“พ่อ” คำเดียวสั้นๆ  แต่ความหมายยิ่งใหญ่หาสิ่งใดเปรียบปาน

พ่อ

ตั้งแต่ ผมจำความได้  ผมก็ได้รับรู้สิ่งหนึ่งมาตลอดค่อนชีวิต  ว่าสมัยที่ผมยังเด็กๆ ผู้ชายที่ต้องตื่นแต่เช้า  มาหุงข้าวให้เรากินโดยไม่เคยปริปากบ่น  สักครั้งให้ได้ยิน  มาก่อกองไฟในคืนวันที่หนาวเหน็บ  ในช่วงหน้าหนาวที่แสนทรมาน ในช่วงนั้น  คนที่ลุกจูงควายไปไถนาตั้งฟ้ายังไม่สาง ในช่วงหน้าฝน  คนที่ลุกเดินเป็นระยะทางกว่า 3 กิโล  เพื่อไปกู้ลอบดักปลา ดักกบ เพื่อมาทำกับข้าวอร่อยๆ ให้ลูกๆ ได้ทานกัน

หาก “แม่”  คือแบบอย่างของการใช้ชีวิตพร่ำสอนให้เราเป็นคนดี  “พ่อ” ก็คือแบบอย่างของความแข็งแกร่ง ที่สอนให้เราเข้มแข็งเสมอ  ในวันที่เราอ่อนล้า  ให้ผมได้รู้ว่า  ไม่ว่าปัญหาต่างๆจะหนักหนาเพียงใด  พ่อผมสอนว่า  “ทุกอย่างมันแก้ไขได้หมด  หากเรามีความตั้งใจ  ใช้สติ และปัญญา  แล้วเราจะอยู่ต่อสู้กับทุกอย่างในโลกนี้ได้อย่างแน่นอน”

จวบ จนผมเติบใหญ่มาจนถึงค่อนชีวิต  แต่งงาน มีภรรยา มีลูก  จะด้วยความจำเป็นของชีวิต  หรือโชคชะตาก็มิอาจเดาได้  แต่ผมวิเคราะห์ ว่าเกิดจากความลำบากยากจน  ทำให้เราต้องดิ้นรนมาทำงานในเมืองใหญ่ 

ตอนเข้ามาใหม่ๆ ก็หวังเพียงแค่ทำงานหาเงิน  แล้วส่งกลับไปให้พ่อ ให้แม่ได้ใช้บ้าง  แล้วสักวันจะกลับไปอยู่กับพ่อกับแม่ตามเดิม

แต่ ความไม่แน่นอน คือสิ่งที่แน่นอนที่สุด  ชีวิตเปลี่ยนไป เมื่อเรามีครอบครัว  ความตั้งใจที่เราอยากจะกลับไปยังถิ่นฐานที่เราเกิดมาก็ ดูเลือนลางลง  ด้วยภาระที่เราได้สร้างมันขึ้นเอง  และจำต้องสานต่อ

แต่สิ่งหนึ่งที่ ผมตระหนัก  และรับรู้ถึงความรู้สึกนี้ทุกครั้งก็คือว่า  ทุกคราที่ผมกลับไปเยี่ยมบ้านเกิด  ในวันที่ผมจะต้องเดินทางกลับ   ผมแอบเห็นดวงตาอันเศร้าสร้อย  ของพ่อกับแม่ทุกครั้งที่มองตาม  ล้อรถที่เคลื่อนออกมา

และก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งเหมือนกันที่น้ำตาลูก ผู้ชายอย่างผม จะไหลรื้นตาขึ้นมาทุกครั้งที่ต้องอำลา จากบ้านเกิด เป็นเช่นนี้มาหลายสิบปีแล้วกระมัง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกพ่อก็คือว่า  “ผมรักพ่อ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง” แม้ว่าวันนี้ผมอาจจะยังไม่สามารถ บรรลุฝันตามที่ได้ตั้งใจเอาไว้  แต่อย่างน้อยผมก็ภูมิใจ ว่าผมได้ดูแลพ่อกับแม่ตลอดมาตั้งวันที่ผมอำลาถิ่นเกิด  ตามกำลังที่ผมจะทำได้เสมอมา

ขอบคุณทุกๆอย่างที่พ่อทำให้ผมครับ

ท้ายสุด อยากจะบอกพ่อว่า  “ผมรักพ่อ ทุกๆวัน”

พ่อ

วันพ่อนี้  หากพ่อคุณยังอยู่ อย่าลืมบอกรักพ่อกันน่ะครับ