วันอังคาร
ที่ 27 พฤศจิกายน
2555
กราบสวัสดีค่ะครู
เมื่อคืนหนูตกม้าตายตอนจบอีกละ ทุกอย่างทำมาอย่างโอเค ทำวัตรเสร็จย้ายมาเขียนงานในห้องนอนแล้วมันก็หลับทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ส่งงาน นึกถึงคำครูที่เปรยว่า “จิตไอ้ติ๋วมันก็เหมือนโบโซ่ วันนี้ดี เดี๋ยวมันก็จะเพี้ยนอีก คิดแล้วก็เหนื่อย”
เป็นอีกวันที่ลุกขึ้นมาวิ่งทำกับข้าว ทำวัตรเช้า และก็ไปวัด ระหว่างวันได้รับความเมตตาจากครูคอยโทรมาเอาใจใส่ ครูโทรถามว่าวิ่งรึยัง “ต้องหมั่นรับยาเพราะช่วงนี้มันอาการหนัก”หนูวิ่งแค่ 15 นาที ครูชี้ว่า “น้อยไป”
ให้วิ่งอย่างน้อย 1 ชั่วโมงทั้งเช้าและเย็น
ตลอดวันเป็นการทำงานที่ชัดเจนกับตนเองมากขึ้นค่ะ ใจดูจะมีเกราะน้อยลง ทบทวนถึงเมื่อคืนที่มันดื้อกับครูรุนแรง เหมือนเป็นข้างในที่ใจหนูไม่เคยปล่อยออกมาให้ใครได้เห็นถึงความชั่วที่มี ปกปิดก้วยการดัดจริตว่า”ใจดี”
ตอนเที่ยง ๆครูโทรมาบอกว่า “หลวงปู่เทศน์ว่า ความอยากมันเป็นเปรต เหมือนยืนยันสิ่งที่ครูสอนหนูเมื่อคืน”
และย้ำอีกว่า
“จันทร์ถึงศุกร์ให้รักษาศีล 5 แต่ไม่ทานข้าวเย็น ถ้ามันหิวให้ทานเป็นผลไม้หรือน้ำผลไม้ แต่ไม่ใช่ไปทานส้มตำนพ ทำได้ไหม”
เป็นอีกครั้งที่ครูให้แนวทางเพิ่มเติม นึกย้อนถึงโจทย์ที่ครูให้ตอนเช้าว่า
“ทำไมหนูกับดุ๋ย ที่กลัวครูแล้ว ทำในสิ่งที่ครูบอกไม่ได้ แต่เด็ก ๆ ที่ไม่กลัวครูเขาทำได้”
ได้คำตอบกับตนเองว่า เพราะความกลัวทำให้หนูรับสารจากครูได้ไม่ชัด ไม่เต็มที่ จะเต็มไปด้วยความสงสัย พอจะถามก็กลัวจะโดนว่า เป็นความคิดด้านลบที่เกิดขึ้น ก็จะทำให้ไม่ถาม แล้วก็จะทำผิด ความกลัว ทำให้คิดไม่ดี ปกปิดบดบัง ใจทำให้ไม่กระจ่าง การรับสารที่แท้จากครูไม่ใช่แค่การฟังเท่านั้น แต่เป็นการรับรู้ทุกอย่าง เข้าใจว่าเพราะเป็นแบบนี้เจ้าค่ะถึงยังทำไม่ได้
ตลอดวันเหมือนมีอาการระมัดระวังประคองศีลกับตนเอง แต่พอก่อนนอนมันง่วงก็พลาดกับตนเองเจ้าค่ะ ศีลข้อ 4 ยังย่ำแย่
ครูเมตตาให้กำลังใจโทรมาบอกอีกว่า “หลวงปู่เมตตา”
“จิตเปลี่ยนได้ ไม่ว่าจะเป็นเดรัจฉานมนุษย์ หรือ อริยะ จิตมันเปลี่ยนเร็ว”
หนูจับใจความได้ประมาณนี้เจ้าค่ะ อยู่ที่เราเลือกว่าจะฝึกฝนตนเองหรือไม่ ให้หนูเลือกเอาฝึกเอา ณ ตอนที่ฟังก็เลือกที่จะเดินหน้าฝึกฝนต่อกับตนเองเจ้าค่ะ
“จิตหนูอาจจะเริ่มต้นที่เดรัจฉาน เนื่องด้วยเหตุของกรรมเก่า ถึงฝึกได้ยากกว่าใคร ๆ แต่ถ้าหนูมัวแต่ท้อแท้ใจอย่างที่ผ่านมาก็สิ้นเปลืองเวลาเสียเปล่า ง่ายที่สุด ดีที่สุดก็ก้าวต่อไปทำต่อไป กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ”