จากการที่ได้ออกประเมินหน่วยบริการเพื่อขึ้นทะเบียนในระบบหลักประกันสุขภาพ และออกประเมินการจัดการงบประมาณเพื่อส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (P&P) ประจำปี 2549 แม้ว่าจะยังไม่ครบทุกเครือข่ายหน่วยบริการ ของจังหวัดพัทลุง

     ได้พบข้อสังเกตที่เด่นชัดอย่างหนึ่งว่าบทบาทและหน้าที่ของหน้าที่ของบุคลากรในศูนย์พัฒนาสุขภาพชุมชน (PCU) ที่น่าจะเป็นนั้นควรจะเป็นอย่างไร ในปัจจุบัน โดยผมได้สรุปรวมรวมจากการพูดคุยและแลกเปลี่ยนในแต่ะครั้งที่ออกประเมิน มองได้คร่าว ๆ ดังนี้ ว่าน่าจะแบ่งเป็น 3 ด้าน คือ ด้านบริหารจัดการ ด้านสนับสนุนวิชาการรวมถึงการจัดการความรู้ และด้านปฏิบัติการในการให้บริการแก่ชาวบ้านโดยตรงทั้งนี้

     ด้านบริหารจัดการ ซึ่งได้แก่ ผู้บริหารเครือข่ายระดับอำเภอ (CUP) หรือ คณะกรรมการประสานงานสาธารณสุขระดับอำเภอ (คปสอ.) ในส่วนนี้ปัจจุบันจะมีตัวแทนผู้บริหารท้องถิ่น หรือ ภาคประชาชนเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย เพิ่มจากเดิมที่มีเพียง ผู้บริหาร/จนท. สาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาล และสถานีอนามัย ซึ่งในมุมมองผมน่าจะเป็นการบริหารจัดการทุกเรื่องเว้นไว้แต่ด้านการบริหารบุคคล ที่ยังเป็นไปตามระเบียบกฎหมายเดิม

     ด้านสนับสนุนวิชาการและการจัดการความรู้ โดยจะมีหลายทีม (บทบาท) เช่น แกนนำพัฒนาศูนย์สุขภาพชุมชน (Core Team) ที่เป็นสหวิชาชีพร่วมกับภาคประชาชน ทีมวิชาการและการตัดการความรู้ ซึ่งอาจจะมีทีมเล็ก ๆ ที่มีการพัฒนาตนเองและงานประจำด้วยการทำวิจัย (R2R) ร่วมด้วย รวมถึงทีมพัฒนาคุณภาพ QRT (Quality Review Team) ในระดับพื้นที่ เพื่อร่วมกันพัฒนางานและยกระดับมาตรฐานการบริการ

     ด้านปฏิบัติการ ได้แก่ สำหรับผู้ปฏิบัติงานในระดับ  PCU และสถานบริการเครือข่ายที่เข้าร่วมกันเป็นเครือข่าย PCU ซึ่งโดยปกติก็จะมีกันอยู่แล้ว เพียงส่วนใหญ่ที่พบมักจะเป็นการทำงานในความรับผิดชอบเฉพาะสถานบริการที่ตัวเองสังกัดอยู่ ยังไม่มีการทำงานกันในลักษณะเครือข่าย หรือหากมีก็เฉพาะครั้งคราวเมื่อมีความจำเป็นเช่นการถูกประเมินโดยจังหวัด หรือการมานิเทศงานจากหน่วยงานอื่นเท่านั้น

     ทั้ง 3 ประเด็นข้างต้น ได้ข้อสรุปจากที่ประชุมของการออกประเมินไม่ว่าจะเป็นที่ CUP เขาชัยสน, บางแก้ว, ตะโหมด, กงหรา ป่าพะยอม และควนขนุน คือ แนวคิดการทำงานเชิงเครือข่าย การให้บริการระดับปฐมภูมิที่ดี และความเข้าใจต่อเครื่องมือต่าง ๆ ที่จะใช้ดำเนินงานในชุมชน ยังไม่ชัดเจน และได้เรียกร้องให้มีการทบทวนเพื่อเพิ่มความเข้าใจร่วมกันในส่วนนี้ให้มากขึ้น ซึ่งโดยส่วนตัวพอจะเห็นว่ามีช่องทางอยู่บ้าง สำหรับปี 2550 แต่ยังไม่ได้สัญญาอะไรมากนัก หากเพราะต้องมาปรับจากทุนที่มีอยู่ก่อนว่าจะนำไปส่งเสริมสนับสนุนส่วนนี้ได้อย่างไรบ้าง แต่คิดว่าน่าจะมีข่าวดีสำหรับเครือข่ายคนทำงานชุมชนเหล่านั้น เมื่อได้ทบทวนแล้ว ณ วันนี้ และที่สำคัญได้ปรึกษาหารือกับพี่ม้าย (ละม้าย ชุมพาที) ผู้รับผิดชอบงานพัฒนาคุณภาพ ของ สสจ.พัทลุงในเบื้องต้นแล้วด้วย