกาสเสียเลือด(ตกเลือดได้ขณะคลอด)และมีการส่งเสริมให้กำลังใจ
(Empowerment) และนัดเจาะเลือดซ้ำๆ
อีกหลายครั้งจนกว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในเรื่องภาวะซีดของแต่ละคนไปในทางที่ดีขึ้น
7)
“สาธิตอาหาร” ที่จะส่งผลต่อพฤติกรรมการกินอาหารของคุณแม่วัยใสที่ถูกต้องเหมาะสม เช่น
อาหารที่เพิ่มสารเพิ่มเลือด เช่น ก๋วยจั๊บ,ต้มเลือดหมู,อาหารเสริมไอโอดีน ได้แก่
อาหารทะเล,หมึก,กุ้ง อาหารที่เสริม
วิตามิน ได้แก่ ผลไม้สด เช่น ฝรั่ง. ส้ม, มะละกอ, ผักสดตามที่มีตามฤดูกาล
8)
ทำกิจกรรมกลุ่ม “มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้” วิธีการเลือกซื้ออาหาร,การเดินทางที่ปลอดภัย,การเดินทางที่ปลอดภัย,การพักผ่อน,ทำกิจกรรมกลุ่มไม่เกิน
10 คน โดยนำสามีของแม่วัยใส ญาติของแม่วัยใสมาพูดคุยและมีเวทีให้เขาซักถามปัญหาของแต่ละคนรวมถึงความเสี่ยงมีแม่วัยใสกำลังเผชิญอยู่ระหว่างตั้งครรภ์
9)
เชิญทันตแพทย์มาร่วมกิจกรรมในการสอนในกิจกรรม “แม่วัยใสใส่ใจ 6อ.”และเชิญเภสัชกรมาร่วมอธิบาย เรื่อง การกินยาเสริมธาตุเหล็ก
กับการดื่มนมต้องทำอย่างไร? และการกิจยาเสริมไอโอดีนต้องทำอย่างไร?
ผลการดำเนินงาน
1)
ได้จัดตั้งคลินิก “รักษ์ดรุณ” เพื่อดูแลคุณแม่วัยใสโดยตรงเป็นพิเศษ
2)
ได้ค้นพบแม่วัยใสที่มีความเครียดสูง โดยเฉพาะไตรมาสที่
3 ส่งผลต่อภาวะซึมเศร้าขณะตั้งครรภ์
และได้ช่วยเหลือโดยการส่งไปปรึกษาทางคลินิกจิตเวช
3) คุณแม่วัยใสสามารถป้องกันภาวะซีดก่อนคลอดได้ดีขึ้นจากการได้รับรู้และเรียนรู้และการติดตามผลโดยการเจาะเลือดอย่างต่อเนื่องและมีความตั้งใจในการดูแลครรภ์มากขึ้น
โดยวัดจากการไม่ขาดนัด ค่า Hct เพิ่มขึ้นกว่าเดิมที่มาฝากครรภ์ครั้งแรกและก่อนคลอดภาวะซีดดีขึ้นและภาวะซีดเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
4) เกิดความร่วมมือ ระหว่างสามีของแม่วัยใส
ญาติ และครอบครัวมากขึ้น มีความเข้าใจแม่วัยใสและเห็นใจ สนใจมากขึ้น
วัดจากภาวะเครียดลดลง ภาวะซึมเศร้าลดลง
5) อัตราการคลอดก่อนกำหนดของแม่วัยรุ่นลดลงจาก
97.1%เป็น 86.2 %
6) อัตราการคลอดทารก
น.น.น้อยกว่า 2,500 กรัม
ของแม่วัยใสมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น คิดเป็นร้อยละ 98.2 % (มี 1 ราย)
7) ความรู้ความเข้าใจของแม่วัยใส สามีวัยรุ่นและญาติดีขึ้น
จากการซักถามและการติดตามเยี่ยมบ้าน
8) แม่วัยใสมีความสุขมากขึ้นจากการแสดงออก
การตรวจคัดกรองความเครียดการยิ้มแย้มแจ่มใสมีมากขึ้น
9) ระบบการทำงานในคลินิกฝากครรภ์ในแม่วัยใสของรพ.บ้านลาดได้พัฒนาระบบดีขึ้น
อภิปรายผลการพัฒนา นวัตกรรม
1)
ได้พัฒนาระบบดูแลแม่วัยใส เพื่อลดความเสี่ยงทั้งทางร่างกายจิตใจ อารมณ์
และสังคมของแม่วัยใส
2) เป็นการเปลี่ยนแปลงระบบการทำงานในรูปแบบใหม่ที่มุ่งกลุ่มเป้าหมาย
“กลุ่มเสี่ยง” เป็นหลักการทำงานที่ “ผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง” อย่างแท้จริง
3) เป็นการพัฒนาต่อยอดขององค์ความรู้
การจัดการความรู้(Knowledge
management : KM) และเป็นการทำงานในลักษณะ “R2R” (Routine to Research)
โดยมุ่งทำงานประจำเป็นงานวิจัยและพัฒนาระบบงานเดิมที่มีอยู่
4) เป็นการลดความเสี่ยงหรือปัจจัยเสี่ยงของคุณแม่วัยใส
5) แม่วัยใสได้รับการดูแลแบบ “องค์รวม” (Holistic) ทั้งร่างกาย,จิตใจ
อารมณ์และสังคมที่แท้จริง
6)
เป็นการทำงานแบบบูรณาการทั้ง “เชิงรับและเชิงรุก”โดยมุ่งที่ผู้รับบริการ “เป็นศูนย์กลาง”
จากการดูแลเชิงระบบของแม่วัยใส หรือ แม่วัยนรุ่น ดังกล่าว ..... ได้นำผลการ ทำงานเชิงคุณภาพ....มาฝากเำื่พื่อนๆๆ พี่ๆๆ น้องๆๆนะคะ เพื่อจะเป็นประโยชน์บ้างนะคะ



ครบวงจรแห่งสุขอนามัยของคุณแม่วัยใส..ป้องกันไว้ก่อน..ลดปัญหาทั้งมวลนะคะ.
ขอบคุณ พี่ใหญ่มากค่ะ พี่ให้กำลังใจ เปิ้น ตลอดมา เลยนะคะ
ใกล้ปีใหม่ ขอให้พี่ใหญ่สุขภาพดีดีนะคะ
แวะมาให้กำลังใจครับ