วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

กราบสวัสดีค่ะครู

  เช้านี้ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดร้าวตามร่างกาย ตื่นตีสอง ทำวัตรเช้า ตีสามเหมือนของีบอีก ครานี้ตีห้า บันทึกเมื่อวานก็ยังไม่ได้ส่งครู แต่พอตื่นขึ้นมาตีห้าก็รู้สึกว่าไม่ทันแล้วเจ้าค่ะ หนูจึงเปลี่ยนใจออกไปวิ่ง เข้าบ้านมาสักพักกำลังเก็บของและเตรียมอาบน้ำครูเมตตาโทรมาชี้แนะและให้กำลังใจว่า “มันเหมือนโบโซ่ จริง ๆ สามวันดีสี่วันไข้จะเอายังไง”

ซึ่งคำตอบที่ให้ครูคือ “หนูจะพยายามยามค่ะ”

ครูชี้ซ้ำ “พยายามยังไงให้เป็นรูปธรรม”

“พยายามรักษาข้อปฏิบัติของตนเองให้ได้ค่ะ”

“พอเจออุปสรรค หนูก็เป๋ทุกที นี่คือ ปัญหา แล้วชีวิตนี้การเจออุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดามาก ๆ เราจะหนีก็ไม่ได้จริงไหมค่ะ”

ครูจึงเมตตาชี้และให้กำลังใจ

ได้ฟังธรรมจากครูใจก็นิ่งคิด ทำยังไงดีจึงจะรักษากับตนเองได้นะ

ข้างในยังมีงอแงเจ้าค่ะ มันไม่อยากไปทำงาน มีเสียงถามขึ้นมาว่า

“ถ้าครูรู้ ครูจะสรรเสริญหรือตำหนิ”

คำตอบที่ให้กับตนเอง “ตำหนิชัวส์ แถมผิดศีลด้วย”

ก็เลยเหมือนลากสังขารตนเองไปทำงานเจ้าค่ะ

สอบถามเรื่องรายงานผลวิเคราะห์ พึ่งทราบว่า พี่เขายื่นออกรายงานตั้งแต่วันที่ 26 เพราะหนูช้าไม่ติดตามกว่าจะถึงมือหนูก็ 30 แล้วเจ้าค่ะ ได้เรียนรู้ว่า “ถ้าไม่เกาะติดในภารกิจโอกาสพลาด หรือ ล่าช้าจะสูงมากเจ้าค่ะ”

เที่ยงออกไปเดินดูของที่งานไหม แวะไปทำงานที่ทำงานต่อนิดหน่อยเจ้าค่ะ แล้วก็กลับมาเก็บของที่บ้าน

สิ่งที่หนูเจอปัญหาหนักกับตนเอง คือ “หนูขี้ลืม เก็บข้าวของไม่เป็นระเบียบและบ้านก็รกด้วย”

ใจระลึกถึงครู ถ้าครูมาเห็นสภาพครูต้องส่ายหัวแน่ ๆ เลยเจ้าค่ะ

ซึ่งครูมักจะย้ำกับหนูว่า “สะอาด สว่าง สงบ”

เป็นเรื่องที่หนูต้องจัดการกับตนเองอย่างเร่งด่วนเจ้าค่ะ

ขึ้นรถมา “หนูหามือถือไม่เจอ ย้อนกลับไปอีก นั่งทบทวน กลายเป็นว่า อยู่ในกระเป๋าถือแล้ว”

นี่ขนาดได้บทเรียนเรื่องกระเป๋าตังค์มาแล้ว จิตหนูยังไม่จำ ไม่รู้จักแก้ไขเจ้าค่ะครู

แต่ถ้าได้เขียนลิสต์รายการอย่างที่ครูเมตตาชี้แนะหนูก็จะดีขึ้นเจ้าค่ะ แต่พอไม่ทำก็จะเจออาการเดิม ๆ ทุกข์เดิม ๆ เจ้าค่ะ

หนูเร่งรีบ ดูเวลาแล้ว เข้าตลาดไม่ทัน ตอนแรกนั่งนึกถึงว่า

 “เอากล่องโฟมจากที่ทำงานมาใส่น้ำแข็ง แล้วก็ซื้อหมูจากขอนแก่น”

ไป ๆมาๆ ไม่ได้เอากล่องโฟมขึ้นรถ เวลาก็เริ่มกระชั้น จึงนึกย้อนว่า จะผ่านตลาดไหนบ้าง

ก็พอมีตลาด “จังหารและเสลภูมิ แบบที่หนูไม่ต้องย้อน ไม่ต้อง ออกนอกเส้นทางเจ้าค่ะ”

หนูมาถึงตลาดจังหารประมาณห้าโมงกว่า ๆ ลงซื้อหมู ได้แต่เนื้อหมู ไม่ได้หมูบด และซื้อถัวให้น้องภัส จากที่ไม่ได้ซื้อจากขอนแก่น แล้วก็ข้ามถนนไปซื้อปานะที่โลตัส เป็นพิกัดที่โอเคเพราะว่า หนูไม่ต้องจอดหลายที พอจะทำเวลาได้แบบไม่ต้องจอดอีกระหว่างทางนี่คือ ความตั้งใจของตนเองเจ้าค่ะ

แล้วก็บึ่งมาจนถึงวัด เกือบ ๆจะทุกหนึ่ง

ซึ่งครูก็เมตตาให้น้องภัส น้ำตาลและกิ่งออกมารับและช่วยเก็บของไว้ในครัว

  หนูเข้าไปไหว้ครูและส่งงาน ครูเมตตาให้กำลังใจว่า

“มาได้เร็วขึ้น”

และพิจารณาผลงานที่ส่งครู แล้วก็ถามหาในส่วนที่ยังบกพร่อง ชี้ให้หนูแก้ไข

เพราะเสื้อและซับในยังทำไม่เสร็จ นี่คือ สิ่งที่หนูย้ำกับตนเอง ต้องเร่งแล้วเจ้าค่ะ

“เหมือนหนูไม่ลงใจ วิธีการเข้าเอวยางยืดเจ้าค่ะ มันก็เลยเหมือนยักแย่ยักยันกับตนเองอย่างบอกไม่ถูก และผ้าที่เลือกให้ค่อนข้างลื่น”

ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องทำและผ่านมันให้ได้เจ้าค่ะ คำชี้แจงนั้น คือ ข้อแก้ตัวของกิเลส

แล้วครูก็ให้เด็ก ๆ ดูพุทธประวัติ ให้หนูจัดการตนเอง จึงทำวัตรเย็นแล้วก็เดินจงกรมเจ้าค่ะ

เสร็จแล้วก็มานั่งเขียนบันทึกส่งงานครู

วันนี้ศีลดูจะเข้มแข็งมากขึ้น เพราะเมื่อวานพลาดมาเจ้าค่ะ  แต่หนูก็ต้องระวังกับตนเองเพราะ อาการสามวันดีสี่วันไข้ยังไม่ได้หายไป ก็ต้องก้าวเดินเรียนรู้กันต่อไป

กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ