คนเราส่วนใหญ่มักเก็บแต่เรื่องแย่ๆความรู้สึกที่ไม่ดีจนแทบไม่เหลือพื้นที่จะใส่สิ่งที่สวยงามหรือความสุข ดังนั้นเพื่อที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้นต้องรู้จักเคลียร์พื้นที่ให้ว่างเพื่อใส่สิ่งดีๆลงไป

หลังจากผ่านพ้นวันแรกของการอบรมโปรแกรม NLP ในวันที่ 2 ก็ได้เรียนรู้เพิ่มเติมเรื่องการขยายโลกทัศน์ให้เพิ่มขึ้น โดยเน้นที่จิตใต้สำนึก ด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น Classical relaxation,  Well-Being Maximizer,  Generative Change Personal  โดยเน้นพลังทางบวก  


ส่วนวันที่3-5 เริ่มคอร์ส Advanced Neuro-Linguistic Programming  ยังคงเน้นเรื่องสัญญานพลังแบบองค์รวมโดยเริ่มจากสัญญานด้านบวกก่อนแล้วจึงค้นหาประสบการณ์ที่ไม่พึงประสงค์แล้วใช้พลังบวกมาลบล้างประสบการณ์เหล่านั้น และได้เรียนรู้เทคนิค Unconscious Reframing, Representational Systems,  Global Anchoring for work attitudes, New Behavior Generator 


และในวันสุดท้ายนี้มีกิจกรรมที่มีส่วนร่วมและเรียกเสียงหัวเราะจากผู้เข้าร่วมอบรมอย่างมากคือ กิจกรรมนำเสนอ(ขาย)สินค้าให้เหมาะสมกับประเภทของคนที่ได้โจทย์มา เพื่อฝึกว่าเราจะมีกลวิธีหรือการสื่อสารแบบใดที่เหมาะสมกับคนประเภทการมองเห็น  การได้ยิน  การสัมผัส หรือดิจิตอล  บวกกับ Type of Metaprograms  ได้แก่ Matchers-Mismatchers,  Big chunk-Small chunk และ Internal-External Frame of Reference  ซึ่งกลุ่มเราได้โจทย์คือประเภทดิจิตอล และ Internal  ดังนั้นเพื่อให้เหมาะสมสอดคล้องกับคนประเภทนี้จึงต้องมีข้อมูลที่ดีเพียงพอ และน่าเชื่อถือเพราะคนประเภทดิจิตอลเป็นคนที่เน้นข้อมูล ต้องการคำอธิบาย เหตุผล บวกกับ Internal จึงให้เขาได้ตัดสินใจเลือกด้วยตัวเขาเอง


จากการได้พูดคุยกับผู้เข้าร่วมอบรมบางท่านที่เคยเข้าอบรมโปรแกรม NLP ก่อนหน้านี้และได้ลองนำไปใช้บอกว่าได้ผลน่าสนใจเลยมาต่อยอด และให้ข้อมูลว่าต้องฝึกฝนบ่อยๆ  ดังนั้นแผนต่อไปคือต้องฝึกไปสะกดจิต เอ้ย! ขยายโลกทัศน์ด้วยโปรแกรม NLPด้วยเทคนิคต่าง ๆ ค่ะ ^^