ใยแก้วนำแสง
ในอาคารบ้านเรือนที่อยู่อาศัย สำนักงาน อาคารอุตสาหกรรมต่าง ๆล้วนแล้วแต่ต้องใช้สายสัญญาณเพื่อเชื่อมโยงระบบสื่อสารแต่เดิมสายสัญญาณที่นำมาใช้ได้แก่สายตัวนำทองแดงปัจจุบันสายสัญญาณระบบสื่อสารมีความจำเป็นมากขึ้นโดยเฉพาะระบบการเชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์และมีแนวโน้มที่จะรวมระบบสื่อสารอย่างอื่นประกอบเข้ามาในระบบด้วยเช่น ระบบเคเบิลทีวี ระบบโทรศัพท์ระบบการบริการข้อมูลข่าวสารเฉพาะของบริษัทผู้ให้บริการต่างๆความจำเป็นในลักษณะนี้จึงมีผู้ตั้งคำถามว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะให้อาคารที่สร้างใหม่มีระบบเครือข่ายสายสัญญาณด้วยเส้นใยแก้วนำแสงหากพิจารณาให้ดีพบว่าเวลานั้นได้มาถึงแล้วปัจจุบันราคาของเส้นใยแก้วนำแสงที่เดินในอาคารมีราคาใกล้เคียงกับสายยูทีพีแบบเกรดที่ดีเช่น แคต 5 ขณะเดี่ยวกันสายเส้นใยแก้วนำแสงให้ประสิทธิภาพที่สูงกว่ามากและรองรับการใช้งานในอนาคตได้มากกว่าสายยูทีพีแบบแคต 5 รองรับความเร็วสัญญาณได้ 100 เมกะบิตต่อวินาทีและมีข้อจำกัดในเรื่องความยาวเพียง 100 เมตรขณะที่เส้นใยแก้วนำแสงรองรับความถี่สัญญาณได้หลายร้อยเมกะเฮิรตซ์และยังใช้ได้กับความยาวถึง 2000 เมตรการพัฒนาในเรื่องต่าง ๆของเส้นใยแก้วนำแสงได้ก้าวมาถึงจุดที่จะนำมาใช้กันอย่างกว้างขวางแล้ว
จุดเด่นของเส้นใยแก้วนำแสง จุดเด่นของเส้นใยแก้วนำแสงมีหลายประการโดยเฉพาะจุดที่ได้เปรียบสายตัวนำทองแดงที่จะนำมาใช้แทนตัวนำทองแดงจุดเด่นเหล่านี้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องและดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งประกอบด้วย
· ความสามารถในการรับส่งข้อมูลข่าวสาร ดีกว่าสายยูทีพีแบบแคต 5 ที่ใช้กับสัญญาณได้ 100 เมกะเฮิรตซ์
· กำลังสูญเสียต่ำเนื่องจากเส้นใยแก้วนำแสงเราใช้สัญญาณความถี่มอดูเลตไปกับแสงการเปลี่ยนสัญญาณรับส่งข้อมูลจึงไม่มีผลกับกำลังสูญเสียทางแสง
· คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไม่สามารถรบกวนได้เพราะแสงเป็นพลังงานที่มีพลังงานเฉพาะและไม่ถูกรบกวนของแสงจากภายนอก(รศ. ยืน ภู่วรวรรณ)
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ความคิดเห็น </p>
ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันจะมีการใช้งานสายยูทีพีอย่างแพร่หลายแต่จากการพัฒนาเทคโนโลยีที่ต้องการให้ การส่งถ่ายข้อมูลข่าวสารสามารถรองรับข้อมูลจำนวนมากอยู่ในรูปแบบมัลติมีเดียที่กำลังจะเกิดขึ้นได้นั้น จะต้องทำให้การใช้ข้อมูลข่าวสารพัฒนาให้รองรับกับจำนวนปริมาณข้อมูลที่จะมีมากขึ้น
ผมจึงคิดว่าในอนาคตเส้นใยแก้วนำแสงจะเป็นสายสัญญาณที่ก้าวเข้ามาในยุคต่อไปและจะมีบทบาทเพิ่มสูงขึ้นซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นแล้วเราคงจะได้เห็นอาคารบ้านเรือนสำนักงาน หรือโรงงานมีเส้นใยแก้วนำแสงเดินกระจายกันทั่วเหมือนกับที่เห็นสายไฟฟ้ากำลังอยู่ในขณะนี้และเหตุการณ์เหล่านี้คงจะเกิดขึ้นในอีกไม่นานนัก
</span>