กางเกงในที่ขาดวิ่น

สมัยผมเป็นนักเรียนนายเรือปีห้า (ปีสุดท้าย) ต้องทำการสอบไล่วิชา อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งต้องทำการคำนวณอย่างมหาศาล 

ผมทำเสร็จเป็นคนแรก ตรวจทานเรียบร้อยว่าถูกหมดไม่เหลือหรอ นำส่งครูผู้สอน ซึ่งเป็นนายทหารบก ยศร้อยโท ท่เพิ่ง จบป.โท ไฟ้ฟ้ามาจาก มอนตานนา เสตท univ หยกๆ (หน้าเหมือนดาราเกาหลี) ...ท่านรับไว้ แล้วแสยะยิ้มให้นิดๆ

จากนั้นผมนั่งรอเพื่อนอีก ๒๐ ชีวิต ที่กำลังง่วนทำข้อสอบอยู่ เพื่อจะได้ไปสนุกร่วมกัน (เช่นอัดบุหรี่ ...เพราะอัดคนเดียวมันไม่สนุก) 

เหลือบมองไปเห็นในห้องสอบ พอจะมีคนเอากระดาษสอบไปส่ง ครูท่านก็ระงับไว้ ผมงงมาก ว่าทำไม แต่ในที่สุด พอหมดเวลาสอบ ท่านให้ทุกคน (ยกเว้นผม ) มายืนหน้าห้อง เรียงแถวแบบทหาร แล้วสั่งเสียงดังกัมปนาทว่า ...... “แก้ผ้า”

ทุกคนเลยแก้ผ้าออกมา แล้วท่านค้นตัว พบว่า มีคนหนึ่งซุกโพยไว้ในถุงเท้า ทำให้เพื่อนคนนั้นถูกปรับเป็นตก ฐานทุจริตการสอบ ต้องเรียนซ้ำชั้นอีกหนึ่งปี ...แต่วันนี้เพื่อน(สนิท)ผมคนนี้กลายเป็นคนใหญ่คนโตระดับต้นๆของการบริหารกิจการเดินเรือของประเทศ

เรื่องตลกที่ตามมาคือ การถูกสั่งให้ถอด กกน. ทำให้รู้ว่าเพื่อนคนหนึ่ง ใส่กกน. ที่เก่ามาก มันเก่าจนผุ เป็นรูๆ เต็มไปหมด จนเพื่อนทุกคนหัวเราะกันร่วน ...เป็นการซ้ำเติมภาพลักษณ์เดิมๆ ว่าเพื่อนคนนี้มันไม่ซื้อบุหรี่สูบ แต่กลับไถบุหรี่เพื่อนๆ สูบเป็นประจำ (มันประหยัดสุดๆ แต่วันนี้มันเป็นเศรษฐีระดับนายกสมาคมการท่องเที่ยวในเกาะสำคัญของประเทศไทย) 

จากวันนั้น จนเกือบ ๔๐ ปีผ่านมาในวันนี้ ในขณะที่ผมไปงานศพแห่งหนึ่ง ระดับไฮโซ มีแต่รถเบนซ์ บีเอ็ม จอดแน่นลานวัด มีทหาร สห. โบกรถ เป่านกหวีดหนวกหู ... จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงประกาศให้ผมไปเป็นประธานในการจุดธูปเทียน ก่อนพระสวดพระอภิธรรม 

แต่อนิจจา ถุงเท้าผมนั้น มันขาดเป็นรูวงใหญ่ ที่ส้นเท้าซ้าย รูประมาณเท่าลูกปิงปองนะ ไม่ใช่เล็กๆ แล้วผมต้องไปคุกเข่า จุดเทียน ธูป กราบพระต่อหน้าธารกำนัลไฮโซ ...ก็ลองคิดเอาว่า ผมจะหน้าม้านปานใด 

พอผมรวบรวมสติได้ ก็ปรับอุกฤษณ์เป็นโอกาส ด้วยการคิดว่า นี่แหละ เราจะได้สอนไอ้พวกเห่อเหิมให้เห็นว่า ขนาดกรูระดับนี้ กรูยังประหยัด ใช้ถุงเท้าราคาเพียงนี้ จนมันขาดได้เพียงนี้ (ถ้าพวกเขารู้ด้วยว่าผมซื้อมาจากโบ๊เบ๊ช่วงลดราคาล้างสต๊อค เขาจะยิ่งฉงนไปกว่านั้น) 

อีกทั้งถ้าพระที่มาสวดพระอภิธรรมท่านเกิดสังเวชใจ สั่งให้ทุกคนที่มางานศพถอดเสื้อผ้าออก ก็คงจะหัวเราะกันระนาวยิ่งไปกว่านั้น

......ที่หัวเราะ อาจเป็นเพราะ ผม ในฐานะประธาน ไม่ได้ใส่กกน. (แม้ผุๆ ก็ตามที) 

ผมเลิกใส่ กกน. มานานแล้ว เพราะเห็นว่า บรรพชนไทยเราก็ไม่ได้ใส่ กกน. ก็เห็นว่าอยู่กันได้ดี แต่พอมีพวกฝรั่งมาเสี้ยม เราก็เลยใส่ กกน. กันใหญ่ ทั้งที่เราเป็นเมืองร้อน ยิ่งใส่ ยิ่งรัด ทำให้สุขภาพปิ๊มป่อมแย่ลงเรื่อยๆ 


แม้จะมีใครบริจาค กกน. เก่าที่ขาดวิ่นให้ผม  ผมก็คงไม่ใส่หรอก เพราะมันเสียสองต่อ คือ  การบำรุงรักษา (ซัก)  แััละการรัดปิ๊มป่อมในเมืองร้อนแบเราๆ    

....คนถางทาง (๒ ธค ๒๕๕๕)