คณะกรรมการตรวจเยี่ยมประเมินความพร้อมของการขับเคลื่อน ปศพพ. ณ บรบือวิทยาคาร ตั้งแต่ 8:00 ถึง 17:00 น. ขนาดนั้นแล้ว ผมเองก็ยังไม่ดูทั้งหมดของผลงานที่ทางโรงเรียนเตรียมไว้ อย่างไรก็ตาม ผมเองได้ให้ข้อคิดเห็น ที่อาจจะเป็นประโยชน์ดังนี้ครับ
ผมให้ข้อเสนอแนะในมุมมองตามเกณฑ์ก้าวหน้า ที่ผมเรียกเป็น "สูตร" สั้นๆ ว่า ดูที่ "3 ด้าน 4 คน 5 ระดับ" 3 ด้าน คือ ด้านคน ด้านสิ่งแวดล้อมกายภาพ และ ด้านความสัมพันธ์กับองค์ภายนอก 4 คน คือ ดูที่ผู้บริหาร ครู นักเรียน และกรรมการสถานศึกษา 5 ระดับ หมายถึง รู้เข้าใจ นำไปปฏิบัติ ชัดเจนการถ่ายทอดได้ มีการขยายผลสู่โรงเรียนอื่น และยั่งยืนจากภายใน
- ด้าน "คน" หรือบุคลากร
- ผู้บริหารของบรบือฯ ต้องถือว่าไม่ธรรมดาครับ ท่านผอ.มนูญ มารับงานไม่ถึงปี แต่ทำให้หลายอย่างเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด... ผมได้ยินคณะกรรมการชมหลายรอบว่า ได้ความรู้จาก ท่านผอ. เยอะเลยในวันนี้.. ผมเองเท่าที่ได้รู้จักท่านมา ผมก็คิดว่าท่านเป็นผู้หนึ่ง ที่ "เข้าใจ เข้าถึง แล้วจึง พัฒนา" ตามที่ในหลวงท่านพระราชทานแนวทางไว้ ...... เพราะฉะนั้น "คน" นี้จึงไม่มีปัญหาอันใด อย่างไรก็ตาม ในตอนท้าย ผมเรียนท่านว่า ปัจจัยแห่งความสำเร็จของโรงเรียนศูนย์ฯ ทุกโรงเรียนคือ ความสามัคคีและการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกคน สิ่งที่เราเห็นคือ ดูเหมือนครูและนักเรียนไม่น้อย กำลังคล้อยหลังท่านไปไกลพอดู
- สำหรับครู เรื่อง "รู้" เรื่อง ปศพพ. ทั้งหมดคงไม่มีปัญหา แต่ว่า ส่วนที่ "เข้าใจ" และ "นำไปปฏิบัติ" ผมคิดว่าเป็นส่วนที่ควร "เร่งรัด พัฒนา" แม้ว่า อาจารย์เก่งกล้า จะตอบว่าตอนนี้มี กว่าร้อยละ 80 แล้ว .... ผมแนะนำว่า ท่านผอ. ควรส่งเสริมและขยายผลจาก อาจารย์อำนวย ซึ่งผมว่าท่านรู้จริงและเข้าใจด้วยว่า จะนำไปปฏิบัติอย่างไรกับการออกแบบการเรียนการสอน...... ปัจจัยของความสำเร็จอย่างหนึ่งของโรงเรียนศูนย์ฯ ทุกโรงเรียน คือ ครูแกนนำจะต้อง "ไม่ใช่แค่เพียงผู้ประสานงาน" แต่ต้อง รู้เรื่องแผนการขับเคลื่อน ฯ คือเป็นทั้งบทบาทผู้บริหาร เป็นทั้งผู้ประสานงานติดต่อ เป็นทั้งผู้นำในการเปลี่ยนแปลง และเป็นวิทยากรถ่ายทอด และเป็นกระบวนกรออกแบบกิจกรรมการขับเคลื่อนฯ ด้วย...
- นักเรียนแกนนำบางคนรู้และเข้าใจ นำไปปฏิบัติ และถ่ายทอดได้แล้วครับ ควรเพิ่มเติมการ "เชื่อมโยง" สู่ชีวิตจริงหรือเชื่อมโยงสู่ 4 มิติตามหลักปรัชญาฯ นักเรียนทุกคนรู้ แต่ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ ยังไม่ได้นำไปปฏิบัติกับตนเองจนเห็นผล โดยเฉพาะนักเรียนหลายคนที่อยู่ในฐานการเรียนรู้ ฮีตสิบสองคองสิบสี่.....ที่เป็นเช่นนั้นผมคิดว่า น่าจะเป็นเพราะนักเรียนไม่ได้มีส่วนร่วมในการสร้างหรือพัฒนาฐานการเรียนรู้นี้มา กล่าวสั้นๆ คือนักเรียนไม่ได้ทำเอง......สิ่งนี้คือปัจจัยแห่งความสำเร็จของหลายโรงเรียนศูนย์ เช่น เชียงขวัญพิทยาคม ที่นักเรียนเป็นคนคิดและทำทุกขั้นตอน ครูไม่ได้เน้นบอกสอนแต่เน้นใช้คำถามเพื่อถอดบทเรียนส่งเสริมการคิดวิเคราะห์เชื่อมโยง
- กรรมการสถานศึกษาบอกว่า พอใจกับการทำงานของท่าน ผอ. 90% เพราะท่านไม่ใช่แค่พูดและคิดเก่ง ยังทำเก่งด้วย อย่างไรก็ตาม ก็ยังคงต้องถามท่านอีกครับว่า กรรมการสถานศึกษารู้และปรารถนาที่จะให้เป็นโรงเรียนศูนย์แค่ไหน และสนับสนุนหรือมีส่วนร่วมอย่างไร
- ด้ายสภาวะแวดล้อมกายภาพ ชัดเจนไม่มีปัญหา แต่สิ่งที่น่าจะต้องพิจารณาคือ บทบาทของนักเรียน ในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมหรือแหล่งเรียนรู้ และการขยายผลสู่สถานศึกษาภายนอก
- ด้านความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานภายนอก ผมได้บอกท่านผอ. ให้เขียนเรื่องเล่า ซึ่งเมื่อได้อ่าน จะได้ประสานประชาสัมพันธ์ต่อไปครับ
ผมแนะนำแบบตรงไปตรงมาในตอนท้ายดังนี้ครับ
- ควรมีแหล่งรวบรวมข้อมูลการขับเคลื่อน ปศพพ. ของโรงเรียนบรบือวิทยาคาร ที่แสดงตั้งแต่ วิสัยทัศน์ แผน กลยุทธ์ กระบวนการ ผลการดำเนินงาน เป้นต้น เพื่อวัตถุประสงค์ในการขยายถ่ายทอดสู่โรงเรียนอื่นๆ ผู้มาเยี่ยมชม
- ควรมีที่หรือมุมโชว์ผลงานนักเรียน หลังจากได้ผ่านกระบวนการเรียนรู้จากฐานการเรียนรู้แต่ละแหล่ง เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงผลงานของตน ให้เพื่อนหรือคนอื่นได้สะท้อน ถอดบทเรียนกัน จะทำให้เข้าใจมากขึ้น
- ควรมีแผนที่การเดินศึกษาดูงาน เพื่อความสะดวกในการเดินดูฐานต่างๆ
- ครูแกนนำและครู ควรจะมีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อยกระดับและขยายจำนวนของครูให้มากขึ้น
และผมเรียนท่านอีกหลายอย่างหลายคน ที่อาจไม่เหมาะที่จะเขียน แต่ก็ได้เรียนท่านไปตรงๆ แล้ว
วันนี้ ราตรีสวัสดิ์ครับ
ฤทธิไกร